LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

‘ครูขวัญ’ กุลขวัญ โอษะคลัง ครูผู้ขับเคลื่อนวิชาชีพครู ด้วยปากแดงๆ ชุดสับๆ กับการรับฟังความฝัน ความรัก ความเจ็บปวดของเด็กๆ

ขณะที่ครูรุ่นใหม่หลายคนถูกกดดันว่าต้อง “ทำตัวให้สมกับเป็นครู” ต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา (แม้จะไปเที่ยวทะเล) ทั้งยังต้องเผชิญแรงกดทับอีกมากมายภายใต้ระบบการศึกษาไทย แต่ยังมีครูรุ่นใหม่บางส่วนที่ขอยืนยันในความเป็นตัวเอง ขณะที่ก็สามารถเป็นครูที่เด็กนักเรียนเชื่อใจ ไว้ใจ และให้ความรู้กับนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กุลขวัญ โอษะคลัง หรือ ครูขวัญ คือครูสอนวิชาฝรั่งเศส ประจำโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม เธอเป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากคลิปและภาพที่ครูขวัญเปลี่ยนโรงเรียนเป็นรันเวย์ ชวนให้คนสนุกไปกับความสนุกสนานและความมั่นใจของเธอ แม้จะไม่ได้เป็นไปตามกรอบ ‘ครูผู้หญิง’ ที่ใครเคยกำหนดก็ตาม

ครูขวัญขับเคลื่อนอาชีพครูด้วยการทาปากแดง เจาะหู ตัดผมซอยสั้น มาสอนด้วยชุดสีสันสายแฟฯ แทบจะวันละสี เดินฟูลเทิร์นรอบโรงเรียนประหนึ่งอยู่บนเวทีนางงาม ชอบเต้นเชียร์นักเรียนเวลาทำกิจกรรม ควบคู่กับการสอนวิชาฝรั่งเศสอย่างมุ่งมั่น พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้เด็กๆ ตั้งแต่เรื่องความฝัน ความชอบ ความรัก และปัญหาครอบครัว

การเป็นตัวเองของครูขวัญ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอสอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เด็กๆ รักเธอ เพราะเชื่อว่า ครูคนนี้แหละจะรับฟังพวกเขาไม่ว่าเรื่องนั้นจะม่วนๆ จอยๆ หรือลึกซึ้ง ดราม่า

แม้สมัยนี้ ยังมีแนวคิดประเภท ครูต้องปราบนักเรียนที่ออกนอกแถว หรือครูอยู่เหนือนักเรียน ทั้งๆ ที่เราก็คนเท่ากัน บ้างก็บอกว่าครูต้องเรียบร้อย เพื่อเป็นแบบอย่าง ทั้งๆ ที่การไม่เรียบร้อยก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิด ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ซึ่ง ‘ครูขวัญ’ ก็เชื่อว่า ครูหลายคนคิดว่าตัวเองหวังดีต่อเด็ก แต่ต้องอย่าลืมคิดถึงความเป็นมนุษย์ในตัวนักเรียน และความเป็นมนุษย์ในตัวเองด้วยเช่นกัน

เดิน และเดิน และเดิน เดิน เดิน เดิน ย่ำซ้าย ขวาอะ twerk twerk twerk

เอเนอร์จี้เราตอนคุยกับ ‘ครูขวัญ’ มีเพลงสุดปัง ของมิลลิ ดังกระหึ่มอยู่ในหัว เพราะเราติดภาพคลิปเดินแบบของครูขวัญที่สุดปังอยู่หน้าไทม์ไลน์โซเชียลอยู่หลายวัน ซึ่งเธอก็บอกเราว่า นักเรียนในโรงเรียนต่างมอบฉายาให้เธอว่า ‘ครูนางแบบ’

“เราชอบเดินแบบ เพราะเราชอบดูนางงามมาก และก็ชอบแต่งตัว อยากตัดผมสั้นก็ตัด อยากเจาะหูก็เจาะ อยากแต่งหน้าก็แต่ง นักเรียนเลยเรียกเราว่า ครูนางแบบ”

“ปกติสังคมไทยจะคาดหวังให้ครูผู้หญิงเรียบร้อย ทั้งวาจา ท่าทาง รวมถึงการแต่งตัว ซึ่งขวัญไม่ใช่แบบนั้นเลย (หัวเราะ) ด้วยความที่เราชอบแต่งตัวสีสันมาก อย่างสีแดงจะชอบมากกกกก แล้วครูในโรงเรียนเขาจะไม่ค่อยใส่สีแดงกัน เลยกลายเป็นว่าเราเข้าไปฉีกกฎความเป็นครูที่คนอื่นเคยรู้จักมา ด้วยภาพลักษณ์ที่เขาไม่คุ้นเคย”

“คนข้างนอกจะถามเราเวลาไม่ได้ไปทำงานว่า เป็นครูจริงๆ เหรอ หรือแม้แต่ใส่ชุดทำงานทั่วไป ที่ไม่ใช่ชุดกากี เขาจะทายกันไม่ถูกเลยว่าขวัญเป็นครู แล้วพอบอกว่าเป็นครูค่ะ ทุกคนดูตกใจมาก เลยต้องคิดแล้วว่า คนส่วนใหญ่ติดภาพครูเป็นแบบไหน”

“บางครั้งเขาบอกว่าเราแต่งตัวไม่เหมือนครูเลยเนอะ ก็ต้องถามกลับว่า ไม่เหมือนครู แล้วเหมือนอะไรคะ”


“แล้วเราก็ต้องบอกเขาว่าหนูขอโทษจริงๆ ค่ะ แต่หนูชอบแต่งตัว ไม่ให้แต่งตอนนี้ ก็ไม่รู้จะแต่งตอนไหนแล้ว คือเราอยากแต่งเพราะอยากสวยในแบบของเรา ในโลกของเรา แต่งทั้งทีก็ต้องให้สวย ถ้าไม่สวยจะแต่งทำไม คนอื่นไม่อยากสวยก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่คือเราสวย เรามั่นใจว่าเรานัมเบอร์วันไง”

ครูขวัญเป็นครูส่วนน้อยในโรงเรียนที่กล้าแต่งตัว และช่วงที่เธอเข้ามาสอนใหม่ๆ ก็ยังมีครูที่อายุไม่เยอะอยู่บางตา แน่นอน เธอต้องใช้ชีวิตท่ามกลางเสียงของครูยุคเก่าอยู่หลายอัตราที่ไม่เข้าใจความเป็นตัวเองของเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เมื่อกาลเวลาพิสูจน์ว่าเครื่องแต่งกาย หรือลุค ไม่ได้วัดความสามารถในการเป็นครู และนี่คือมุมมองของเธอต่ออาชีพครูในวัย 33 ปี

“หน้าที่ของครูที่ต้องทำกันทุกคนอยู่แล้ว คือ สอนหนังสือ และสนับสนุนนักเรียนในทุกด้าน สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐาน ส่วนการที่เราเป็นตัวเอง มันไม่ได้กระทบความเป็นครู เพราะการเป็นตัวเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเนอะ ไม่ได้ละเลยหน้าที่…ทำอาชีพอะไร ก็ควรได้เป็นตัวเองค่ะ”


“ครูบางคนติดภาพว่าผู้หญิงต้องเรียบร้อย ใส่กระโปรงยาวๆ เสื้อมีปก แต่คือเราเป็นครูสอนเด็กมัธยม มันต้องอัปเดตตามวัยรุ่นนิดนึงไหม โลกมันไปไหนแล้ว แฟชั่นก็ต้องเข้า และด้วยความที่เราสอนฝรั่งเศส ซึ่งประเทศฝรั่งเศสเขาเป็นเมืองผู้นำแฟชั่น จะไม่แต่งตัวก็ไม่ได้ไหมอ่า เนี่ย เคารพในหน้าที่การงานจะตาย”

ถึงจะโดนเหน็บแนมจากครูหัวโบราณมาบ้าง แต่ครูขวัญผ่านมาได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะฝ่ายบริหารที่เข้าใจตัวตนของเธอ และไม่ได้บังคับให้เธอต้องเปลี่ยนอะไร เธอเล่าติดตลกว่า มีครั้งหนึ่งเคยแต่งตัวเอิร์ธโทนไปสอน รองผู้อำนวยการถึงกลับเดินมาถามว่าทำไมวันนี้ไม่ใส่สีแดง เพราะชินกับเสื้อผ้าสีจี๊ด หรือครูรุ่นเดอะบางคน ที่เริ่มเข้าใจเธอ ก็มาถามไถ่บ้างประปรายว่า กระโปรงซื้อที่ไหน เสื้อซื้อที่ไหน กลายเป็นผู้นำเทรนด์ให้กับสาวๆ ผดุงนารีไปโดยปริยาย

ดูเหมือนการแต่งกายจะเป็นอะไรที่อ่อนไหวง่าย ในแวดวงการศึกษาไทย รวมถึงหน่วยงานราชการไทย เพราะยึดโยงอาชีพราชการ เป็นอาชีพที่ควรอยู่ในกรอบความเป็นไทย ตลกตรงที่ความเป็นไทย ใครกำหนด แล้วมันอยู่เหนือสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า?

“เพื่อนขวัญเป็นทอม และเป็นครูอีกโรงเรียนหนึ่ง เขาเลือกใส่กางเกงไปสอนเพื่อความคล่องตัว แต่บางทีกลับโดนผู้ใหญ่ทักว่าทำไมไม่ใส่กระโปรง ซึ่งเขาให้คำตอบได้น่าสนใจมาก เขาบอกว่า เขาแค่เลือกที่จะแต่งตัว และนี่คือการเคารพสถานที่แล้ว เพราะกางเกงก็เป็นกางเกงสุภาพ และการแต่งตัวด้วยความมั่นใจ ทำให้เขาใช้ชีวิตสะดวก ดีกว่าการที่ให้เขาใส่กระโปรง แล้วเขาไม่มีความมั่นใจ เป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น ที่สำคัญไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง”

“ถ้าเลือกได้ขวัญก็อยากมีโอกาสใส่กางเกงเหมือนกันนะ เพราะบางทีครูใส่กระโปรงก็โดนติเตียนว่าสั้นไป นั่งแล้วกระโปรงเปิด หรือปัญหาโดนแอบส่องใต้กระโปรง ถ้าได้ใส่กางเกงก็อาจจะสบายใจ ดังนั้นมันคงดีหาก กางเกง กับกระโปรง เป็นช้อยส์ให้ครูเลือกได้”

ช่วงนี้มีข่าวคุณครูผู้หญิงใส่ชุดว่ายน้ำ หรือบิกินีไปทะเล แล้วถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมอยู่บ่อยๆ ครูขวัญคิดยังไง? เราถามครู

“เปิดใจก่อนเลยค่ะ ว่าไปที่ไหนก็ควรจะให้เกียรติสถานที่ ซึ่งเราไปทะเล เราก็ต้องให้เกียรติทะเล ชุดว่ายน้ำเลยเป็นชุดปกติของคนที่ไปทะเล มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการจะแต่งตัวแบบที่ชอบ ไม่ได้ใส่ชุดว่ายน้ำไปสอนสักหน่อย”

ความเป็นตัวเอง และดีเอ็นเอหัวสมัยใหม่ของครูขวัญ ทำให้เธอสนิทกับนักเรียนในคลาสได้ง่าย เราจึงอยากรู้ว่า เธอมีนิยามความเป็นครูแบบไหน

“เด็กของขวัญไม่ต้องเก่งทุกคนก็ได้ แต่ขอให้เป็นเด็กน่ารักที่ใช้ชีวิตได้ ใช้ชีวิตเป็น ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ส่วนเรื่องเรียนเก่ง ขอให้เป็นผลพลอยได้” เราทัชกับคำตอบของเธอ เพราะขณะที่ครูหลายคนกดดันให้เด็กต้องเป็นที่หนึ่ง และฟาดฟันกันด้วยผลคะแนนสอบ แต่เธอกลับเลือกให้เด็กรู้จักใช้ชีวิตมากกว่า

มุมมองของครูขวัญต่อเด็กยุคนี้ คือเด็กที่กล้าคิด และกล้าแสดงออกมากขึ้น ที่สำคัญมีจุดยืนของตัวเองชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และเมื่อเด็กมีความคิดเป็นของตัวเอง สิ่งที่ครูควรจะปรับเข้าหามากที่สุดคือสกิล ‘การฟัง’

“ขวัญว่านักเรียนอยากได้ครูที่รับฟังเขา แบบที่รับฟังจริงๆ ไม่ใช่รับฟังเพื่อมาตัดสินว่าเธอไม่ดี เธอผิด”


“คือส่วนใหญ่ที่ขวัญเจอจากที่นักเรียนเล่าให้ฟัง บางคนจะเจอครูที่ไม่ฟังเลย เธออายุแค่นี้จะมารู้อะไร เรื่องแค่นี้เองคิดมากทำไม คุณอาจจะต้องปรับมุมมองกันก่อนว่า ปัญหาของเด็กในวัยที่เขาเจอมันอาจจะใหญ่สำหรับเขาก็ได้”

“บางคนคิดว่าพอสนิทกับเด็ก เป็นกันเองกับเด็ก เดี๋ยวเด็กไม่เคารพ ขวัญเลยพิสูจน์ให้เห็นว่า ยิ่งให้ใจเด็ก เด็กก็จะให้ใจกลับ ถ้าเราวางตัวเป็นคนที่มีอะไรก็สามารถมาเล่าได้ เขาก็จะมาเล่าให้ฟัง แล้วเราก็จะเข้าใจปัญหาที่เขาเจออยู่”

ที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ รับฟังปัญหาครอบครัว ผู้มอบกำลังใจให้เด็กทำตามความฝันของตัวเอง ไม่ว่าฝันนั้นจะเป็นอะไร จะเล็ก จะใหญ่ หรือแม้แต่จิปาถะก็ฟังได้เพลินๆ ครูขวัญพยายามเป็นครูที่มีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในทุกๆ วัน เพราะนอกจากวิชาเรียนแล้ว ชีวิตของเด็กนั้นกว้างไกลกว่าในห้อง

“สมมติเด็กมีปัญหากับที่บ้าน ขวัญจะไม่บอกนะคะว่า เธอทำผิด หรือถูก สิ่งแรกคือรับฟังเขาก่อน แล้วค่อยๆ ขยายทีละมุม ทั้งมุมของเด็ก และมุมของผู้ใหญ่ เพื่อให้เขาคิดต่อเอาเอง ทำแบบนี้จะดีกว่าตั้งกำแพงว่าเขาผิดแต่แรก เขาก็จะกล้ามาปรึกษาเรา เช่นเดียวกับผู้ปกครอง ที่โทรหาขวัญเองว่าทะเลาะกับลูก เราก็สามารถเป็นกาวใจให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้ตามความสามารถเรา”

“ปัญหาที่โรงเรียนที่เด็กมาระบาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเรียนกับครูบางท่าน ที่ไม่เคยฟังเหตุผลเด็ก คิดว่าตัวเองถูกเสมอ แม้นักเรียนจะพยายามชี้แจงเหตุผล เขาก็จะอ้างว่า ฉันเป็นครูนะ เธอเป็นนักเรียน วางตัวเหมือนอยู่คนละชั้น บางคนถึงกับใช้คำพูดแรงๆ ดูถูกนักเรียนว่าโง่”

“ครูที่ประชด จิกกัด ส่อเสียด ไม่มีนักเรียนที่ไหนชอบหรอกค่ะ ขวัญอยากให้ครูทุกคนนึกไว้เสมอว่า ไม่มีนักเรียนคนไหนเขาเก่งไปหมดทุกอย่างหรอกค่ะ ไม่งั้นเขาจะมาเรียนหนังสือทำไม จึงไม่ควรตัดสินนักเรียนไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม ซึ่งเราก็ทำได้แค่ปลอบใจนักเรียน ให้เขาเห็นว่ายังมีเราที่ฟังเขา”


“เราสอนศิลป์-ฝรั่งเศส จะรู้เลยว่าเด็กสายศิลป์เจ็บปวดกับการถูกดูถูกว่าไม่เก่ง ซึ่งมันใช่ซะที่ไหน ทำไมไม่คิดบ้างว่าการที่เขาอยากเรียนสายนี้มันเป็นเพราะเขาชอบภาษามากกว่าวิทย์คณิต เพราะถ้าปล่อยให้เขาไปเรียนห้องนั้น พอเขาเรียนไม่ได้ ก็จะด่าเขาว่าโง่อีก ซึ่งครูแบบนี้มันมีจริงๆ นะ”

ต้องยอมรับว่ามีครูบางคนที่คิดว่าความฝันของเด็กนั้นไม่ valid พอจะเป็นความฝันได้ (ถ้าไม่ใช่อาชีพราชการที่สังคมบอกว่าดี) แต่สำหรับครูขวัญ เธอพร่ำบอกเด็กเสมอว่า ไม่ว่าจะฝันอะไร ก็จงฝันต่อไป และสามารถไปถึงได้ เพราะครูจะช่วยดันหลังเอง!

“เรารู้ว่าเด็กเราชอบเตะบอล เราก็ฟอร์มทีมฟุตบอลให้เลยจ้า ชื่อทีม ครูขวัญฝรั่งเศส พาเด็กไปแข่งหลายๆ ที่ ชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่ชนะหรือแพ้ ลูกแม่ต้องอิ่ม เพราะเราจะพาไปเลี้ยงข้าวฉลอง โพสต์อวยยศความพยายามของเด็กไม่ว่าจะชนะ หรือแพ้มา”

“หรืออย่างคลิปที่ขวัญเต้นเชียร์เด็กๆ นั่นคือการแข่งบาส เด็กๆ จะบอกเราตลอดว่าแม่ วันนี้แข่งบาส มาดูหน่อย เด็กจะดีใจถ้าเห็นเรา”

“บางคนมาเรียนฝรั่งเศส เพราะมีความฝันอยากไปฝรั่งเศส เราก็บอกเขาว่ามันมีลู่ทางนะ ต่อให้เราไม่เก่งฝรั่งเศส แต่ถ้าเราตั้งใจในด้านอื่นๆ ที่ถนัด สักวันเราทำงาน เก็บเงิน เราก็ไปได้ เราจะไม่บอกเด็กเด็ดขาดว่าเธอทำไม่ได้หรอก”

“หรือเด็กที่อยากทำงานโรงแรม ก็จะเชียร์ตลอดว่า สายเราทำงานโรงแรมได้ตั้งหลายคน หรือถ้าอยากเป็นแอร์ ยิ่งตรงสายเลย เราก็จะคอยซัพพอร์ต ดูความชอบของเด็กคืออะไร และผลักดันเขาตรงนั้น”

“ท้ายที่สุด ถึงเด็กบางคนจะไม่มีความฝันอะไรเป็นพิเศษเลย เราก็จะทำให้การมาโรงเรียนของเขามีเราเป็นเซฟโซน บอกเขาว่า จบไปทำงานอะไรเดี๋ยวว่ากันอีกที ตอนนี้ใช้ชีวิต ม.ปลายให้สนุกไปก่อน”


และเรื่องที่เราอยากเห็นครูไทยเป็นแบบนี้เยอะๆ คือการที่นักเรียนไว้ใจจนมาปรึกษาได้แม้กระทั่งเรื่องการมีแฟน เราว่าหมดยุคสั่งห้ามมีแฟนในวัยเรียน หรือร้องอี๋เรื่องเซ็กซ์ในวัยเรียนแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ คุณก็รู้ ซึ่งการมีคนรับฟัง ยิ่งจะช่วยทำให้เด็กรู้จักระมัดระวังตัวเองได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องอึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้ แล้วไปลองผิดลองถูกกันเอาเอง

“ครูบางคนบอกว่าอย่าเพิ่งมีแฟนในวัยเรียน แต่ขวัญจะบอกว่า มันห้ามเรื่องความรู้สึกไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าเด็กจะมีแฟน ให้มีไปเถอะ แต่เราต้องบอกเด็กว่า มีแฟนไม่ว่า แต่รู้จักหน้าที่ตัวเองด้วย ว่าต้องทำอะไรก่อน”

“นักเรียนชายเคยมาปรึกษาว่าพรุ่งนี้วันเกิดแฟน จะเซอร์ไพรส์อะไรดี ซึ่งน่ารักมากกกก ขวัญก็พาไปเซอร์ไพรส์ด้วยการถือเค้กไปให้นักเรียนเลยจ้า (หัวเราะ) หรือบางคนทะเลาะกับแฟน ทั้งคู่ไม่เข้าใจกัน เราก็ช่วยคุยให้ อีกฝ่ายก็จะบอกว่า แม่ดูมันทำแบบนั้นแบบนี้ เราก็ช่วยๆ เขาง้อ พยายามปรับจูนสองฝ่ายให้คุยกันดีๆ”

“เพศสัมพันธ์ในวัยเรียนก็สำคัญค่ะ มันห้ามไม่ได้ ความมีแฮงมันไม่เข้าใครออกใคร นึกออกปะ ฉะนั้นเราบอกเด็กเสมอว่า การที่เราเลือกจะมีเซ็กซ์ เราต้องป้องกัน ดูแลตัวเอง ครูไม่ว่า มันเป็นธรรมดาในสมัยนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำคืออย่าคาดหวังให้ใครมารับผิดชอบ เราต้องรับผิดชอบตัวเราก่อน ถ้าเกิดปัญหา ผู้หญิงหนีไม่พ้นที่จะรับบทหนักในสังคม ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องไม่ลืมป้องกัน”

ครูน้อยคนที่จะเด็กจะกล้าพูด หรือเปิดใจได้ขนาดนี้ เราอยากรู้ว่าครูขวัญวางตัวอย่างไร หรือมีอะไรที่ต้องคอยระมัดระวังกับเด็กๆ ที่สนิทกันมากๆ

“ยังมีครูท่านอื่นเห็นว่าขวัญยังดูวัยรุ่น ใกล้กับเด็กผู้ชาย จะมีเรื่องชู้สาวหรือเปล่า ซึ่งขวัญบอกเลยค่ะว่า มันไม่มีทางมี ขวัญจึงแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ เพราะเราวางบทบาทตัวเองเป็นสายซัพพอร์ต เป็นแม่ เป็นพี่สาว เป็นครู เด็กๆ ให้เกียรติขวัญดี และเราก็ให้เกียรติเด็กทุกคน”

ฟังดูแล้ว ครูขวัญวางตัวเองเป็นเซฟโซนให้เขา?

“ใช่ ที่จริงขวัญอยากเป็นแบบนั้น และอยากให้ครูทุกคน หรืออย่างน้อยๆ อยากให้มีครูที่ฟังเด็กเยอะๆ หรือถ้ามันจะไม่มีเลย ก็ขอให้มีสักคนเถอะ…ที่สามารถเป็นเซฟโซนให้นักเรียนได้ การมาโรงเรียนของเด็กจะได้ไม่ใช่เรื่องทรมาน เมื่อมีคนพร้อมเข้าใจเขา”

“ทุกครั้งที่เข้าหาเด็ก ขวัญจะต้องหาวิธีการพูดที่ทำให้เด็กไม่รู้สึกว่า มายุ่งอะไรกับฉัน”

“อย่างเด็กผู้หญิง ที่สังคมในโรงเรียนยังถูกคาดหวังให้ต้องเรียบร้อย ขวัญก็จะบอกเสมอว่า อยากแต่งหน้า ทาลิป ทาปาก ทาบรัชออน ก็แต่งเลยลูก สวยลูก สวยยยย แต่ครูท่านอื่นก็จะมาบอกว่าอย่ามาแต่ง ยึดเครื่องสำอาง บางคนผมยาวก็จับตัดผม ด่าทอ มากกว่าจะอธิบายอะไรให้ฟัง สำหรับขวัญเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียนการสอน”

“เราว่าเด็กสมัยนี้จะเข้าใจเมื่อผู้ใหญ่มีเหตุผลมากพอ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลเขาจะไม่อยากฟังหรอกค่ะ”


“ทุกครั้งที่เราเห็นเด็กหน้าเศร้า หรือซึมมา เราจะเข้าไปถามเด็กตลอดว่าเขาเป็นอะไร บางเรื่องเขากล้าเล่าให้เราฟัง แต่ไม่กล้าคุยกับที่บ้านก็มี เด็กเขาเครียดนะคะ ทุกวันนี้บ้านเราเรียน 7-8 ชั่วโมง สอบก็เยอะ จะมามองว่าเรื่องแค่นี้เครียดทำไมไม่ได้นะ เขาแทบจะไม่มีเวลาของตัวเองเลย”

“ขวัญอยากเป็นกระบอกเสียงให้เปิดใจกับเด็กๆ รับฟังเขาหน่อย วัยนี้เขาต้องการคนรับฟังจริงๆ เลิกใช้คำว่าโง่ หรือคำด่าแรงๆ ที่สำคัญอย่าดูถูกฝันของเด็กๆ ต่อให้เขาอยากจะเป็นอะไร เขามีสิทธิที่จะฝัน แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะดูถูก”

“อุ๊ย ตอบดี มงต้องลงแล้วไหม” เราหัวเราะตามแฟนนางงามคนนี้อย่างไม่รู้ตัว

“ทุกคนมีสิทธิฝัน ขอแค่เปิดใจ เด็กสมัยนี้เครียดจริงๆ ฆ่าตัวตายเยอะแยะ อย่าเป็นส่วนหนึ่งให้เด็กเป็นแบบนั้นเลย แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ ก็อย่าทำ” ครูขวัญปิดจบแบบที่ควรได้มงกุฎเวทีครูแบบอย่างขวัญใจนักเรียน

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide