LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

รับมืออย่างไร เมื่อเพื่อนเรากำลังมีอาการ Main Character Syndrome

เราเคยพูดถึง Main Character Syndrome หรือภาวะของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกในหนังหรือละครสักเรื่องกันมาแล้ว 

Main Character Syndrome เป็นศัพท์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แม้จะยังไม่ได้มีการบัญญัติไว้ในทางเทคนิค แต่ก็อาจอธิบายได้ว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของบุคลิกภาพอย่าง ‘โรคหลงตัวเอง’ หรือ Narcissistic Personality Disorder อาการลุ่มหลงในตัวเองมากผิดปกติ ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกจนถึงความคิดที่ว่าตัวเองนั้นสำคัญกว่าทุกสิ่งบนโลก ในบางรายอาจมีพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ วิธีรับมือกับโรคหลงตัวเองทำได้ด้วยการรักษาทางการแพทย์ หรือวิธีจิตบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่จะวิเคราะห์ว่าสาเหตุของภาวะนี้เกิดจากอะไร

แม้ว่าภาวะ Main Character Syndrome จะเป็นแค่เวอร์ชันเบาๆ ของโรคหลงตัวเอง แต่ถ้าไม่รีบรู้ตัวให้ไวและจัดการกับมันเสียก่อน ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของทั้งตัวเองและคนรอบข้างได้เหมือนกัน ยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดียอนุญาตให้ใครๆ ต่างเป็นคนสำคัญในเรื่องราวชีวิตของตัวเองได้ทั้งนั้น แม้จะไม่ใช่ดาราหรือคนดัง ก็ยิ่งทำให้อาการหลงคิดไปว่า ‘ฉันคือตัวเอก’ เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เมื่อทุกย่างก้าวต้องเป็นคอนเทนต์ และทุกคนต้องโฟกัส! 

หากอาการ Main Character Syndrome เกิดขึ้นกับคนที่เราไม่รู้จัก ก็อาจจะฟังดูเป็นเรื่องขำๆ แต่ถ้าคนที่กำลังสวมบทดราม่าควีนในชีวิตจริงคนนั้นคือเพื่อนของเราเอง และมันทำให้เราเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ ‘ตัวประกอบ’ ในเรื่องราวของเขา การจะยังทำหน้าที่เพื่อนที่ดีต่อไปพร้อมต้องรับมือกับพฤติกรรมเหล่านี้ก็คงไม่ง่าย 

จะทำอย่างไรให้การอยู่ร่วมกับเพื่อนที่มีพฤติกรรม Main Character Syndrome ราบรื่นโดยไม่รู้สึกอึดอัด และไม่ทำลายความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อน

เราอาจเริ่มได้ที่การตั้งคำถามกับความรู้สึกตัวเอง 

สาเหตุของพฤติกรรม Main Character Syndrome เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ปัจจัยหนึ่งคือจุดเปลี่ยนของชีวิตในทางบวกของบางคน ที่อาจนำมาซึ่งความรู้สึกภาคภูมิใจหรือเกิดความมั่นใจในตัวเองมากมาย เช่น ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือการประสบความสำเร็จเรื่องอะไรสักอย่างในชีวิต ตัวคนคนนั้นอาจแสดงเอเนอจี้ที่มากมายเหล่านั้นออกมา โดยอาจไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามันทำให้คนรอบข้างรู้สึกอย่างไร

ทีนี้หน้าที่ของเราคืออาจต้องย้อนกลับไปดูว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตของเพื่อนที่ทำให้เขาอินกับการรับบทคนสำคัญแบบนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาแนะนำว่า ก่อนจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับเพื่อน ลองกลับมาตั้งคำถามกับความรู้สึกของตัวเองก่อนว่า เพราะอะไรถึงรู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมเหล่านั้น เช่น การเห็นเพื่อนเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลความสนใจ ทำให้รู้สึกว่าคุณค่าในตัวเราลดลงหรือไม่ หรือที่รู้สึกอึดอัดรำคาญใจเพราะเรากำลังอิจฉาความสุข ความสำเร็จของเพื่อนกันแน่ เพราะการเคลียร์ความรู้สึกตัวเองก่อนนั้นดีกว่าการเสี่ยงพูดออกไปและทำให้เกิดบรรยากาศไม่ดีในความสัมพันธ์

ข้อต่อมา เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง

บางครั้งพฤติกรรม Main Character Syndrome ก็เป็นเหมือนปฏิกิริยาอัตโนมัติสำหรับบางคนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันยากลำบาก การสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาแทนที่ตัวตนเดิมให้เป็นคนที่ทั้งมั่นใจ ทั้งไม่อ่อนแอ และเป็น ‘Somebody’ ในละครชีวิตของตัวเองนั้น อาจง่ายกว่าการทำใจเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ซึ่งการที่เพื่อนของเรากำลังโรแมนติไซส์ (Romanticize) ชีวิตตัวเองหรือปัญหาที่พวกเขาเจอเหมือนกับกำลังรับบทตัวเอกในหนังหรือละครมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อสภาพจิตใจในภายหลังได้ การเข้าไปสำรวจต้นตอของพฤติกรรมเหล่านี้ของเพื่อนด้วยความเข้าอกเข้าใจ อาจเป็นทางหนึ่งที่ช่วยดึงเพื่อนของเรากลับมาจากโลกแฟนตาซี และหลุดพ้นจากวิกฤติที่พวกเขากำลังเผชิญได้

ที่สุดแล้ว ไม่ไหวก็บอกไปตรงๆ

มิตรภาพที่ยั่งยืนคือความสัมพันธ์แบบสองทางที่ควรมีทั้งการให้และการรับ หากมันเป็นความสัมพันธ์แบบทางเดียวที่มแค่เราคอยรับบทเพื่อนนางเอกผู้แสนดี ขณะที่เพื่อนยังคงคีพคาแรกเตอร์นางเอกตลอดเวลาในชีวิตจริง ทำให้คนรอบข้างรู้สึกตัวเล็กจิ๋ว และทำให้รู้สึกว่าเรื่องของคนอื่นไม่สำคัญเท่าเรื่องของเขาแล้วล่ะก็ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดใจบอกเพื่อนไปตรงๆ ว่ารู้สึกอย่างไรโดยไม่ทำลายความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน เช่น เปิดใจไปเลยว่าการหาซีนให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาของเพื่อน มันทำให้คนอื่นรู้สึกอย่างไร หรือแสดงความจริงใจว่าเรายังยินดีรับฟังเรื่องราวของเพื่อนเสมอ แต่บางครั้งเราเองก็ต้องการคนรับฟังปัญหาและคอยซัพพอร์ตด้วยเหมือนกัน 

หากการเปิดใจตรงๆ ทำให้เพื่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ก็น่าจะช่วยให้ความสัมพันธ์ที่ใกล้จะ Toxic กลายเป็น Healthy ขึ้นได้

เป็นตัวประกอบต้องมีขอบเขต เป็นตัวเอกก็เช่นกัน!

เราทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวเอกและเป็นคนสำคัญในชีวิตตัวเองกันทั้งนั้น การทำให้ตัวเองมีความสำคัญมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นการแย่งความสนใจของใครไปจากใคร เพียงแค่รู้ว่าเวลาไหนควรเล่นบทนางเอก เวลาไหนเป็นตัวประกอบ และเวลาไหนควรถอยออกมาเป็นแค่ผู้ชม ให้โอกาสคนอื่นได้เฉิดฉายในโมเมนต์ของเขาบ้าง ไม่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกด้อยค่า สิ่งเหล่านี้คือการเห็นคุณค่าในตัวเองและผู้อื่น

หากพบว่าเพื่อนของเรายังคงอดใจไม่ไหวที่จะสวมวิญญาณตัวเด่นในทุกๆ ซีนต่อไป แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะเอาเสียเลย ก็อาจต้องกลับมาพิจารณาความสัมพันธ์กันดูใหม่อีกครั้งว่า เรายังพร้อมที่จะซัพพอร์ตเพื่อนอยู่หรือเปล่า หรือถึงเวลาที่เราต้องกลับมาเป็นจุดศูนย์กลางของตัวเองได้แล้ว

ที่มา :

https://www.vice.com/en/article/qj8emb/friend-has-main-character-syndrome



Author

NAT LELAPUTRA

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide