LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

มาร์ลา ซิงเกอร์ จิตวิญญาณเสรี สตรีเพียงหนึ่งเดียวใน Fight Club (1999)

*บทความเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์เรื่อง Fight Club (1999)

Fight Club (1999) เป็นหนังที่คลุ้งกลิ่นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมาตั้งแต่ชื่อเรื่องไปจนถึงเนื้อหารายละเอียดต่างๆ ด้วยความที่เนื้อเรื่องเล่าถึงความเปราะบางของความเป็นชาย และโลกทุนนิยม ผ่านกลุ่มมวยใต้ดิน หนุ่มออฟฟิศ (เอ็ดวาร์ด นอร์ตัน) ซึ่งทุกข์ทรมานจากโรคนอนไม่หลับ ได้ไปเจอเข้ากับ ไทเลอร์ เดอร์เดนต์ (แบรด พิตต์) คนทำสบู่มาดเท่ผู้ใช้ชีวิตอย่างไม่แยแสกฎระเบียบ 

ทั้งสองก่อตั้งกลุ่ม Fight Club ขึ้นมาอย่างลับๆ เพื่อให้ชายหนุ่มผู้อัดอั้นในสังคมทั้งหลายได้มาระบายความรู้สึกด้วยการหวดกำปั้นใส่กันทุกสัปดาห์ ก่อนที่ทั้งหมดนี้จะค่อยๆ สั่นคลอนเมื่อหญิงสาวลึกลับนาม มาร์ลา ซิงเกอร์ (เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์) ปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของชายหนุ่มทั้งสอง

ในบรรดาตัวละครชายล้วน มัดกล้ามเนื้อ เหงื่อไหล และคราบเลือด มาร์ลาคือตัวละครหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่โผล่เข้ามายังโลกของพวกเขา และสร้างความปั่นป่วนมหาศาลอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจ มาร์ลาใช้ชีวิตด้วยการขโมยอาหารจากรถตู้ขนส่ง, หยิบเอาเสื้อผ้าจากร้านซักรีดที่ยังไม่มีเจ้าของมารับ และปะปนไปในกลุ่มบำบัดผู้ป่วยโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคพยาธิในสมอง รวมถึงโรคมะเร็งลูกอัณฑะ (แม้เธอจะไม่มีลูกอัณฑะก็ตาม) เพื่อดื่มกาแฟฟรี จนได้ไปเจอกับหนุ่มออฟฟิศที่ก็เข้ามาปะปนในกลุ่มนี้เหมือนกันเพราะการได้เห็น 'ชายไร้ไข่' ทั้งหลายระบายความอัดอั้นเศร้าโศกออกมานั้น มันทำให้เขากลับไปนอนหลับได้อีกครั้ง หากแต่เมื่อมีมาร์ลาเข้ามาในกลุ่ม เขาก็ไม่อาจนอนหลับได้ลงอีกต่อไป ("คำโกหกของเธอสะท้อนคำโกหกของผม") จนทำให้เขาต้องดั้นด้นหาวิธีบำบัดตัวเองด้วยวิธีอื่น 

อย่างไรก็ดี หลังจากที่หนังจบลง ตัวละครที่มักถูกหยิบมาวิเคราะห์และพูดถึงเสมอ คือ ไทเลอร์ ชายที่มีตัวตนเพียงแค่ในจินตนาการของหนุ่มออฟฟิศ เป็นตัวตนที่สองหรือ alter ego ซึ่งหนุ่มออฟฟิศไม่มีทางได้เป็น ทั้งรูปลักษณ์ดิบเถื่อนกำยำ เจ้าเสน่ห์ ที่สำคัญคือการใช้ชีวิตอย่างอิสระปราศจากข้อผูกมัด แต่สิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจไม่แพ้กันคือตัวละครของมาร์ลา ซิงเกอร์ ไม่ใช่แค่เธอเป็นหญิงเพียงคนเดียวที่เข้ามาในชีวิตของชายออฟฟิศผู้ใช้ชีวิตอย่างจืดชืด แต่เธอเองก็ 'เป็น' ในสิ่งที่เขาไม่อาจเป็นได้เช่นกัน 

มาร์ลาไม่ปรารถนาจะเป็นที่รักของใคร มีชีวิตหลุดกรอบทั้งในเชิงข้อปฏิบัติของสังคมและทุนนิยม ใช้เสื้อผ้ามือสองที่ขโมยมาจากคนอื่นอีกที หรือไปหยิบมาจากกลุ่มเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งแม้สภาพจะยังดี เช่น ชุดเพื่อนเจ้าสาวที่ใช้เพียงครั้งเดียว เธอบอกว่า "เคยมีคนรักชุดเพื่อนเจ้าสาวนี้มากๆ อยู่หนึ่งวัน แล้ววันต่อมาก็โยนมันทิ้งเสียแล้ว เหมือนต้นคริสต์มาสน่ะ แสนพิเศษเหลือเกิน แล้วก็ ตูม โดนโยนทิ้งไว้ข้างถนน" มองจากอีกมุมหนึ่ง เธอก็เป็นเสมือนไทเลอร์ภาคผู้หญิง ไม่แยแสโลก เถื่อนถ่อยและรักเสรี

คำถามคือแล้วเหตุใด หนุ่มออฟฟิศจึงเทิดทูนบูชาไทเลอร์ที่มีลักษณะดังกล่าว ขณะที่แสดงท่าทีรังเกียจมาร์ลาและไม่อยากให้เธอเข้ามาอยู่ในชีวิตเขาแม้เพียงสักเสี้ยว

เช่นเดียวกันกับฉากเปิดเรื่องที่หนุ่มออฟฟิศไปนั่งอยู่ในห้องบำบัดของผู้ป่วยมะเร็งอัณฑะ ซึ่งที่นั่นทุกคนล้วนรู้สึกว่าถูก 'พรากความเป็นชาย' ไปจากพวกตน ตัวพนักงานออฟฟิศหนุ่มรู้สึกว่าความเป็นชายของเขาและคนเหล่านี้ง่อนแง่นอยู่ในสังคมที่แสนเปราะบาง โลกสมัยใหม่ทำให้เขารู้สึกว่า 'ความเป็นชาย' ที่โลกโบราณเคยนิยามไว้-ต้องดิบเถื่อน ต้องก้าวร้าว ต้องรุนแรง-ค่อยๆ เลือนหาย นวดบดให้พวกเขาเป็นแค่คนที่ติดอยู่ในกรอบกรง ตื่นเช้าไปทำงานแล้วกลับบ้านมาอย่างว่างเปล่า 

การปรากฏตัวของมาร์ลาที่เป็นเสมือน 'จิตวิญญาณเสรี' ที่มีตัวตนอยู่จริง และเป็นผู้หญิง จึงสั่นคลอนตัวตนของหนุ่มออฟฟิศ เขาคิดว่าบุคลิกห่ามห้าว ดิบเถื่อน ใช้ชีวิตอย่างไม่แยแสกฎและขบถต่อค่านิยมนั้น ควรเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเนื้อตัวผู้ชาย จนเขาต้องไปสร้างตัวละครในจินตนาการที่ 'เป็น' ได้อย่างที่เขาอยากให้เป็น คือไทเลอร์ เดอร์เดนต์ 

โดยไม่ได้เข้าใจเลยว่า บุคลิกแหกคอกแหกขนบ พร้อมจะปฏิเสธกรอบกรงที่สังคมโยนมาให้นั้นมันไม่ได้จำกัดแค่ให้ผู้ชายเท่านั้นที่เป็นได้ แต่ใครก็ตามที่ 'เป็นอิสระ' มากพอก็มีบุคลิกแบบนี้ได้ทั้งนั้น และตัวอย่างคือมาร์ลา ซิงเกอร์ หญิงสาวที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและไม่ลังเลที่จะเอื้อนเอ่ยความรู้สึกนึกคิดของตนให้อีกฝ่ายฟัง มาร์ลาจึงเข้าไปสั่นคลอนความเป็นชายของเขาด้วยความเป็นหญิงของเธอเองอย่างไม่ได้เจตนา มิหนำซ้ำ ในอีกด้านของท่าทีแข็งกร้าว เธอก็ยังแสดงความอ่อนโยน เป็นห่วงเป็นใยเขาอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่ ‘ตัวตนที่สอง’ ของเขาอย่างไทเลอร์ ผลักความดิบเถื่อนไปจนสุดขอบด้วยการใช้มันประหัตประหาร ทำลายล้างเมืองทั้งเมืองจนย่อยยับ

เราอาจจะกล่าวได้ว่า เหตุผลหนึ่งที่มาร์ลาเป็นตัวละครหญิงเพียงคนเดียวในหนังที่คลุ้งด้วยฮอร์โมนเพศชายเรื่องนี้ คือ การที่เธอเป็นตัวละครที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุดคนหนึ่งในเรื่อง เข้มแข็งมากที่สุดเท่ากับที่อ่อนโยนอย่างที่สุดเช่นกัน และทำให้เธอเข้าไปยึดพื้นที่เว้าแหว่งในหัวใจของหนุ่มออฟฟิศ เท่ากันกับที่ยึดครองหัวใจคนดูมาแล้วร่วมสองทศวรรษ

Related Stories

Maeve Wiley สาวแสบ เก๋า และห้าวหาญ แห่ง Sex Education

culture

Maeve Wiley สาวแสบ เก๋า และห้าวหาญ แห่ง Sex Education

BY MAN ON FILM 26 SEP 2021

MIRROR'sGuide