LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Milla Jovovich หนึ่งในคนดังที่คอยขับเคลื่อนประเด็นกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ในอเมริกาอย่างเผ็ดร้อน

ภายหลังเอกสารจากศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ที่มีใจความว่าด้วยการยกเลิกร่างกฎหมายทำแท้งหลุดออกมา กระแสการวิพากษ์วิจารณ์ความใจแคบของกฎหมายกับผู้พิพากษาก็โหมกระหน่ำลงแทบจะในทุกหย่อมหญ้า เกิดการเดินเท้าประท้วงแสดงจุดยืนต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าว อีกหลายคนตั้งคำถามต่อการที่รัฐถือสิทธิครอบครองอำนาจในเนื้อตัวของผู้คนอย่างเผ็ดร้อน และหนึ่งในนั้นคือ มิลลา โจโววิช 

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขบวนผู้ชุมนุมในย่านดาวน์ทาวน์ ลอสแอนเจลิส, สหรัฐอเมริกา ตั้งคำถามต่อร่างกฎหมายยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งที่ผ่านมาอนุญาตให้ชาวอเมริกันสามารถทำแท้งได้ถูกกฎหมายหากอายุครรภ์ยังไม่ถึง 24 สัปดาห์ และหนึ่งในคนที่เข้าร่วมการชุมนุม ทั้งยังขึ้นเวทีเพื่อแสดงความเห็นของตัวเองต่อท่าทีที่รัฐมีต่อกฎหมายและเนื้อตัวประชาชนในประเทศคือโจโววิช พร้อมกับ เอเวอร์ ลูกสาวแท้ๆ ของเธอที่เดินรอยตามแม่ด้วยการเป็นนักแสดง (ล่าสุดเธอร่วมแสดงใน Black Widow, 2021)

เนื้อความบางส่วนบางตอนที่โจโววิชขึ้นไปกล่าวขณะชุมนุมคือ "เราล้วนเคยได้ยินถ้อยคำกดขี่ที่พวกนั้นกระซิบกระซาบ แอบคิดกันเงียบๆ หรือคุยกันแค่ในหมู่พวกกลุ่มคนหัวโบราณด้วยกัน แต่ตอนนี้ พวกเขาตะโกนความคิดเหล่านั้นออกมาแล้ว ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มุ่งหมายจะยกเลิกร่างคดีระหว่างโรกับเวด (Roe v. Wade คำวินิจฉัยที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยว่ารัฐธรรมนูญสหรัฐฯ คุ้มครองเสรีภาพของผู้มีครรภ์ในการเลือกทำแท้งได้) รวมทั้งจะจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้หญิงไม่ให้งอกงามไปกว่านี้ และยังไม่พอ นี่ย่อมหมายถึงการเดิมพันในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพวกเราด้วย"

"มันไม่ได้กระทบแค่สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ แต่ยังจะกระทบสิทธิอื่นๆ ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการแต่งงานกับใครก็ตามที่เราได้เลือก โดยไม่ขึ้นอยู่กับสีผิวหรือเพศสภาพ ตลอดจนสิทธิในการเลือกคุมกำเนิดของเราก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน เพราะเมื่อลองประตูบานนั้นเปิดออกแล้ว ศาลสูงสุดซึ่งเป็นร่างจำแลงของทรัมป์ (โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีขวาจัดของสหรัฐฯ) จะมีพลังมากพอในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของกฎหมายฉบับนี้ ด้วยการยกเลิกชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่ได้มาจากการต่อสู้อย่างยากลำบากตลอด 50 ปีนี้ทิ้งไป" 

"การทำให้การยุติการตั้งครรภ์กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่ได้หยุดให้ผู้หญิงเราทำแท้งหรอก แต่มันหยุดการทำแท้ง 'อย่างปลอดภัย' ต่างหาก แล้วพอมาตอนนี้ ถามว่าเหล่านักกฎหมายได้สร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ที่กำลังจะเกิดมาจากผลพวงของการ 'ถูกบีบให้เอาครรภ์ไว้จนกว่าจะคลอด' แล้วหรือยัง ระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมก็ยังไม่ได้สร้าง การอัลตราซาวนด์และการให้พักอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะคลอดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ยังไม่มี ผ้าอ้อม นมเด็กกับเสื้อผ้าเด็กๆ ล่ะ ไม่มีอีกเหมือนกัน แล้วการจ่ายเงินให้ผู้ปกครองได้มีเวลาดูแลเด็กทารกอย่างเต็มเวลาโดยไม่ต้องพะวงหน้าหลังเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจหายไปจากการขาดงานมาเลี้ยงดูบุตรล่ะ ก็ยังไม่ได้สร้างอีกนั่นแหละ

"นักกฎหมายเหล่านี้ใส่ใจกับตัวอ่อนที่ยังอยู่ในครรภ์เหลือเกิน แต่ไม่ได้แยแสเด็กที่กำลังจะเกิดมาหรือครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูเด็กๆ เหล่านี้ แล้วถามว่าใครที่ต้องมารับผลจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้หรือ ฉันบอกคุณได้เลยว่าไม่ใช่พวกวุฒิสภามีอันจะกินที่หวังอยากยุติร่างกฎหมายฉบับนี้ และก็ไม่ใช่เพื่อนๆ หรือคนที่พวกเขารักหรอกค่ะ แต่จะเป็นคนผิวสีมากมาย เป็นผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบ และผู้คนซึ่งถูกทำให้ไม่มีปากไม่มีเสียงในประวัติศาสตร์ เพราะมันชัดเจนเหลือเกินกว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการทำแท้ง แต่เป็นเรื่องของอำนาจและการควบคุม

"มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการไล่ตามความฝัน, ความทะยานอยาก, ได้ร่ำเรียนและได้ทำสิ่งที่ตนต้องการ ก่อนจะได้ตัดสินใจอุทิศชีวิต เวลา เรี่ยวแรงและเงินทองในการสร้างครอบครัวของตัวเอง เด็กจึงควรมาจาก 'ความต้องการ' ไม่ใช่ 'การบังคับ' แล้วร่างกฎหมายที่ว่านี้ก็ไม่แม้กระทั่งยกเว้นให้แก่เหยื่อจากการข่มขืนหรือการสืบเชื้อร่วมสายเลือด (incest) ด้วยซ้ำไป และเราก็รู้ว่าไม่มีเสียงจากประชาชนคนใดที่สมควรถูกเพิกเฉย เราต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด อย่างมั่นคงและซื่อตรงต่อไปนะ"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โจโววิชออกมาพูดประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ ก่อนหน้านี้ในปี 2019 เมื่อกฎหมายการตั้งครรภ์ของรัฐจอร์เจียระบุว่า การยุติการตั้งครรภ์นั้นจะผิดกฎหมายทันทีเมื่อตัวอ่อนในครรภ์อยู่ในระยะที่หัวใจเต้นได้แล้ว (ซึ่งหลายคนแย้งว่า หัวใจตัวอ่อนจะเริ่มเต้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6-7 อันเป็นเวลาที่หลายคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตั้งท้องแล้ว) โดยโจโววิชระบุในอินสตาแกรมของเธอว่า ที่ผ่านมานั้นเธอพยายามวางตัวให้ห่างจากการเมืองมากที่สุด "การทำแท้งนั้นลำพังก็ยากสำหรับผู้หญิงอยู่แล้วในการจะรับมือกับอารมณ์ต่างๆ โดยยังไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องความปลอดภัยใดๆ ที่ต้องเผชิญเลย"

"ฉันเองเคยต้องทำแท้งฉุกเฉินเมื่อสองปีก่อนเมื่ออายุครรภ์ได้สี่เดือนครึ่ง กำลังถ่ายหนังที่ยุโรปตะวันออก จำเป็นต้องมีการทำคลอดก่อนกำหนดซึ่งฉันต้องตื่นอยู่ตลอดกระบวนการต่างๆ ด้วย นับเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยประสบมาเลย ทุกวันนี้ก็ยังฝันร้ายถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ ตอนนั้นฉันตัวคนเดียวและทำอะไรไม่ได้เลย ทุกครั้งที่นึกได้ว่ามีผู้หญิงอีกแค่ไหนที่ต้องเผชิญกับการทำแท้งซึ่งมีเงื่อนไขที่อันตรายมากกว่าที่ฉันเคยเจอเพราะกฎหมายพวกนี้ ฉันก็มวนท้องทุกทีไป เหตุการณ์นั้นยังเป็นเหตุให้ฉันซึมเศร้ารุนแรงที่สุดของชีวิต ยังผลให้ต้องทำงานหนักเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อหาทางออกให้ตัวเอง"

"การทำแท้งโดยตัวมันเองนั้นก็เหมือนเป็นฝันร้ายอยู่แล้ว ไม่มีผู้หญิงคนใดที่ปรารถนาอยากทำแท้งหรอก แต่เราก็ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของเรา เพื่อที่เราจะได้ใช้สิทธินี้ในห้วงยามที่เราต้องการค่ะ"

สำหรับโจโววิชแล้วนี่อาจเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เธอต้องออกมาต่อสู้เพื่อประเด็นเดิมกับที่เคยพูดไปก่อนแล้วในรอบสี่ปี หากแต่ก็เป็นดังที่เธอกล่าวไว้ในการชุมนุมที่ดาวน์ทาวน์ ลอสแอนเจลิสว่า 'เราต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด อย่างมั่นคงและซื่อตรงต่อไป' เพราะนี่ย่อมหมายถึงการ 'ต่อสู้เพื่อสิทธิของเรา เพื่อที่เราจะได้ใช้สิทธินี้ในห้วงยามที่เราต้องการ' โดยไม่ปล่อยให้คนไม่กี่คนมาลิดรอนเอาไปได้อย่างเด็ดขาด

Author

MAN ON FILM

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide