LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

“ฉันจะร่าน!” การทวงคืนคำเหยียดเพศมาเป็นพลัง บอกทั้งตัวเองและคนอื่นว่าฉันที่เป็นแบบนี้ไม่ได้ผิด และไม่เห็นหนักหัวใคร

“ฉันจะร่าน! (Bitch)” จากปากเจ้าตัว กับ “เธอมันร่าน!” จากปากคนอื่น
“ฉันเป็นกะหรี่ (Slut)” จากปากเจ้าตัว กับ “นังกะหรี่” จากปากคนอื่น

คำเหมือนที่กลายเป็นไม่เหมือน คำด่าที่กลายเป็นไม่ด่าเมื่อผู้พูดใช้อำนาจของตัวเองในการพูดถึงตัวเองออกมา เพื่อบอกว่าฉันจะเปลี่ยนคำดูถูกของพวกแกให้เป็นพลัง และ Empower ตัวเอง หรือผู้อื่นว่า ฉันก็เป็นฉันที่มั่นใจในตัวเองแบบนี้ มันไม่ผิด และไม่เห็นหนักหัวใคร

นี่คือการทวงคืน หรือ ‘Reclaim’ ทุกคำด่าเหยียดเพศ โดยเฉพาะผู้หญิง จากการโดนสังคมดูถูกว่าทำตัวร่าน (เมื่อมีเซ็กซ์กับใครหลายคน ซึ่งนั่นก็ไม่เห็นจะผิด ถ้าไม่ได้ไปแย่งใครเขามา หรือผิดจรรยาบรรณอาชีพ) หรือแต่งตัวน้อยชิ้นเหมือนกะหรี่ (ทั้งๆ ที่กะหรี่เป็นอาชีพ ไม่ใช่คำด่าด้วยซ้ำ และการแต่งตัวน้อยชิ้นก็ไม่ควรมีใครเดือดร้อน!) นี่ยังไม่รวมดอกทอง แรด หรือคำด่าอีกมากที่นิยมใช้กับสตรี ซึ่งถูกใช้ใหม่ เป็นคำพูดเล่นๆ กับเพื่อนสาว ว่าแก๊งเรามันปัง มันแรด มันจึ้ง เสริมสร้างจริตการใช้ชีวิตโดยไม่เกรงค่านิยมสังคมที่ตีกรอบผู้หญิงให้เหนียมอาย

ผู้หญิงไม่ได้เพิ่งลุกมาเคลมคำด่าจากคนอื่นให้เป็นอำนาจในมือตัวเองในปีสองปีมานี้ แต่จริงๆ พวกเธอเริ่มทำมาตั้งแต่ยุค 90s แล้ว เรารู้กันดีว่าในประเทศตะวันตก การแต่งเพลงด่าผู้หญิงในวงการแร็ป หรือฮิปฮอปนั้นแพร่กระจาย ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ไม่เว้นแต่ในไทย คำว่า Bitch หรือ นังร่าน นังแพศยา แทบจะเป็นคำนิยมจากนักร้องชาย และการที่ผู้หญิงจะปฏิเสธการดูหมิ่นแบบนั้นในวงการเพลง พวกเธอก็เลยต้องแต่งเพลงสู้กลับ

แร็ปเปอร์สาวชาวอเมริกัน Lil Kim เธอท้าทายคำตีตราด้วยการแต่งเพลง ‘Queen Bitch’ ในปี 1996 โดยนิยามตัวเองในเนื้อเพลงว่าเป็น Diamond Cluster Hustler (เพชรเม็ดงามของกลุ่มโสเภณี), Queen Bitch (ราชินีแห่งความร่าน), Supreme Bitch (ตัวแม่แห่งความร่าน) ดูเหมือนจะแรง แต่นี่คือการ Empower ถึงผลงานของเธอ การหาเลี้ยงตัวเอง ความไม่อายที่จะพูดเรื่องเพศ และความสามารถที่มีในการสู้กับฮิปฮอปชายแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ไม่ใช่แค่วงการฮิปฮอป แต่วงการเพลงแนวโฟล์กป็อปก็มีเหมือนกัน เพลงดังของ เมเรดิธ บรูกส์ (Meredith Brooks) อย่าง ‘Bitch’ ในปี 1997 พยายามทุบกล่องทางเพศที่บอกว่าผู้หญิงต้องมีแค่ด้านเดียว หรือบทบาทเดิมๆ แบบที่สังคมกำหนด ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเธอสามารถเป็นได้หลายบทบาท และมีหลายลุค หลายด้านในคนเดียวได้

I'm a bitch
I'm a lover
I'm a child
I'm a mother
I'm a sinner
I'm a saint
And I do not feel ashamed


ไม่ว่าจะเป็นนังร่าน เป็นแฟนสาว เป็นเด็ก เป็นแม่ เป็นคนบาป หรือเป็นนักบุญ พวกเธอก็ไม่ควรจะรู้สึกละอายอะไรเลยถ้าจะเลือกทางไหน

ตัวแม่ไอคอนิกแห่งวงการเพลงอย่าง มาดอนนา (Madonna) ก็เคยมีโควตปังๆ ที่สนับสนุนให้ผู้หญิง Bitch ได้อย่างใจหวัง เพราะ “ฉันแกร่ง ฉันทะเยอทะยาน และฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไร หากสิ่งที่ฉันเป็นทำให้ฉันเป็นนังร่าน ก็โอเคนะ”

มาดอนนาตอกย้ำอุดมการณ์ของเธอด้วยการใส่คำว่า Bitch ลงในอัลบั้ม Rebel Heart ถึง 44 ครั้ง อย่างภาคภูมิ และทรงพลัง ความบ้าบิ่นของเธอ แน่นอนมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่การโบกมือลาขาดกับความอนุรักษนิยม หรือการทำตามความคาดหวังของใคร ก็เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรจะเลือกมีอิสระได้

อีกคำหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ คงหนีไม่พ้น ‘กะหรี่’ หรือ Slut ในไทย ถูกใช้ในการด่าผู้หญิงที่ไม่ตรงกรอบความเป็นหญิง แต่งตัวโป๊ ไม่เรียบร้อย หรือกล้าจะพูดเรื่องเซ็กซ์อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนอกจากเป็นการเหยียดเพศแล้ว ยังเป็นการดูถูกอาชีพสุจริตอย่างคนขายบริการทางเพศ (Sex Worker) อีกด้วย เอาเข้าจริง อาชีพกะหรี่ ก็เหมือนอาชีพทั่วไปที่ทำงานแลกเงิน ต่างกันที่นี่เป็นการใช้ร่างกายแทน แต่ก็ต้องใช้ทักษะความสามารถของตัวเองเหมือนอาชีพอื่นๆ แต่ที่หลายคนมีปัญหา เพราะติดภาพลักษณ์ผู้หญิงในกรอบจารีตมากเสียจนกล้าที่จะดูถูกชาวบ้านชาวช่องมากกว่า

คำว่า Slut ถูกทวงคืนอำนาจอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อปี 2011 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในโตรอนโตกล่าวกับผู้หญิงวัยเรียนว่า หากพวกเขาไม่อยากถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก็ไม่ควร “แต่งตัวเหมือนกะหรี่” (ในไทยก็มีการพูดลักษณะนี้เยอะ) เมื่อประโยคเหยียดเพศ และโทษเหยื่อความรุนแรงทางเพศแบบนี้โพล่งออกไป จึงเกิดการเดินชุมนุมประท้วงอย่าง SlutWalk ที่มีผู้ชุมนุมมากกว่า 3,000 คน เดินเรียกร้องความเท่าเทียม ต่อต้านแนวคิดดังกล่าว

ผู้ร่วมก่อตั้ง SlutWalk อย่าง ซอนยา บาร์เน็ตต์ (Sonya Barnett) และ เฮเธอร์ จาร์วิส (Heather Jarvis) เริ่มการเคลื่อนไหวนี้เพื่อเปลี่ยนความหมายของ Slut จากที่โจมตีเรื่องเพศ สู่การมอบอำนาจให้ผู้หญิง เพราะ “การที่เรากำหนดชีวิตเรื่องเซ็กซ์ของเราเอง ไม่ได้หมายความว่าเราเปิดโอกาสให้เราเจอความรุนแรง ไม่ว่าจะมีเซ็กซ์เพราะความพอใจ หรือเพราะงานก็ตาม และไม่ควรจะมีใครควรมาเทียบความสนุกกับเซ็กซ์ และความรุนแรงทางเพศ ว่ามันเหมือนกัน” ทั้งคู่กล่าว

แค่นั้นยังไม่พอ ปี 2015 แอมเบอร์ โรส (Amber Rose) นางแบบ และเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียง ใช้เสียงของเธอจัดการเดินขบวนในลอสแอนเจลิส ‘Amber Rose Slutwalk’ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศ และการ Body Shaming

โรสต้องการทวงคืนคำด่าผู้หญิงให้เป็นอำนาจ เนื่องจากเธอเคยตกเป็นผู้ถูกกระทำจากการทำร้ายร่างกายด้วยวาจา ซึ่งมีความรุนแรงไม่ต่างจากการทำร้ายร่างกายด้วยกำลัง โดยอีเวนต์ของเธอ นอกจากจะมีการเดินขบวนที่นำเงินทั้งหมดไปช่วยผู้รอดชีวิตจากการถูกข่มขืนแล้ว ในงานยังมีดนตรีสด และการเสวนาเกี่ยวกับปัญหาความอยุติธรรมในสังคม ซึ่งผู้ชุมนุมหลายคนต่างมีป้ายคำพูดที่อยากจะแสดงให้คนอื่นลดอคติลง เช่น “Rape came before miniskirts” หรือ “Pussy not war” เป็นต้น

“หากคุณต้องการจะเปลี่ยนการรับรู้ต่อบางสิ่งบางอย่าง วิธีหนึ่งที่จะทำได้ คือเปลี่ยนแนวทางในการพูดถึงสิ่งนั้นด้วยภาษา” ซาลี ตาเกลียมอนเต (Sali Tagliamonte) นักภาษาศาสตร์จาก University of Toronto บอก

เมื่อเราขโมยคำด่ามาเป็นของตัวเอง ก็เหมือนการขโมยอำนาจที่คนอื่นใช้กดขี่มาเป็นของเรา แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ทุกคนจะรู้สึกสบายใจกับการใช้คำด่าเหล่านั้นเรียกตัวเองอยู่ดี เพราะแต่ละคนมีเรื่องราวชีวิตและประสบการณ์แตกต่างกันไป

สิ่งที่เราทำได้คือการไม่ไปด่าคนอื่น ไม่ว่าจะตั้งใจดูถูกเหยียดหยาม เพราะเขาเรียกตัวเองแบบนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาพอใจกับการที่คนอื่นไปด่าเช่นเดียวกัน อำนาจอยู่ที่เจ้าของร่างกาย ไม่ใช่คุณ หรือแม้แต่เพื่อนกัน ที่คิดว่าพูดเล่นๆ เอง อีกฝ่ายคงไม่คิดอะไร ก็ไม่ควรเหมือนกันนะ ทางที่ดีควรถามความยินยอมจากอีกฝ่ายก่อนดีกว่า จะได้ไม่โกรธเคืองกันเปล่าๆ

ส่วนถ้าจะบอกตัวเองว่า “ฉันจะร่าน!” แล้วล่ะก็…ลุยเลยสาว เพราะพวกเรามัน Queen Bitch ตัวจริงจ้ะ

อ้างอิง:

https://www.dazeddigital.com/music/article/29629/1/how-female-musicians-of-the-90s-reclaimed-the-word-bitch

https://www.independent.co.uk/news/people/britney-spears-reclaims-the-word-bitch-back-from-misogynists-with-empowering-redefinition-10116838.html

https://www.newstatesman.com/politics/2017/09/amber-roses-slutwalk-is-the-controversial-feminist-movement-still-relevant

https://www.refinery29.com/en-us/2018/03/191064/slang-offensive-words-female-empowerment-international-womens-day

https://www.theguardian.com/media/mind-your-language/2015/oct/30/power-grab-reclaiming-words-can-be-such-a-bitch 

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide