LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

มะเร็งเต้านม ป้องกัน 100% ได้มั้ย? เป็นแล้วต้องตัดเต้านมอย่างเดียวหรือเปล่า?

คงต้องยอมรับว่ามะเร็งเต้านมเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ได้ เพราะมีบางปัจจัยเสี่ยงที่ยังไงเราก็เลี่ยงไม่พ้น แต่ไม่ต้องกังวลไป สิ่งสำคัญคือการรู้ตัวให้ไว เพราะปัจจุบันวิธีการรักษาโรคนี้ค่อนข้างพัฒนาไปไกลมากแล้ว ถ้าตรวจเจอและเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ ยังไงก็ไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแน่ๆ

และในโอกาสที่เดือนตุลาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งการสร้างความตระหนักเรื่องมะเร็งเต้านม เราจึงอยากชวนไปดูกันว่า แม้จะป้องกัน 100% ไม่ได้ แต่เราพอจะลดความเสี่ยงยังไงได้บ้าง รวมถึงเราจะสามารถรู้ตัวและจัดการกับมันได้อย่างไร มีอะไรที่จำต้องเสียไปเมื่อเผชิญกับโรคนี้และเราจะก้าวผ่านมันกันได้มั้ย ไปอ่านกัน 

ความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านม มีทั้งส่วนที่เราเลี่ยงไม่ได้และส่วนที่เราเลี่ยงได้ โดยส่วนที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกคนต้องลุ้นกันเองก็ได้แก่

1. เพศกำเนิด โดยมากเพศหญิงต้องเผชิญกับความเสี่ยงนี้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ชายก็เป็นโรคนี้ได้ โดยอัตราส่วนผู้ป่วยมะเร็งเต้านม 100 คน จะเจอผู้ป่วยเพศชายได้ 1 คน

2. อายุ ยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงก็มาก โดยเฉพาะเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้น

3. ฮอร์โมนเพศ ตราบใดที่เต้านมยังได้รับฮอร์โมนเพศอยู่ ความเสี่ยงก็ยังอยู่ นั่นหมายถึงคนที่ยังเป็นเมนส์อยู่ ความเสี่ยงก็จะมากกว่าคนที่หมดเมนส์แล้ว (แต่ก็ใช่ว่าหมดเมนส์แล้วจะไม่เสี่ยงเลยอยู่ดี)

4. พันธุกรรม การที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม มักจะมีความเสี่ยงสูงกว่าการที่ในครอบครัวไม่เคยมีประวัติเป็นโรคนี้มาก่อน

ความเสี่ยงที่พอจะเลี่ยงได้ และควรเลี่ยง

ขณะที่ปัจจัยอีกส่วนหนึ่งเหล่านี้ จะยิ่งส่งเสริมให้เราเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากขึ้นไปอีก ซึ่งอันที่จริงหลายข้อมันก็คือความเสี่ยงต่อมะเร็งทุกชนิด เพราะงั้นถ้าเลี่ยงได้ก็อยากชวนให้เลี่ยงเนอะ

1. ความเครียด ปัจจัยยอดฮิตที่เราคงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก มันเสี่ยงต่อทุกโรค มะเร็งเต้านมก็เช่นกัน

2. บุหรี่และแอลกอฮอล์ ทาร์จากบุหรี่และตัวแอลกอฮอล์เอง เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญของเซลล์มะเร็งทุกประเภทอยู่แล้ว ไม่เว้นแม้แต่มะเร็งเต้านม

3. การไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังมีผลต่อการหมุนเวียนของฮอร์โมนเอสโตรเจนในเนื้อเยื่อเต้านม และช่วยควบคุมระดับอินซูลินที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมด้วย

4. ไขมันและน้ำหนักส่วนเกิน นอกจากการออกกำลัง การควบคุมอาหารก็ช่วยลดฮอร์โมนเอสโตรเจนได้เช่นกัน

5. อาหารแปรรูปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ใช้กระบวนการหมักดอง หรืออาหารที่ยืดอายุด้วยวัตถุกันเสีย เหล่านี้ล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

6. การใช้ยาคุมกำเนิด อย่างที่อธิบายไปในหัวข้อก่อนหน้า ว่าฮอร์โมนเพศส่งผลต่อมะเร็งเต้านม และการใช้ยาคุมกำเนิดไม่ว่าจะชนิดใดก็เป็นการส่งฮอร์โมนเพศเข้าไปในร่างกายนั่นเอง

7. การขาดวิตามิน D การได้รับวิตามิน D ที่เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ถึง 50% แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะใช้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะหากรับวิตามินชนิดนี้มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

สร้างรูทีน เช็กเต้านมตัวเองทุก 5-10 วันหลังหมดเมนส์

นอกจากลดความเสี่ยงแล้ว การหมั่นตรวจเช็กตัวเองก็จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะยิ่งรักษาเร็วยิ่งลดความเสียหายได้มาก โดย พญ.สุดารัตน์ ชัยเพียรเจริญกิจ ศัลยแพทย์สาขาศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา รพ.จุฬาภรณ์ แนะนำว่าเราควรตรวจเช็กมะเร็งเต้านมด้วยการคลำเต้านมทุกๆ 5-10 วันหลังหมดประจำเดือน เพราะจะเป็นช่วงที่เจอได้ชัดที่สุด 

แต่ถึงอย่างนั้น การเจอก้อนแปลกๆ ในเต้านมไม่ใช่ว่าจะเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป อาจเป็นซีสต์ใต้ผิวหนัง หรือเป็นก้อนเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง จึงไม่ควรสรุปเอาเองจากลักษณะที่เจอ ไม่ว่าก้อนนั้นจะกลิ้งได้หรือยึดติดอยู่ในเต้านม 

เมื่อเจอแล้ว ก็ควรพบแพทย์ จะดีที่สุด

เป็นแล้ว ไม่ต้องตัดเต้านมทิ้งเสมอไป

ปัจจุบัน เมื่อเป็นมะเร็งเต้านม เราไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งอย่างเดียวอีกต่อไป มีการรักษามะเร็งเต้านมที่ได้ผลหลายวิธีด้วยกัน ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ว่าจะใช้วิธีไหนบ้าง ซึ่งต้องพิจารณาสุขภาพรายบุคคล และอยู่ที่ว่าตอนตรวจเจอ มะเร็งอยู่ในระยะที่เท่าไรแล้ว รวมถึงความพร้อมของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะเลือก ‘การผ่าตัด’ เป็นหลัก และใช้วิธีอื่นๆ เข้ามาเสริมเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งวิธีรักษาที่ใช้ควบคู่กับการผ่าตัดก็ได้แก่

1. การฉายแสง

2. การใช้เคมีบำบัด

3. การใช้ยาต้านฮอร์โมน

4. การใช้ยาแบบพุ่งเป้าเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง

และสำหรับการผ่าตัด ณ ตอนนี้ก็มีหลายแบบได้แก่

1. ผ่าตัดแบบสงวนเต้านม คือการตัดเอาเฉพาะก้อนมะเร็งออก แล้วใช้การฉายแสงเข้าช่วยเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังเหลืออยู่ ทำให้รูปร่างของเต้านมยังใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

2. ผ่าตัดแบบตัดเต้านม แต่เก็บผิวหนังไว้ ข้อนี้จะเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าไม่สามารถเก็บเต้านมไว้ได้ ก็จำเป็นต้องตัดออก หากแต่ยังสามารถเก็บผิวหนังไว้ได้ เพราะยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม ซึ่งถ้าผู้ป่วยอยากให้เต้านมมีรูปร่างคงเดิม สามารถใช้ซิลิโคนเสริมด้านในได้

3. ผ่าตัดแบบตัดเต้านม และไม่เก็บผิวหนังไว้ ข้อนี้สำหรับมะเร็งในระยะท้ายๆ และไม่สามารถเก็บเต้านมไว้ได้ จำเป็นต้องเอาออกทั้งหมด ซึ่งถ้าผู้ป่วยอยากให้เต้านมยังมีรูปร่างคงเดิม สามารถใช้วิธีสร้างเต้านมใหม่ด้วยกล้ามเนื้อและผิวตรงหน้าท้อง หรือกล้ามเนื้อและผิวจากส่วนหลังได้

ไม่ว่าแพทย์และผู้ป่วยจะตกลงกันที่วิธีไหน ที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือสุขภาพเนอะ และทางที่ดีที่สุดยิ่งตรวจเจอเร็วทางเลือกก็ยิ่งมากขึ้น อย่าลืมเสียล่ะ :)

อ้างอิง:

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/

https://www.nonthavej.co.th/Breast-Cancer-Treatment.php 

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/breast-cancer-treatment 

https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/

https://www.youtube.com/watch?v=T0fry-OvY58&t=139s

Author

MIRROR TEAM

กองบรรณาธิการ

Related Stories

หยุดทำงาน เพราะปวดท้องเมนส์ อาการวันนั้นของเดือนหรือการแสดง

wellness

หยุดทำงาน เพราะปวดท้องเมนส์ อาการวันนั้นของเดือนหรือการแสดง

BY WANNIPA 25 AUG 2021

MIRROR'sGuide