LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

จาก ‘ภัยแห่งชาติผิวเหลือง’ สู่โควิด-19 ภาพจำที่ทำให้ชาวเอเชียถูกทำร้ายในอเมริกา

เมื่อปีที่ผ่านมาชายผิวขาวยิงพนักงานร้านนวดชาวเอเชียเสียชีวิตหกคน นางแบบชาวไทยถูกทำร้ายในสถานีรถไฟใต้ดินที่นิวยอร์ก เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การเรียกร้องผ่าน #StopAsianHate ที่ยังคงฝังจิตฝังใจชาวเอเชีย โดยเฉพาะในทวีปอเมริกา ข่าวล่าสุดที่ว่ามีหญิงเอเชียถูกผลักให้รถไฟใต้ดินชน ก็ยังถูกมองว่ามีสาเหตุมาจากความเกลียดชาวเอเชีย แม้ภายหลังจะพบว่าเป็นเหตุบังเอิญที่เหยื่อเป็นคนเอเชียก็ตาม แต่นั่นก็หมายถึงความเกลียดชังที่คนขาวบางส่วนมีต่อเอเชียนั้นมีอยู่จริงและยังคงน่ากลัว 

ตั้งแต่โควิด-19 ระบาด FBI ได้เก็บสถิติเกี่ยวกับความรุนแรงต่อชาวเอเชียในสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่ามีอัตราพุ่งขึ้นสูงกว่า 73% จากปี 2020 ขณะที่ผลสำรวจจากประเทศแคนาดาที่ก็รายงานว่ากว่า 60.6% ของชาวแคนาเดียนเชื้อสายจีน ระบุว่า เคยถูกเหยียดเชื้อชาติ และ 35.2% ถูกข่มขู่ข่มเหง

แม้ความรุนแรงเหล่านี้จะปะทุรุนแรงขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 แต่นี่ย่อมไม่ใช่สาเหตุหลักเพียงข้อเดียว แต่มันเกิดขึ้นมาจากการเหยียดเชื้อชาติผ่าน Asian Stereotype (โดยเฉพาะผู้หญิง) ที่ผูกเข้ากับความตึงเครียดทางเชื้อชาติ (Racial Tension) ที่ถูกบ่มเพาะมานานนับศตวรรษ

*หมายเหตุเพื่อความสะดวกในการอธิบาย บทความนี้จะเขียนถึงชาวเอเชียภายใต้ร่มใหญ่ของ ‘เอเชียน’ โดยไม่ได้แบ่งเป็นเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ*

ครั้งแรกที่ชาวเอเชียเข้าไปสู่ทวีปอเมริกาคือช่วงปี 1800 ในฐานะแรงงานผู้อพยพ และก็เหมือนภาพสะท้อนของยุคปัจจุบัน ชาวอเมริกันในสมัยนั้นกลัวผู้อพยพชาวจีนจะยึดงาน หรือที่ดินของตัวเอง จนเกิดความคิดที่เรียกว่า Yellow Peril หรือ ‘ภัยแห่งชาติผิวเหลือง’ ขึ้นมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดที่สุดคือรูปโปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อที่วาดภาพชาวจีนมัดแกละ มีลักษณะดุร้ายและรุนแรง เมื่อเวลาผ่านไป สงครามโลกครั้งที่ 2 พาชาวญี่ปุ่นไปพบกับสหรัฐอเมริกา ในฐานะศัตรูที่น่าเกรงขามและโหดเหี้ยม ส่วนสงครามเวียดนามที่อเมริกาไม่ชนะ ชาวเวียดนามเหนือเป็นคู่ต่อสู้กับสหรัฐฯ และรัฐบาลเวียดนามใต้ร่วมงานกันกับกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งหลังสงคราม ทหารและบุคลากรเวียดนามใต้และครอบครัวของพวกเขาเข้ามาสู่สหรัฐอเมริกาเพื่อตั้งรกราก ก่อนจะตามมาด้วยผู้อพยพจำนวนมากในระลอกที่สองของเวียดนามใต้ ในช่วงปี 1975 โดยเรียกกันว่า Boat people ซึ่งผลตอบรับการรับผู้อพยพครั้งนี้ไม่ได้รับความนิยมจากอเมริกันชนเลย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงนั้น 

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าภาพจำเกิดขึ้นจากตัวอย่างที่กล่าวมา ทำไมภาพจำชาวเอเชียถึงไม่ใช่นักรบผู้เก่งกาจ แต่เป็นผู้คนที่พร้อมถูกกดขี่โดยจะไม่มีวันเรียกร้อง ภรรยาที่ปรนนิบัติสามีไปตลอดชีวิตของเธอโดยไม่โต้เถียง หรือหญิงผู้พร้อมสำหรับการเป็นวัตถุทางเพศไปเสียได้?

มีคำอธิบายหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ “‘ภัยแห่งชาติผิวเหลือง’ ถูกผ่อนความรุนแรงลงผ่านการลดทอนค่า (objectification) หญิงเอเชียตะวันออก เพื่อแปลงให้กลุ่มคนที่เคยเป็นภัย กลายเป็นเครื่องมือต่อชีวิตลัทธิจักรวรรดินิยมคนขาว (White imperial supremacy)” 

Joey Lee เขียนในเปเปอร์ East Asian "China Doll" or "Dragon Lady"?” ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของการเหมารวมผู้หญิงชาวเอเชียตะวันออกผ่านภาพยนตร์และสื่อ ว่าหากไม่ใช่ผู้หญิงที่นอบน้อมต่อสามีผิวขาวของพวกเธอ ถึงขนาดยอมตายได้ หากทั้งคู่ไม่ได้ครองรักกัน หรือที่เธอเรียกว่า “China Doll stereotype” ก็เป็น “ผู้หญิงแกร่ง” ที่ใช้สเน่ห์และความต้องการทางเพศเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่พวกเธอต้องการหรือที่เธอเรียกว่า “Dragon Lady stereotype” ทั้งคู่เป็นเครื่องมือการลดความเป็นมนุษย์และอำนาจของชาวเอเชียในสายตาชาวสหรัฐฯ ผ่านมรดกตกทอด Orientalism และ Exoticism หรือความเป็นอื่นที่น่าหลงใหล น่าค้นหา และในขณะเดียวกัน อันตราย ที่ชาวตะวันตกเป็นผู้คิดค้น

และเมื่อผ่านกระบวนการสร้างภาพจำ นั่นคือ การลดทอน การจดจำ แล้วส่งต่อ การเหมารวม China Doll ถูกลดทอนกลายเป็นภาพจำของความอ่อนแอและความพร้อมถูกกดขี่ของชาวเอเชียทั้งหมด ผนวกเข้ากับการวางกรอบว่าไวรัสโคโรนาเป็น “The China Virus” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และความเข้าใจว่า “เอเชียเท่ากับจีน” ของชาวอเมริกันจำนวนมาก ความเกลียดกลัวซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงต่อชาวเอเชียในสหรัฐฯ จึงพุ่งสูงขึ้น 

หากใครจะบอกว่า การสร้างภาพจำไม่เกี่ยวแล้วล่ะก็ ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมพนักงานสปา 8 คน ซึ่งเหยื่อเป็นหญิงเอเชียไปแล้ว 6 คน ที่แอตแลนตา กล่าวว่า เหตุที่เขาตัดสินใจก่อเหตุเพราะผู้หญิงเหล่านี้เป็น “สิ่งยั่วยวน” ที่เขาจำต้องกำจัด แม้ว่าเขากล่าวว่า แรงจูงใจไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับเชื้อชาติ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการปลูกฝังให้รับรู้ว่าหญิงเอเชียเป็นวัตถุทางเพศมานับทศวรรษนั้นมีส่วนต่อแนวคิดของเขา

อีกสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ความตึงเครียดระหว่างชุมชนเอเชียในอเมริกา และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ เพราะความรุนแรงและอคติทางเชื้อชาติต่อชาวเอเชียไม่ได้เกิดขึ้นโดยคนผิวขาวเท่านั้น เพียงแต่ไดนามิกและบริบทของมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากแม้แต่ในกรอบของชนกลุ่มน้อยในสหรัฐอเมริกาก็มีการแบ่งแยกอยู่เช่นกัน

ชาวเอเชียอเมริกันที่มีเชื้อสายมาจากเอเชียตะวันออก มีชื่อเรียกอีกชื่อที่กันพวกเขาออกจากผู้อพยพกลุ่มอื่น นั่นคือ Model Minority หรือ “ชนกลุ่มน้อยตัวอย่าง” ในช่วงเวลาที่คำนี้เกิดขึ้น ชาวเอเชียตะวันออกประเภทเดียวที่เข้ามาสู่สหรัฐฯ ได้คือคนที่จะมาเป็นหมอ เป็นวิศวกร หรือนักวิทยาศาสตร์ คอนเซปต์ที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาโดยคนผิวขาว เพื่ออธิบาย “สิ่งที่ชนกลุ่มน้อยควรเป็น” นั่นคือฉลาด ขยันทำงานเพื่อประเทศชาติที่พวกเขาเข้ามาอยู่อาศัย และที่สำคัญคือการกล่าวโดยนัยว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่เรียกร้องสิทธิตัวเอง “เหมือนกลุ่มอื่นๆ” ซึ่งการแบ่งแยกนี้ก่อเกิดช่องว่างระหว่างชุมชนของชนกลุ่มน้อย ที่อย่างน้อยที่สุดทำให้พวกเขาตั้ง stereotype ของกันและกัน และอย่างแย่ที่สุดคือเกิดการแบ่งแยกเชื้อชาติ ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงเพื่อรักษาไว้ซึ่งช่องว่างที่แบ่งแยกพวกเขาเอาไว้ 

ทั้งหมดที่เรากล่าวมาคืออดีตที่ก่อตัวมาเป็นรูปธรรมผ่านความรุนแรงต่อชาวเอเชียทุกเชื้อชาติที่เข้าไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวสำคัญจากมูฟเมนต์ BLM และ #StopAsianHate นั้นเป็นก้าวสำคัญของชนกลุ่มน้อยในสังคมอเมริกัน ให้สามารถร่วมกันต่อสู้กับระบบที่สร้างขึ้นแบ่งแยกและทำร้ายผู้คนในทุกกลุ่มอยู่ และในที่สุดหากความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงๆ นอกจากชนกลุ่มน้อยในอเมริกาจะได้รับประโยชน์แล้ว ในที่สุดความเปลี่ยนแปลงนี้สามารถส่งผลดีต่อชาวเอเชียทั่วโลกได้ด้วยเช่นกัน

อ้างอิง:

https://www.nbcnews.com/news/asian-america/anti-asian-hate-crimes-rose-73-last-year-updated-fbi-data-says 

https://scholars.wlu.ca/cgi/viewcontent.cgi?article=1026&context=bridges_contemporary_connections 

https://www.vox.com/22321234/black-asian-american-tensions-solidarity-history 

https://time.com/5859206/anti-asian-racism-america/ 

https://www.pbs.org/newshour/nation/what-we-know-about-the-atlanta-spa-shootings-that-killed-8-including-6-asian-women 

https://thesocietypages.org/socimages/2014/06/20/old-yellow-peril-anti-chinese-posters/ 

https://www.migrationpolicy.org/article/vietnamese-immigrants-united-states

https://www.history.com/news/vietnam-war-refugees

Author

TASSANA PUTTAPRASART

Content Creator

TAG

    Related Stories

    “ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

    life

    “ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

    MIRROR'sGuide