LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Margot Robbie นักแสดงผู้ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก ไม่ให้ ‘ชีวิตส่วนตัว’ กลบ ‘ความสามารถ’

"เธอคือมาริลิน มอนโร คือเกรซ เคลลีแห่งยุค คือสาวบลอนด์สุดฮอตของคนรุ่นเรา คือเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีตัวตนอยู่จริง และคือหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบราวกับถูกบรรจงปั้นมายังไงยังงั้น"

เบื้องต้นคือคำชมที่ผู้คนมีต่อ มาร์โก ร็อบบี นักแสดงสาวสัญชาติออสเตรเลียที่เธอน้อมรับคำชมเหล่านั้นอย่างถ่อมตนพร้อมบอกว่า "เห็นได้ชัดเลยนะคะว่าพวกเขาไม่เคยได้เจอฉันในชีวิตจริง แต่อย่างไรก็ขอบคุณสำหรับคำพูดแสนชุบชูหัวใจนี้ค่ะ" ภายหลังเธอแจ้งเกิดเป็นพลุแตกจาก The Wolf of Wall Street (2013) ในบทสาวสุดเซ็กซี่กับฉากเปลือยทั้งร่าง สื่อมวลชนก็พร้อมมอบแผ่นป้ายประทับให้เธอเป็น 'สาวเซ็กซี่โคตรฮอต' อีกคนของอุตสาหกรรมฮอลลีวูด และเป็นป้ายเรียกที่ติดตัวเธอเรื่อยมาอีกหลายปี รวมทั้งวันที่เธอร่วมแสดงในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทุนสร้าง 175 ล้านเหรียญฯ Suicide Squad (2017) ในบท ฮาร์ลีย์ ควินน์ อาชญากรหญิงตัวแสบ ที่หลายคนคาดหวังว่าการปรากฏตัวของเธอในหนังนั้นต้องมาพร้อมกับฉากวาบหวิว เซ็กซี่ อันเป็นภาพที่มาพร้อมกับตัวละครควินน์เอง และกับตัวร็อบบีด้วย

แน่นอนว่าการถูกนิยาม หรือถูกมองว่า 'ฮอตปรอทแตก' นั้นก็ดูเป็นคำชมที่น่าชื่นใจ หากแต่ถึงที่สุด นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ร็อบบีมองหานัก "ฉันไม่อยากถูกมองอย่างฉาบฉวยแค่ว่าเป็นคนเซ็กซี่ หรือเป็นสาวบลอนด์สุดเอ็กซ์เสียหน่อย" เธอบอก อีกทั้งยังขยายความว่าเธอไม่ได้คิดว่าตัวเอง 'เซ็กซี่' แต่ตัวละครที่เธอรับบทนั้นเป็นตัวละครที่คิดว่าตัวเองเซ็กซี่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นคนละอย่างกัน "พูดก็พูดเถอะ ฉันเกลียดการถูกเรียกว่าสาวสะบึมอะไรนี่มาก เกลียดมากเลย พูดไปก็เหมือนจะจองหองใช่ไหมคะ แต่ฉันยืนยันว่าฉันไม่ได้เซ็กซี่ หรือสะบึมอะไรทั้งนั้น ไม่ได้เป็นคนที่เดินไปไหนมาไหนแล้วคนมองตาค้างประมาณว่า 'ดูแม่สาวคนนั้นสิ' เรื่องแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าคนรอบตัวที่รู้จักฉัน จะนิยามฉันด้วยศัพท์คำไหน แต่มันต้องไม่ใช่คำนี้แน่ๆ"

อย่างไรก็ตาม การที่แจ้งเกิดด้วยบทสาวฮอตผมบลอนด์ผู้ยั่วยวนเศรษฐีหนุ่มทุกทางจาก The Wolf of Wall Street ก็ทำให้ร็อบบีถูกคาดหวังว่าบทต่อๆ ไปในอนาคตของเธอคงไม่ไกลจากนี้ -ในความหมายว่าต้องเซ็กซี่ ต้องยั่วยวน- ซึ่งถึงที่สุดแล้วนั่นก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการในฐานะนักแสดงอีกเหมือนกัน ลงเอยด้วยการไปแสดงในหนังสุดหิน I, Tonya (2017) ที่เธอต้องรับบทเป็น ทอนยา นักสเกตลีลาชื่อดังของอเมริกาที่ชีวิตพลิกขึ้นพลิกลงและเต็มไปด้วยข่าวฉาว ตัวหนังส่งเธอชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิง ทั้งปีต่อมาเธอยังไปอยู่ในหนังพีเรียด Mary Queen of Scots (2018) โดยการรับบทเป็นราชินีเอลิซาเบธที่หนึ่ง (และพอกหน้าขาวเกือบตลอดทั้งเรื่อง) นับเป็นการลบภาพจำสาวเซ็กซี่ที่ติดตัวเธอมา ทั้งยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเธอ 'มีดี' มากกว่าแค่การเป็นนักแสดงสาวกับภาพลักษณ์สุดฮอต ไม่แปลกอะไรที่เธอจะควานหาบทบาทใหม่ๆ ให้งานแสดงตัวเองอยู่เสมอ

"เรื่องก็คือ พอคุณประสบความสำเร็จกับบทใดบทหนึ่ง คนก็อยากให้คุณเล่นบทประเภทนั้นซ้ำไปเรื่อยๆ ซึ่งฉันว่ามันน่าเบื่อมากเลย" เธอบอก

ร็อบบียังร่วมกันสร้างบริษัทโปรดักชั่นภาพยนตร์กับ ทอม อัคเคอร์ลีย์ สามีของเธอ ในชื่อ LuckyChap Entertainment ที่ร่วมโปรดิวซ์มาตั้งแต่ I, Tonya รวมทั้ง Birds of Prey (2020) ที่ร็อบบีแสดงนำ ตลอดจน Promising Young Woman (2020) หนังร็อบบีไม่ได้แสดงนำ (แคร์รี มุลลิแกน เป็นนักแสดงนำของเรื่องนี้) และบอกเล่าถึงความเป็นหญิงได้อย่างจัดจ้านแสบสันต์ผ่าน เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ นักแสดงหญิงที่เพิ่งผันตัวมากำกับหนังเรื่องแรกและกวาดคำชมมากราวใหญ่ "เราไม่ได้สร้างบริษัทโปรดักชั่นขึ้นมาเพื่อให้ฉันได้แสดงหนังสักหน่อย อันที่จริง เราอยากขยายขอบเขตของเรื่องเล่าจากผู้หญิงโดยผู้กำกับหญิงในอุตสาหกรรมนี้ และนั่นก็ไม่ได้แปลว่าฉันต้องไปแสดงด้วยสักหน่อย"

"คุณนึกออกใช่ไหมคะ สมมติให้คุณเขียนรายชื่อผู้กำกับเจ๋งๆ ออกมา คุณก็จะคิดชื่อผู้กำกับชายสักสิบคนออกมาได้ภายในเวลาอึดใจเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ถ้าให้เราคิดชื่อผู้กำกับหญิงสักสิบคน เราต้องไปหาตามเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ รวมทั้งวงการโฆษณาและหนังสั้น เพราะชื่อคนทำหนังเหล่านี้ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสให้แสดงฝีมือหรือถูกพูดถึงน่ะ"

ลำพังเท่านี้ก็น่าจะพอบอกได้แล้วว่าการนั่งแท่นโปรดิวเซอร์เพื่อสร้างหนังที่เธอและสามีอยากสร้าง และให้โอกาสคนทำหนังหน้าใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีสำหรับร็อบบีมากเพียงใด หากแต่ก็ไม่วายที่มันมักจะถูกมองข้าม บ่อยครั้งที่เธอให้สัมภาษณ์ถึง LuckyChap Entertainment คู่กันกับสามีซึ่งร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา ร็อบบีมักจะถูกถามอยู่เนืองๆ ว่า 'จะมีลูกเมื่อไหร่' และทำให้เธอหงุดหงิดสุดขีด

"ฉันโกรธจัดทุกครั้งไปเลย ทำไมตาแก่ที่ไหนไม่รู้ต้องมาบงการฉันว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร ต้องเป็นแม่คนตอนไหน หรือต้องตั้งท้องเมื่อไหร่ คือนี่มันร่างกายฉันนะ" เธอบอก "น่าเสียดายจริงๆ ที่เรายังต้องมาเจอบทสนทนาแบบนี้อยู่จนถึงตอนนี้ คือเหมือนว่าทันทีที่ฉันแต่งงาน คำถามแรกที่ต้องเจอเกือบทุกการสัมภาษณ์คือ 'เมื่อไหร่จะมีลูกล่ะ' ซึ่งฉันโมโหมากเลยนะ เพราะมันเป็นระบบที่สังคมสร้างขึ้นมา คุณแต่งงาน คุณก็ต้องมีลูก อะไรทำนองนั้น ซึ่งไม่ได้เลย อย่ามาด่วนตัดสินกันแบบนี้สิ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันน่า"

"หลังจากแต่งงานมานี่ หลายต่อหลายครั้งสื่อเอาแต่ถามฉันว่าชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไง ฉันบอกเลยว่าการแต่งงานไม่ได้เป็นหมุดหมายใหญ่ของชีวิตฉันขนาดนั้น หมุดหมายใหญ่ของฉันคือการผลิตหนัง ติดต่อคุยงานกับสตูดิโอใหญ่ๆ ต่างหาก เชื่อไหมว่าพอตอบแบบนี้แล้วก็ไม่มีสื่อที่ไหนกล้าถามเรื่องแต่งงานของฉันอีกเลย" เธอบอก (อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่าเธอไม่ชอบชีวิตหลังแต่งงาน เพราะมีบทสัมภาษณ์ที่เธอบอกว่า ชีวิตหลังแต่งงานของเธอนั้นสนุกสุดยอด)

เป้าหมายต่อไปของร็อบบีคือการเปิดพื้นที่ให้คนทำหนังผู้หญิงได้ทำหนังแอ็กชั่นฟอร์มใหญ่ เพราะสำหรับเธอแล้ว วิธีคิดที่ว่าคนดูหญิงไม่ชอบดูหนังแอ็กชั่นนั้นมันช่างไร้สาระเสียเหลือเกิน "ฉันว่าคนเข้าใจกันผิดๆ นะว่าผู้หญิงไม่ชอบหนังแอ็กชั่น หรือดูหนังเรต R ที่มีฉากรุนแรงไม่ได้" เธอบอก "คุณเคยดูหนังที่มีฉากระเบิดตูมตามรอบๆ หรือฉากที่คุณไปหยุดระเบิดได้ทันเวลา ไม่ก็ฉากที่ตัวละครต้องวิ่งหลบกระสุนแบบชวนระทึกใจสุดๆ ไหม ผู้หญิงไม่ค่อยมีฉากเหล่านี้หรอกนะ"

บทบาทต่อไปของร็อบบีคือการเป็น บาร์บี ในหนัง Barbie (2023) กำกับโดยผู้กำกับหญิง เกรตา เกอร์วิก โดยเรื่องนี้นอกจากแสดงนำแล้ว ร็อบบียังร่วมโปรดิวซ์ด้วยเช่นเคย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในฐานะคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของร็อบบี ที่พิสูจน์ตัวเองหมดจดว่าเธอไม่เพียงแต่สวยและมีฝีมือ หากแต่ยังมีวิสัยทัศน์ที่น่าจับตาอย่างยิ่งในฮอลลีวูดด้วย

Author

MAN ON FILM

Content Creator

TAG

    Related Stories

    Jennifer's Body ด้วยแรงแค้นและแรงคัลต์ที่มาก่อนกาลนานสิบปี

    culture

    Jennifer's Body ด้วยแรงแค้นและแรงคัลต์ที่มาก่อนกาลนานสิบปี

    BY MAN ON FILM 19 SEP 2021

    MIRROR'sGuide