LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

ชวนดู ‘Ms.Marvel’ ซีรีส์ฮีโร่หญิงมุสลิม ที่กอบกู้สิทธิสตรี กล้าพูดเรื่องเมนส์ และซัพพอร์ต LGBTQ+

ในโลกของซุปเปอร์ฮีโร่ Ms.Marvel คือตัวแทนของผู้หญิงมุสลิมชาวเอเชีย ที่ตอกย้ำว่าการกอบกู้โลก สามารถมาพร้อมกับการกอบกู้สิทธิสตรีที่ถูกกดทับจากศาสนา และครอบครัวของตนเองด้วย

ซีรีส์ Ms.Marvel ปูทางให้เราเห็นการเติบโตบนเส้นทางสายฮีโร่ ของสาวน้อยวัย 16 ปี กมลา ข่าน (Kamala Khan) ซุปเปอร์ฮีโร่ ‘หญิงมุสลิม’ คนแรกแห่งจักรวาลมาร์เวล นอกจากภารกิจปกป้องโลกที่น้องใหม่อย่างเธอจะต้องเรียนรู้ ความน่าสนใจที่พลาดไม่ได้ของซีรีส์เรื่องนี้คือการที่ผู้กำกับทำการบ้านเรื่องความเป็นหญิงในครอบครัวเอเชียมุสลิม และเลือกจะเทน้ำหนักไปทางการเรียกร้องสิทธิสตรีในแวดวงมุสลิม อย่างไม่อ้อมค้อม

(มีเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์)

กมลา รับบทโดย อิมาน เวลลานิ (Iman Vellani) เด็กสาวเชื้อสายปากีสถาน-อเมริกัน และเป็นชาวมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งประเด็นที่เรายกมาเล่าให้ฟังเกิดขึ้นในตอนแรก และตอนที่สองของซีรีส์ ซึ่งเด่นชัดในฐานะลูกสาวมุสลิมชาวเอเชียของกมลา ที่ถูกคาดหวังให้อยู่ตามกรอบความเป็นหญิง

EP.1: ครอบครัวที่อยากปกป้องลูกสาวจากผู้ชาย และจากตัวตนของลูกสาวเอง – คำว่า ‘ตัวตน’ ที่ครอบครัวของกมลาปูทางมาให้ คือเด็กผู้หญิงที่ทำตามพ่อแม่ และเป็นอย่างที่เลี้ยงมา เนื้อเรื่องในตอนแรก กมลาขอพ่อแม่ไปงานนิทรรศการอเวนเจอร์คอน ที่จัดประกวดชุดคอสเพลย์ซุปเปอร์ฮีโร่ เพราะเรียกได้ว่าเธอเป็นแฟนเกิร์ลตัวยงของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่อยู่แล้ว แน่นอน พอจัดเวลากลางคืน ครอบครัวก็แสดงความเป็นห่วง และคัดค้านสุดเสียง เพราะเธอจะใส่ชุดกัปตันมาร์เวลไป

เราเชื่อว่าลูกสาวเอเชียหลายคนน่าจะมีประสบการณ์ร่วมจากตอนนี้ ที่ครอบครัวสั่งห้ามให้ไปเที่ยวตอนกลางคืน ยิ่งถ้าแต่งตัวแล้วผู้ปกครองมองว่ารัด หรือเซ็กซี่เกินคำจำกัดความเป็นหญิงที่ดี ก็จะถูกสั่งห้ามได้ง่ายๆ เนื่องจากมีค่านิยมผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว ซึ่งแม่ของกมลาก็มองว่าชุดของกัปตันมาร์เวลที่เธอจะใส่นั้น ดูรัดรูปเกินไป

“ลูกจะไปแต่งเหมือนหญิงอื่นที่รัดๆ ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ลูก” ซึ่งจริงๆ เจตนาของแม่ที่พูดไปแบบนั้นก็มาจากความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าผู้ชายจะคิดมิดีมิร้ายกับกมลา แต่มันก็สะท้อนว่ายังมีครอบครัวเอเชียที่ไม่ได้เคารพสิทธิเนื้อตัวร่างกายของลูกผ่านการจำกัดสิทธิตรงนี้ แทนที่จะโทษผู้ชายที่มาคิดร้ายกับลูก แต่เลือกจะโทษลูกที่แต่งตัวแบบนั้นก่อนผู้ชายเสียอีก ที่สำคัญยังมีมุมมองต่อผู้หญิงที่แต่งตัวรัดรูปว่าเป็นหญิงไม่ดีอีก ความจริงแล้วไม่ว่าจะแต่งตัวแบบไหนไม่ได้วัดความดีกันได้เลยนะ

“ถ้าเป็นพี่ขอไป พ่อแม่คงจะ ไปเลยอามีร์ อยากทำอะไรเอาเลย เบตาเชิญจ้ะ เชิญเลย พอเป็นหนู ไม่! ห้ามทำแบบวัยรุ่นปกติในบ้านนี้” ประโยคที่กมลาพูดกับครอบครัวของเธอก็ชัดเจนแล้วว่า พอเป็นลูกผู้ชาย ทำไมถึงได้อิสระมากกว่า? ยิ่งเห็นชัดจากการที่พี่ชายของกมลาไปช่วยพูดให้จนพ่อกับแม่ให้ไป นั่นก็พอตอบได้ว่าคำพูดของลูกผู้ชายฟังขึ้นกว่าคำพูดของลูกผู้หญิง (ป.ล. แต่สุดท้ายกมลาก็ต้องแอบไปเองอยู่ดี เพราะพ่อกับแม่ให้ไปแต่ไม่ให้ใส่ชุดกัปตันมาร์เวล) และที่กำลังจะบอกคือ การที่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งต้องปิดบังพ่อแม่ในหลายๆ เรื่องนั้น ไม่ใช่ผลดีเลย เพราะจริงๆ แล้วพ่อแม่ควรจะเป็นเซฟโซนให้ลูกพูดทุกอย่างได้ เพราะการมีพ่อแม่คอยสนับสนุน ย่อมดีกว่าการหนีไปเผชิญโลกตัวคนเดียวอยู่แล้ว

EP.2: ผู้หญิงมุสลิมสามารถเรียกร้องสิทธิของตัวเอง สิทธิของสตรี และสนับสนุน LGBTQ+ – การเป็นคนเอเชียในอเมริกา เรารู้กันดีว่า นอกจากการปรับตัวให้เข้ากับสังคมตะวันตกได้แล้ว ยังต้องเจอการเหยียดเชื้อชาติในหลายๆ รูปแบบ และหากใครเคยไปแลกเปลี่ยน หรือแม้แต่มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ ก็คงรู้ว่า ชื่อของคนเอเชีย มักถูกแปลงให้เป็นคำที่เข้าปากคนต่างชาติ เพื่อให้ง่ายต่อการทักทาย ซึ่งซีรีส์ Ms.Marvel ก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า ทำไมคนตะวันตกถึงไม่เรียกชื่อเล่นให้ถูกไปเลย แล้วทำไมคนเอเชียต้องเปลี่ยนชื่อเพื่อให้พวกเขาเรียกง่ายกันล่ะ?

“ไง กามิลเลีย” ครูคนขาวในโรงเรียน ทักทายกมลาแบบนี้ ในตอนแรกเธอก็ก้มหน้าเออออตาม เพราะไม่กล้าพูด แต่หลังจากมีความมั่นใจมากขึ้น ก็ถือโอกาสพูดในสิ่งที่รู้สึกไม่สบายใจไปตรงๆ ว่า “อยากบอกมานานแล้ว ชื่อหนูออกเสียงว่า กมลา” นี่เป็นการยืนยันสิทธิว่า โลกแห่งความหลากหลายคือการที่ทุกคนเคารพตัวตนของกันและกัน การเรียกชื่อคนเอเชียให้ถูก ก็ถือเป็นการเคารพตัวตนของคนคนนั้น เพราะไม่ใช่ทุกคนจะโอเคกับการถูกเรียกด้วยชื่อใหม่ให้เข้าปากคนขาว

และอย่างที่บอกว่าโลเคชั่นหลักใน Ms.Marvel คือนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ที่มีความเปิดกว้างเรื่อง ‘เพศ’ มากกว่าในเอเชีย และกมลา ก็เป็นตัวแทนของคนมุสลิม ที่ไม่เหยียดเพศ หรือเอาความเชื่อทางศาสนามากดทับ LGBTQ+ แต่อย่างใด เพราะเรารู้ดีกันว่า คนมุสลิมบางกลุ่มมีการต่อต้าน LGBTQ+ อย่างชัดเจน โดยเชื่อว่าผิดธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ต้องกำจัด หรือจะมามีสิทธิเท่ากันไม่ได้ เนื่องจากขัดหลักศาสนา

“ปลื้มพวกเธอนะ เป็นกำลังใจให้ คู่เธอโดนใจ เลิฟ” ประโยคที่กมลาพูดกับคู่รักเลสเบี้ยนในโรงเรียน ทำเอาเรายิ้มปริ่มกับความคิดเธอ และขอชื่นชมคนเขียนบทเช่นกัน ที่เลือกให้กมลาเป็นเด็กสาวมุสลิม ที่เชื่อในสิทธิมนุษยชนมากกว่าสิ่งที่คนในศาสนาเดียวกันปลูกฝังมา ซึ่งบางข้อก็ไม่ได้ปรับเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ หรือเอาหลักสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้ง มันก็สะท้อนในโลกแห่งความเป็นจริงได้ว่า มีเด็ก LGBTQ+ ที่นับถือศาสนาอิสลามอีกกี่คน ต้องถูกทำร้าย หรือเลือกปฏิบัติจากคนในศาสนา เพียงเพราะเขาแค่เป็นตัวของตัวเอง

ไม่ใช่แค่กมลาคนเดียว ที่เป็นสาวมุสลิมหัวสมัยใหม่ในซีรีส์ ยังมี นาเคีย รับบทโดย ยาสมีน เฟลชเชอร์ (Yasmeen Fletcher) เพื่อนของกมลาที่กล้าตั้งคำถามต่อสังคมชายเป็นใหญ่ในมุสลิมอย่างชัดเจน เธอลงสมัครเลือกตั้งกรรมการมัสยิด เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง จากการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง ทั้งตอนที่นั่งละหมาด ที่นั่งของผู้หญิงจะถูกกั้นด้วยกำแพง มีราขึ้นใต้พรม สีผนังหลุดเป็นแผ่น ขณะที่ผู้ชายนั่งสบายไร้ปัญหา และครั้งที่เธอกับกมลาถูกตำหนิว่า ไม่ยอมตั้งใจฟังคำสอน กมลาก็ตอบกลับไปว่า “ตั้งใจฟังไม่ได้น่ะค่ะ เรามองไม่เห็นหน้าท่านเลย”

“ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เราอยากสร้างอนาคตที่ดีกว่า งั้นคงไม่ปล้นอนาคตของเด็กสาวสองคนใช่ไหมคะคุณลุง ไม่เอาน่า นี่กมลากับหนูเอง ลูกสาวลุง อีกคนก็เหมือนลูกลุง สิทธิสตรีเราสู้เพื่อมัน มีคนตายเพื่อมัน ลุงคงไม่…ดับฝันพวกเราใช่ไหมคะ” นาเคียหาเสียงกับพ่อของกมลาอย่างเด็ดเดี่ยว เพราะเขาเคยยืนยันว่าจะเลือกผู้ชายเป็นกรรมการ เนื่องจากเป็นเพื่อนของตัวเอง

ยังมีประเด็นทางเพศน่าสนใจอีกอย่างที่ซีรีส์เลือกจะใส่เข้ามาอย่างฉากสั้นๆ ที่นาเคีย ยื่นผ้าอนามัยแบบสอดให้กมลา เพราะคิดว่าเธออาจเป็นประจำเดือน พร้อมบอกว่า “ฉันมีผ้าอนามัยนะ รู้ว่าแม่เธอคงไม่ชอบแบบสอด” ซึ่งจริงๆ ถือเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่น่าสนใจมาก เนื่องจากเด็กผู้หญิงมุสลิมมักถูกเตือนไม่ให้ใช้ผ้าอนามัยแบบสอด เพราะมีความเชื่อกันว่าเยื่อพรหมจารีของพวกเธออาจพังได้ พูดง่ายๆ ว่านี่อาจเป็นการคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของผู้หญิงจนกว่าจะแต่งงานอะไรทำนองนั้น แต่นาเคีย ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ ก็ยืนยันว่านี่คือสุขภาพของผู้หญิงที่มีสิทธิเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบที่ตัวเองต้องการ

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ Ms.Marvel แต่ก็ทำให้เห็นชัดว่า แม้ประเภทของซีรีส์เรื่องนี้ จะเป็นแนวซุปเปอร์ฮีโร่ ทว่ากลับไม่ทิ้งประเด็นของสาวมุสลิมสมัยใหม่ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงค่านิยมเก่าๆ ทั้งเรื่องของสิทธิสตรี และสิทธิมนุษยชนให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น เราคงต้องคอยเป็นกำลังใจให้กมลาไปจนจบเรื่อง และไปลุ้นพร้อมๆ กันว่าจะมีสาระ หรือประเด็นอะไรดีๆ ที่น่าพูดถึงอีกหรือเปล่า นับได้ว่าเป็นซีรีส์ที่น่าจับตามองมากๆ ในยุคนี้

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

ทากันแดดแล้วหน้าวอก หน้าลอย ปัญหาที่คนผิวเข้มเจอ เพราะกันแดด ตรงสีผิวยังหาได้ยากตามท้องตลาด

beauty-style

ทากันแดดแล้วหน้าวอก หน้าลอย ปัญหาที่คนผิวเข้มเจอ เพราะกันแดด ตรงสีผิวยังหาได้ยากตามท้องตลาด

BY MIRROR TEAM 29 JUN 2022

MIRROR'sGuide