LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Toxic Friendship มิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่ต่างฝ่ายมีความใส่ใจ หรือจริงใจไม่เท่ากัน จนเกิดความอึดอัด มากกว่าความสุข

‘เพื่อน’ เป็นบุคคลที่สำคัญกับชีวิตใครหลายๆ คน แต่สับเซ็ตของคำว่าเพื่อนนั้นกว้างไกล เราอาจจะมีเพื่อนแท้ เพื่อนสนิท เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนที่มีความชอบเหมือนกัน ฯลฯ ซึ่งเพื่อนเหล่านั้นอาจทำให้เรารู้สึกถูกเติมเต็มความสุขบางอย่างในชีวิต ขณะเดียวกันถ้าพูดแบบโลกไม่สวย ก็ไม่ใช่เพื่อนทุกคนที่มองเราเป็นเพื่อน หรือมอบความปรารถนาดีกับเราจริงๆ จนบางครั้งเราอาจรู้สึกท็อกซิกที่จะคบกับคนคนนี้ต่อ แม้วันแรกที่คบกันยัยเพื่อนรักคนนี้จะดีมากเหลือเกิน

Toxic Friendship มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่เป็นพิษในความสัมพันธ์ อาจทำให้บางคนเศร้าที่จะต้องตัดเพื่อนคนหนึ่งออกจากชีวิต แต่ในความน่าเศร้านั้น มันอาจมอบพลังงานดีๆ กลับมาให้เรา เพราะหากอยู่กับเพื่อนที่คบกันไปแล้วชีวิตแย่ลง ทำให้เรารู้สึกไม่รักตัวเอง หรือไม่มีคุณค่า การไม่มีเพื่อน หรือมีเพื่อนน้อยแต่คุณภาพดีเยี่ยมอาจจะสบายใจกว่า หรือกระทั่งการไม่มีเพื่อนเลยก็ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลวในชีวิตเสมอไป

ความสามารถพิเศษของเพื่อนที่เป็นพิษคือทำให้เรารู้สึกแย่ หากจะเริ่มสำรวจความรู้สึกตัวเองว่าเรากำลังอยู่ใน Toxic Friendship หรือเปล่า พื้นฐานเบสิกคงต้องถามตัวเองว่าอยู่แล้วมีความสุข และปลอดภัยหรือเปล่า วินิต ตรีปาธี (Vineet Tripathi) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่ MantraCare กล่าวว่า หากคุณรู้สึกเหนื่อยแทนที่จะสดชื่นหลังจากอยู่ด้วยกัน หรือรู้สึกโล่งใจเมื่อพวกเขายกเลิกแพลน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามิตรภาพของคุณกำลังมีปัญหา

หากเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกมาโต้งๆ ว่าเขาเป็นคนร้ายๆ อย่างดูถูก เหยียดหยาม นินทา ทำร้ายร่างกาย และจิตใจ เราอาจจะมองเห็นความท็อกซิก และเลือกโบกมือลาคนพวกนี้ได้เร็วกว่าการที่เพื่อนคนนั้นเคยเป็นเพื่อนที่ดีของเรามาก่อน และเหตุการณ์ท็อกซิกที่ว่า มันก็ซับซ้อน และไม่ได้ระเบิดตู้มหรือโชว์ว่าร้ายกาจให้เราเห็น แต่อาจมาในรูปแบบ “ถ้าฉันไม่ทำตามที่เขาต้องการ ฉันจะเป็นเพื่อนที่แย่ไหม” ที่ทำให้เราย้ำคิดย้ำทำกับตัวเอง อย่างการที่เราดีใจเหลือเกินที่เพื่อนเทนัด มันแปลว่าเราไม่อยากเจอพวกเขาตั้งแต่แรกขนาดนั้น ซึ่งคุณอาจรู้สึกว่าไม่กล้าปฏิเสธเพื่อนคนนี้เวลาติดธุระ หรือเคยบอกไปแล้วว่าไม่ว่าง แต่เขาไม่เข้าใจ นักบำบัด คาริน่า ไอบาร์-จาคอบส์ (Karina Aybar-Jacobs) อธิบายถึงสัญญาณหนึ่งเกี่ยวกับ Toxic Friendship ไว้ว่า “แม้คุณจะบอกเขาไปแล้วว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ หรือไม่ว่าง พวกเขาก็จะยังขอให้คุณว่าง และทำให้รู้สึกผิดที่ไม่โผล่มาในเวลาที่พวกเขาต้องการ” หรือมีประโยคแทงใจออกมาว่า “ฉันทำเพื่อแก ทำไมแกไม่ทำเพื่อฉันบ้าง” ให้เรารู้สึกแย่ลง

และเราอาจจะต้องมาชั่งน้ำหนักกันว่า สิ่งที่เพื่อนขอให้เราทำมันคืออะไร หากเป็นการขอความช่วยเหลือที่ฝืนใจเรามากๆ เช่นพยายามกดดันให้เราทำอะไรที่ไม่ใช่คาแรกเตอร์ของเรา ให้ดื่มเหล้าปริมาณมากกว่าที่เราอยากดื่ม หรือเป็นแม่สื่อแม่ชักให้เราไปเดตกับคนที่เราไม่ชอบ หรือขอให้เราเล่าในสิ่งที่เราไม่อยากจะแชร์ ไอบาร์-จาคอบส์ บอกว่า นี่คือการที่ “เพื่อนที่เป็นพิษหาวิธีลดคุณค่าของเราให้น้อยลง” ซึ่งมันก็อาจทำให้เราเห็นความท็อกซิกนี้ได้ชัดกว่า เพราะเพื่อนที่ไหนจะอยากบังคับให้เพื่อนทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำ เพื่อสนองความสุขของตัวเองฝ่ายเดียว

กลับกันหากเป็นการขอความช่วยเหลือ แล้ววันนั้นเราไม่ว่าง หรือไม่สะดวกจริงๆ ไอบาร์-จาคอบส์ แนะว่า “คุณสามารถลองเสนอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะวิธีการช่วยเหลือ หรือกำหนดขอบเขตของตัวเอง…แต่สุดท้ายนั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบที่เราต้องถือไว้เอง” และไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจให้เรารู้สึกแย่ สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วคือคุณรู้สึกแย่กับตัวเองไปแล้ว มาถึงตรงนี้อาจมีคนยกมือถามคำถามในใจว่า จริงๆ แล้วถ้าเราแสดงความจริงใจกับเขามากๆ แต่เขาไม่เคยสนใจ หรือช่วยเหลือเรา เราไม่มีสิทธิน้อยใจเหรอ คำตอบคือ รู้สึกได้ แต่เราไม่ควรทิ้งเพื่อนที่ไม่สามารถอยู่เคียงข้างเราได้ตลอดเวลา เพราะทุกคนต่างมีช่วงเวลาอันยากลำบาก แต่วิธีดูว่าเรากำลังอยู่ในความสัมพันธ์แบบ Toxic Friendship หรือไม่ นักจิตวิทยา อันเดรีย โบเนียร์ (Andrea Bonior) ชี้ว่า “สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่ามิตรภาพมีความยืดหยุ่น…แต่ถ้าแพทเทิร์นนั้นมันฝังแน่นจนคุณรู้สึกว่ากำลังให้ ให้ ให้ และไม่ได้รับกลับมาเป็นระยะเวลานาน นั่นก็เป็นสัญญาณของความไม่ยั่งยืน”

ไม่ว่าจะเพื่อน หรือแฟน หรือความสัมพันธ์ไหนๆ ที่มีแต่คำว่าให้ แต่ไม่ได้รับอะไรกลับมาเลย ยิ่งเป็นในยามยากก็ถูกเมินเฉย ล้วนไม่ดีต่อสุขภาพจิตอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถปล่อยวางทุกเรื่องได้ หรือบอกกับตัวเองว่าฉันจะผ่านมันไปคนเดียวได้ และคงต้องมาดูกันว่า หากเป็นฝ่ายเพื่อนที่ขอให้เราช่วยบางอย่าง แล้วเราทำไปแล้วเต็มที่ แต่เพื่อนยังไม่พอใจ นั่นก็เป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ หรือหากเป็นฝ่ายเราที่ขอให้เพื่อนช่วยบางอย่าง แต่เพื่อนส่งกำลังใจมาไม่ถึง ก็เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เช่นกัน และอาจจะต้องมาย้อนดูว่าเราต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ และที่ผ่านมาคนคนนี้เป็นยังไง ดีมาตลอด แย่มาตลอด หรือเคยดี แต่ตอนนี้แย่กับเรามาก เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับความสัมพันธ์

สมมติคำตอบของคุณคือยังอยากจะเป็นเพื่อนกับคนคนนี้อยู่ เพราะมองเห็นความดีบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราสองคนเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ จิตแพทย์ ดร.เกรกอรี่ บราวน์ (Gregory Brown) บอกว่า เราก็ไม่ควรจะตัดฉึบความสัมพันธ์ไปเลยในทันที แต่ควรจะ ‘สื่อสาร’ ถึงปัญหากันก่อน

“การเปิดอกคุยกันสามารถทำให้อึดอัดได้ แต่การเผชิญหน้านี้สามารถเป็นไปในทางสร้างสรรค์ได้ หากทั้งสองฝ่ายเข้ามาด้วยความใจกว้าง และเต็มใจที่จะรับฟังอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้น ฉันหมายถึงต้องการจะเข้าใจในมุมมองของคนอื่นน่ะ” ดร.บราวน์ กล่าว

เพื่อนอาจหาง่าย แต่เพื่อนดีหายาก สุดท้ายเพื่อนที่เราคิดว่าไม่ดี บางทีหากปรับจูนกันนิดหน่อยอาจจะกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากไปเลยก็ได้ กลับกันเพื่อนที่ตอนแรกมาดี พอเวลาผ่านไปอาจเปลี่ยนเป็นคนละคนในแบบที่เราไม่ชอบได้เหมือนกัน ดังนั้น จงพูดคุยกัน และถ้ามันไปไม่รอดจริงๆ คงไม่แย่นัก ถ้าเราจะอันเฟรนด์เพื่อนคนนั้นออกจากชีวิต

อ้างอิง:

https://www.psycom.net/relationships/toxic-friendship-signs

https://www.today.com/health/behavior/toxic-friendship-warning-signs-rcna16665

https://www.womenshealthmag.com/relationships/a25939904/signs-of-toxic-friendships/  

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

Toxic Friendship มิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่ต่างฝ่ายมีความใส่ใจ หรือจริงใจไม่เท่ากัน จนเกิดความอึดอัด มากกว่าความสุข

life

Toxic Friendship มิตรภาพระหว่างเพื่อน ที่ต่างฝ่ายมีความใส่ใจ หรือจริงใจไม่เท่ากัน จนเกิดความอึดอัด มากกว่าความสุข

MIRROR'sGuide