LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

พักก่อน! ค่านิยมทำงานหนักเกิน ที่บางคนมองเป็นเรื่องเท่ๆ แต่หลายคนจะตายกันหมด

บนโลกทุนนิยมที่คนเกิดมามีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน และความเหลื่อมล้ำสูง ไม่เว้นแต่ในที่ทำงาน เหล่าพนักงานออฟฟิศ หรือลูกจ้างหลายบริษัท ต่างต้องผันตัวเป็นไฟต์เตอร์ แข่งกันทำงานหนักเกินเวลา มีเป้าหมายพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับ หรือเชิดชูจากเจ้านาย จนกลายเป็นความปกติ (ที่ไม่ควรปกติ) ในหลายๆ บริษัท เพราะเมื่อไหร่ที่ไม่ได้รับคำชม อาการกลัวถูกทิ้งอาจตีตื้นขึ้นมาในความรู้สึก

“โห เมื่อคืนทำงานจนถึงเที่ยงคืนเลยเหรอ เจ๋งมาก”
“พี่ขอบคุณมากนะ ที่รักงานขนาดนี้”

ค่านิยมทำงานเยอะแล้วดูคูล ดูเท่ ดูทุ่มเท ไม่ได้เพิ่งจะมี แต่รากเหง้าของปรากฏการณ์นี้โผล่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ซึ่งชาวโปรเตสแตนต์ผิวขาวในยุโรปปลูกฝังค่านิยมว่าการทำงานหนัก และแสวงหาผลกำไร คือการมีคุณธรรม หรือที่เรียกว่า ‘Protestant work ethic’

วัฒนธรรมการทำงานหนักเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีชื่อเรียกวัฒนธรรมการอวยยศคนทำงานหนักว่าเป็นคนมีเกียรติว่า ‘Karoshi’ (過労死) ซึ่งมีความหมายว่าความตายจากการทำงานหนัก โดยมีที่มาเริ่มแรกจาก วิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973 ญี่ปุ่นปรับโครงสร้างแรงงานของประเทศโดยมองว่าการทำงานมากกว่า 70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นเรื่องปกติ จนทำให้ช่วงปี 1990 เริ่มมีพนักงานเสียชีวิตเพราะทำงานหนัก ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง หรือบางรายตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะไม่สามารถทนต่อความกดดันจากหัวหน้างานได้

ตรงกับการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environment International เขียนโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ตีพิมพ์ในปี 2021 นี้ว่า ในแต่ละปีจะมีสามในสี่ของหนึ่งล้านคน เสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองจากการทำงานเป็นเวลานาน และมีคนเสียชีวิตจากการทำงานหนักมากกว่าคนเป็นโรคมาลาเรียเสียอีก

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า คนที่ทำงาน 55 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานตามมาตรฐานการทำงาน (35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) และในการศึกษาครั้งแรกในปี 2016 ทางหน่วยงานพบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 745,000 คนจากการทำงานหนักเกินไป

นอกจากจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแล้ว ยังทำให้หลายคนเกิดภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดภาวะนี้เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงาน โดยไม่สามารถจัดการได้ มีลักษณะอ่อนล้าทางกายและใจ รู้สึกแง่ลบเกี่ยวกับงาน ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง นำไปสู่การตั้งคำถามว่า “มาทำงานที่นี่ทำไมแต่แรก”

แต่เมื่อโลกหมุนไป สังคมถูกขับเคลื่อน ชาวนิวยอร์กที่เคยมี ‘a cult’ (ลัทธิ) หรือชื่อเรียกผู้อุทิศตนเพื่อองค์กรเนื่องจากหลายคนโรแมนติไซซ์การทำงานหนักเป็นเรื่องตื่นเต้น แสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าตัวเองเป็นคนเก่ง คนมีความรู้ ผ่านโพสต์บนอินสตาแกรมว่าเรากำลังทำงานหนัก โดยเฉพาะคนชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง การศึกษากลับพบว่า สหรัฐอเมริกามีประชากรน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังต้องเผชิญกับชั่วโมงทำงานแสนยาวนาน

วัฒนธรรมการทำงานหนักเกินจนมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจึงตกไปเป็นของคนงานวัยกลางคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในนั้นจ้า) และภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ส่วนคนยุโรปกลับมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากทุกคนต่างสนุกกับการเฉลิมฉลองวันหยุดยาว และให้ความสำคัญกับเวลาพักผ่อน แถมยังออกกฎหมายห้ามพนักงานทำงานมากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ขืนไทยแลนด์ยังเป็นแดนทำงานหนัก แต่ค่าแรงต่ำ บริษัทที่มีวัฒนธรรมแปลกๆ แบบนี้ คงจะยกย่องคนทำงานหนักเกินเวลาว่าเป็นตัวปังในออฟฟิศ เพื่อแลกกับสิทธิพิเศษบางอย่างมากขึ้น จนเหล่าแรงงานกลายเป็นนักสะสมคำชม ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนรอบข้าง แม้จะลางานเพื่อพัก แต่อีกใจยังกลัวคนอื่นคิดว่าอู้ หรือสงสารเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายเป็นลมล้มตึง ป่วยเข้าโรงพยาบาลจริงๆ เป็นแน่ แล้วเจ้านายก็อาจจะไม่ได้มารับผิดชอบชีวิตแรงงานตัวเล็กๆ ด้วยน่ะสิ

มันคุ้มกับที่แหกขี้ตาทำงานหนักไหมเนี่ย

เราเชื่อว่ายังมีบริษัทไทยที่ไม่ซื้อวัฒนธรรมองค์กรกดขี่แรงงานอยู่บ้าง และคุณอาจจะต้องเอาค่านิยมเดิมๆ ออกจากหัว เพราะทำงานหนักจนสภาพร่างกายเริ่มจะเป็นซอมบี้ สภาพจิตใจเหมือนดอกไม้เฉาๆ มันไม่ปกติ และไม่เคยปกติ

ดังนั้น ใครกำลังเผชิญสภาวะนี้ ลองพิจารณาดูอีกทีก็ได้นะ! ก่อนคุณจะตุยเย่


อ้างอิง:

https://www.bbc.com/worklife/article/20210507-why-we-glorify-the-cult-of-burnout-and-overwork

https://www.bbc.com/worklife/article/20210518-how-overwork-is-literally-killing-us

https://www.npr.org/2021/05/17/997462169/thousands-of-people-are-dying-from-working-long-hours-a-new-who-study-finds

https://observatory.tec.mx/edu-news/karoshi-phenomenon

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0160412021002208

https://www.wired.co.uk/article/karoshi-japan-overwork-culture 

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

การจากไปของ Virgil Abloh  ดีไซเนอร์ Louis Vuitton และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White

life

การจากไปของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์ Louis Vuitton และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White

BY NATARAJ 29 NOV 2021

MIRROR'sGuide