LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

ปัญหาของไอดอลเกาหลีที่เดบิวต์ตั้งแต่ยังเด็ก เสี่ยงต่อการถูก sexualize และถูกพรากชีวิตวัยรุ่น จนพลาดการเรียนรู้ทางสังคม

‘มักเน่’ ในวงการไอดอลเกาหลี หมายถึงน้องเล็กสุดประจำวงเกิร์ลกรุ๊ป หรือบอยกรุ๊ปนั้นๆ และส่วนใหญ่อายุเดบิวต์ที่น้อยที่สุดในหลายๆ วง มักจะเป็น ‘14 ปี’ หรือช่วงมัธยมต้นถ้าเทียบกับเด็กไทย ซึ่งถือว่าเด็กมากกกกก และเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะแทมิน สมาชิกวง SHINee และคริสตัล จากวงในตำนานอย่าง f(x) ก็ต่างเดบิวต์ด้วยอายุราวๆ นี้เท่านั้น ยุคใหม่ๆ หน่อยก็มีอีซอ IVE นิกิ Enhypen จงซอบ P1Harmony หรือที่เดบิวต์ไปหมาดๆ อย่างฮเยอิน NewJeans และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าว ปรากฏการณ์นี้ยืนยันได้เลยว่า แทบทุกค่ายเกาหลีเดบิวต์เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นเรื่องปกติ

แวบแรกหลายคนคงคิดขึ้นมาทันทีว่า เด็กเกินไป นี่คือการใช้แรงงานเด็ก ชีวิตวัยรุ่นของพวกเขากำลังถูกพราก ซึ่งก็เป็นปัญหาจริงๆ ในทัศนคติของเรา แต่อีกฟากฝั่งที่มองว่ามันไม่มีปัญหาก็มีอยู่เยอะ เพราะค่ายเกาหลีพยายามเดบิวต์เด็กที่แฟนคลับจะไม่มองว่าเด็ก แต่จะมองว่าเด็กคนนี้มีภาพลักษณ์และศักยภาพ ‘โตเกินวัย’ เพื่อให้หลายคนลืมว่าน้องคนนั้น คนนี้ คือเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มากหน่อยก็มองไปถึงฟีลแฟนเด็ก และมันก่อให้เกิดผลเสียที่ขึ้นตรงกับเด็กคนนั้นๆ อยู่ไม่น้อย

เพื่อให้เห็นภาพ ลองนึกย้อนไปช่วงที่หลายคนอยู่ ม.ต้น คงได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันไร้เดียงสากว่านี้ มองโลกง่ายกว่านี้ หาความสุขในชีวิตได้ง่ายกว่าตอนนี้ เรียนรู้ที่จะเติบโต และเล่นสนุกไปพร้อมๆ เพื่อนฝูง ทั้งหมดคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตวัยรุ่น แต่พอเป็นไอดอลเกาหลี ทุกอย่างถูกตัดขาด หลายคนต้องลาออกจากโรงเรียน ไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย มามีชีวิตส่วนใหญ่เป็นห้องซ้อมเต้น ต้องซ้อมกันหนักหน่วงเพื่อโฟกัสแค่การเดบิวต์ และเข้าออกบริษัทแทนการเรียนรู้ชีวิตวัยรุ่น หรือเที่ยวเล่นกับเพื่อน แบบที่คนวัยเดียวกันได้ทำ เส้นทางชีวิต หรือพัฒนาการในช่วงวัยจึงต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ยังมีการถูกสร้างภาพลักษณ์ให้ดูโต ไม่ว่าจะด้วยลุคภายนอก คอนเซปต์วง ท่าเต้นเซ็กซี่ของไอดอลหญิงหลายวง การถ่ายอัลบั้มที่บางครั้งก็มีไอดอลชายบางวงที่ต้องเปลือยเสื้อผ้าด้านบน เนื้อร้องสองแง่สองง่ามไปทางเซ็กซ์ หรือความสัมพันธ์ที่ดูจะเกินวัยของเด็กๆ เหล่านั้น ซึ่งบางครั้งมันนำไปสู่การคุกคามทางเพศด้วย

และเหยื่อจากอาชญากรรมทางเพศส่วนใหญ่มักจะเป็นไอดอลผู้หญิงตามที่ คิม เฮิน-ซิก นักวิจารณ์ด้าน pop culture บอกกับ The Korea Times เขาชี้ปัญหาต่อว่า “เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เกาหลีมีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจน้อยกับประเด็นการค้า และการถูกทำให้เป็นวัตถุในเด็ก นายทุนบางเจ้าจึงใช้เหตุผลนี้กับพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กๆ” ในที่นี้ส่วนใหญ่ก็มาในรูปแบบภาพลักษณ์นิยมต่างๆ เด็กที่ดูไม่เด็ก แฟนสาว แฟนหนุ่มวัยรุ่นตอนต้นที่มาคว้าหัวใจรุ่นพี่ โดยลืมไปว่าเด็กที่หลายคนคิดเกินเลย ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย

นักวิจารณ์คิมกังวลว่าไอดอลเด็กอาจสูญเสียตัวตน และความเป็นอิสระของพวกเขา เนื่องจากต้องทำตามสิ่งที่ต้นสังกัดปูทางมาให้ ซึ่งเขาคิดว่า “วัยรุ่นควรมีเวลามากพอที่จะตรวจสอบตัวเอง (self-introspection) แต่เมื่อพวกเขาทำงานก่อนวัยอันควร พวกเขาสามารถถูกเอารัดเอาเปรียบได้ง่ายๆ จากผู้ใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กๆ” อย่างที่คิมบอก นายทุนต้องการแค่เงิน ต้องการอะไรที่รู้ว่าขายได้เลยทำไปแบบนั้น และปัญหาใคร่เด็กในเกาหลีที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลอะไรกัน มันยิ่งส่งเสริมให้เรื่องนี้เป็นปกติ ทั้งๆ ที่มันน่ากลัวสำหรับเด็ก ไหนจะเรื่องของเวลาเรียนรู้โลกกว้างของพวกเขาที่หายไป เนื่องจากต้องมาอุทิศตนให้กับเส้นทางสายนี้อย่างเต็มที่

สิ่งที่ทำให้เด็ก 14 ก้าวขาสู่วงการไอดอลเกาหลีได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้ ลี กยู-แทก ศาสตราจารย์ด้านดนตรีป๊อป และสื่อสารมวลชนที่ George Mason University Korea คิดว่า มีส่วนมาจากผลพวงของการเกิดขึ้นของรายการแนวเซอร์ไววัล ที่เป็นรายการค้นหาเด็กฝึกเพื่อปูทางสู่การเดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลีเต็มตัว ซึ่งที่เกาหลีรายการประเภทนี้ถือว่ายอดนิยมอยู่พอสมควร

“สิ่งนี้ทะลักเข้ามาสู่วงการเคป๊อปอย่างล้นหลาม แนวคิดเรื่องผู้เข้าแข่งขันอายุน้อยกลายเป็นเรื่องปกติ ส่งผลให้สาธารณชนยอมรับนักร้องเคป๊อปที่เด็กมากๆ ปัญหาคือขณะที่รายการคาดหวังให้พวกเขา (ผู้เข้าแข่งขันเด็ก) แสดงความสมวัยในแบบที่พวกเขาเป็น แต่การคัดเลือกไอดอลก็ต้องการให้หนุ่มสาววัยรุ่นตอนต้นต้องทำตัวเหมือนศิลปินเคป๊อปมืออาชีพ ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่ามันเหมาะสมแค่ไหนที่เด็กๆ จะทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัยของพวกเขา” ลีกล่าว

แล้วคำว่าเกินวัยที่ลีพูด นอกจากจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม ท่าทางการแสดงออกแล้ว ยังรวมไปถึงเนื้อร้อง ลีตั้งคำถามว่า “ที่ฉันรู้สึกหนักใจคือ เมื่อไอดอลในช่วงวัยรุ่นตอนต้น มีภาพตัวตนที่ยังเด็กมากๆ เกินกว่าจะเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนที่เราเห็นเขาร้องเพลงดราม่าสะเทือนอารมณ์ ฉันสงสัยว่าพวกเขาเข้าใจสิ่งที่เขากำลังร้องอยู่หรือเปล่า” นอกจากเขาจะสื่อสารออกไปทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจมันมากพอแล้ว ความน่ากลัวคือถ้าเปลี่ยนจากเพลงดราม่าสะเทือนอารมณ์ ขยับไปเป็นเนื้อเพลงชักชวนทางเพศ มันคงจะเป็นอะไรที่แย่มากพอสมควร

อ้าว แล้วหากนั่นเป็นความฝันของเด็กที่อยากเป็นไอดอลล่ะ พวกเขาผิดเหรอ? ฮาแจกึน นักวิจารณ์ด้าน pop culture ก็ย้ำชัดว่า จริงๆ มันไม่ได้ผิด ข้อดีคือเด็กๆ ที่มีความสามารถจะได้สยายปีก และทำในสิ่งที่พวกเขารักตั้งแต่ยังเด็ก ฟังแบบนี้ด้านหนึ่งมันก็น่ายินดีที่พวกเขาได้ทำสิ่งที่รัก แต่เราก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า นอกจากประเด็น sexualize เด็กแล้ว กระบวนการฝึกเพื่อเป็นไอดอลเกาหลีของค่ายเกาหลี ก็ไม่ได้เป็นมิตรแก่พัฒนาการของเด็กเท่าที่ควร และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างมาก ที่เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องมาลุ้นกันตอนโตขึ้นว่า ตัดสินใจกันพลาด หรือตัดสินใจกันถูก ในวันที่อุตสาหกรรมไอดอลแข่งกันตลอดเวลา

“ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นของเหล่าไอดอลที่กำลังเติบโต ระหว่างที่พวกเขาควรจะเข้าสังคมผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนที่โรงเรียน และสนุกสนานกับการสร้างความทรงจำวัยเด็ก การเดบิวต์ตั้งแต่อายุยังน้อยมันหมายถึงว่าพวกเขาพลาดประสบการณ์ดังกล่าว ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเขาล้มเหลวในการประสบความสำเร็จในฐานะคนดัง พวกเขาจะถูกทิ้งให้มีตัวเลือกอาชีพที่จำกัด เนื่องจากพวกเขามักพลาดการศึกษาขณะที่ทำกิจกรรมไอดอล” ฮาเสริม

อุตสาหกรรมไอดอล กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง หรือแทบเป็นทั้งชีวิตของเด็กๆ ไปเรียบร้อย และในทางจิตวิทยาก็สามารถตอบผลกระทบที่ตามมาได้ ลิม มยองโฮ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก Dankook University ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น วิเคราะห์ว่า “การแยกตัว และการขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน จะส่งผลต่อการพัฒนาทางจิตวิทยาเด็ก และการปรับตัวเมื่อเผชิญปัญหาตอนเขาโตเป็นผู้ใหญ่ แม้พวกเขาจะขึ้นเป็นคนดัง แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าเขาจะพบว่ามันยากเหลือเกินที่จะจัดการกับอารมณ์ หรือลุกขึ้นมาได้เมื่อเผชิญกับความเครียด พวกเขาอาจได้รับผลกระทบอย่างมากจากคอมเมนต์ที่แสดงความเกลียดชัง จากนั้นก็ไม่สามารถรับมือวนกลับมามีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ซึ่งเราก็เห็นคนดังหลายคนทำแบบนั้น การขาดการขัดเกลาทางสังคม มันเป็นปัญหาใหญ่กว่าการโดดเรียนเสียอีก”

เมื่อพวกเขาไม่มีการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนหมู่มากในสังคม ทำให้เราเห็นทัศนคติที่ไม่ค่อยดีในตัวเด็กๆ บางคน ซึ่งหล่อหลอมให้เขาเป็นแบบนั้น เพราะขาดช่วงเวลาที่จะทำความเข้าใจ และยิ่งสังคมเกาหลีเป็นสังคมที่ไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมมากนักอยู่แล้ว จึงไปกันใหญ่ ทำให้เราเห็นการเหยียดรูปร่าง เหยียดผิว เหยียดเพศ ใครโชคดีทำความเข้าใจได้เอง ก็นับเป็นสิ่งที่ดี แต่กับเด็กบางคนชุดความคิดบางอย่างก็ส่งผลให้เขาเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดความเข้าใจในประเด็นสังคมเมื่อโตขึ้น แล้วจริงๆ ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใหญ่หรอกเหรอที่จะช่วยกันปลูกฝังทัศนคติดีๆ ให้เด็ก?

ขณะเดียวกันไอดอลเด็กก็ถูกตั้งอยู่บนความคาดหวังของสังคม โดนความคิดเห็นลบๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต และทั้งหมดมันชี้ว่า แม้ค่ายจะพยายามปั้นลุคให้เด็กๆ ดูโต แต่บางครั้งความคิดของพวกเขาก็ยังเป็นเด็กที่ต้องการการเรียนรู้

วัยทำงานของคนทั่วไปส่วนใหญ่ยังเริ่มกันในช่วงอายุขึ้นเลข 2 กัน แต่เมื่อไอดอลถูกเร่งให้โตทั้งที่ยังไม่พร้อม หลายๆ อย่างจึงหนักเกินไปที่เด็กคนหนึ่งจะแบกรับ ปัญหาภายในที่พวกเขาเจอที่ต้องผ่านไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะความเหงา การถูกจำกัดทางสังคม ขาดความรู้ความเข้าใจในการเข้าสังคม ความเหนื่อยล้า แรงกดดัน ความคาดหวัง หรือปัญหาภายนอกอย่าง การถูกคอมเมนต์เชิงล่วงละเมิดทางเพศ เสี่ยงอาชญากรรมทางเพศจากพวกใคร่เด็ก ถูกวางภาพลักษณ์ เนื้อเพลง ท่าเต้น ที่แม้จะเต็มใจทำ ก็อาจจะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เร็วเกินวัย หรือถ้าไม่เต็มใจทำ ก็ยังถูกผู้ใหญ่ หรือค่ายบังคับให้ทำ เพราะความฝันการเป็นไอดอลมันค้ำคอ

อ้างอิง:

https://koreajoongangdaily.joins.com/2021/12/07/entertainment/kpop/ive-Leeseo-Wonyoung-Jang-Wonyoung/20211207154449336.html

https://www.koreatimes.co.kr/www/art/2020/06/732_291680.html  

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide