LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

การ ‘นั่งโง่ๆ’ สักวันละ 5 นาที ส่งผลที่ดีต่อสุขภาพจิต และช่วยให้ สมองแล่นได้ดีขึ้น

อาจมีบางคนที่รู้สึกว่าการนั่งโง่ๆ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลยนั้นมันช่างสูญเปล่าสิ้นดี โดยเฉพาะคนที่มีอะไรต้องทำเต็มไปหมด แต่ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็วแบบนี้ สมองคนเราทำงานไม่หยุดตั้งแต่ตื่นยันนอนหลับ (บางคนกระทั่งหลับก็ยังฝันโน่นนี่อีก) การไม่ทำอะไรเลย นั่งเฉยๆ ไม่แตะมือถือ ปล่อยให้ความคิดไหลไปเรื่อยๆ จึงกลายเป็นกิจกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิต และยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองได้ด้วย

แม้นี่จะเป็นอะไรที่ใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำมันได้ง่ายๆ บางทีเราก็ติดพันกับเรื่องราวบางอย่างจนวางไม่ลง ต้องคิดงาน คิดเรื่องต่างๆ ในชีวิต คุยกับคนที่ทั้งอยากคุยและไม่อยากคุย แถมยังต้องหาความบันเทิงใส่ตัวให้พอชุ่มจิตชุ่มใจ รู้ตัวอีกทีก็ถึงเวลาต้องนอนแล้ว แต่คำแนะนำจากหลายเว็บไซต์ที่พูดเรื่องสุขภาพจิต ก็แนะนำเป็นเสียงเดียวกันให้เราลองนั่งโง่ๆ กันดู อาจเริ่มต้นจากการไม่ทำอะไรเลยสักวันละ 5 นาทีก่อน จากนั้นค่อยลองขยายระยะเวลาให้นานกว่านั้น อาจจะเป็นวันละ 1 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้นหากทำได้

ข้อดีอย่างแรกที่ชัดเจนเลยก็คือ การไม่ทำอะไรเลยนั้นช่วยให้เราได้หยุดพักจากเรื่องราวต่างๆ ที่วนอยู่ในหัว ได้คลายอารมณ์จากสิ่งที่รู้สึกอยู่ลงบ้าง หรือสำหรับใครที่ความรู้สึก ณ ขณะนั้นเข้มข้นจนแม้กระทั่งนั่งเฉยๆ ก็ยังหยุดคิดไม่ได้ ก็ถือว่าเราได้ใช้ช่วงเวลาที่ตัวอยู่นิ่งๆ นั้นหยุดสร้าง action ไม่ว่าจะเป็นการแชตหาใครสักคนหรือการโพสต์อะไรลงไป ที่พอมันออกมาจากสภาวะอารมณ์ที่ยังไม่คลี่คลายดี action นั้นอาจทำให้ปัญหายิ่งขมวดแน่นขึ้นไปอีก

ข้อดีถัดมาคือเรื่องสุขภาพกาย การไม่ทำอะไรเลย สามารถมาพร้อมกับการได้พักสายตา และจัดท่าทางของตัวเองให้สบาย คลายกล้ามเนื้อและข้อจากการปวดตึงที่อาจนำไปสู่ออฟฟิศซินโดรม และหลายครั้งการทำอะไรสักอย่างก็ทำให้ร่างกายเราเกร็งหรือผิดท่าไปโดยไม่รู้ตัว การปรับอิริยาบถระหว่างวันบ้าง จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกัน

ถัดไปก็หนีไม่พ้นเรื่องความแล่นปรู๊ดปร๊าดของสมอง รวมถึงประสิทธิภาพในการตัดสินใจหรือในการทำงาน การได้หยุดพักมานั่งโง่ๆ ช่วยให้ความคิดแจ่มชัดขึ้นได้ เช่น เวลาเรากำลังคิดงานบางอย่างอย่างคร่ำเคร่ง และตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกทางออกแบบไหนอาจเพราะเราอยู่กับมันมากเกินไปจนเห็นภาพไม่ชัด การหยุดจมอยู่กับเรื่องนี้ไปสักพักแล้วกลับมาพิจารณามันใหม่ก็ทำให้เรามองเห็นรูปการณ์และเงื่อนไขต่างๆ ได้ชัดขึ้น ความรู้สึกที่มีต่อโจทย์ตรงหน้าก็คลายลงจากตอนที่กำลังครำ่เคร่ง ส่งผลให้เราตัดสินใจเลือกได้ดีขึ้นด้วย

ข้อสุดท้ายที่อยากหยิบมาทำเสนอก็คือ การนั่งโง่ๆ สำหรับบางคนที่รู้สึกว่าได้ใช้เวลาอย่างว่างเปล่ามากพอแล้ว แรงกระตุ้นที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการพาตัวเองไปทำอะไรที่สดใหม่ และได้ประโยชน์ ซึ่งเมื่อนับรวมเวลาดูแล้ว การคร่ำเคร่งจะทำอะไรบางอย่างอยู่ตลอดแต่กลับเข็นได้ช้า อาจใช้เวลามากกว่าการหลบไปพักสักครู่แล้วกลับมาลุยใหม่ด้วยสภาวะอารมณ์หลังชาร์จแบตด้วยซ้ำ 

ดังนั้น หากใครพอจะมีเวลา ลองดูก็น่าจะดี สักวันละ 5 นาทีก็ได้

อ้างอิง 

https://www.psychologytoday.com/us/blog/enhance-your-vintage-years/202207/doing-absolutely-nothing-has-mental-health-benefits

https://www.sclhealth.org/blog/2020/02/the-actual-health-benefits-of-doing-nothing/#:~:text=You%20might%20be%20surprised%20to,when%20trying%20to%20solve%20problems.

Author

MIRROR TEAM

กองบรรณาธิการ

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide