LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

เลิกคบเพื่อน อาจเจ็บกว่าเลิกคบแฟน เพราะเราไม่เคยเผื่อใจ ว่าวันสิ้นสุดมิตรภาพจะมาถึง

กาลเวลาคัดคนที่อยู่ในชีวิต ไม่เว้นแต่มิตรภาพของเพื่อนสนิทที่ไม่จีรัง

เราต่างไม่คาดคิด หรือจินตนาการถึงภาพตอนเดินแยกจากกันกับเพื่อนรักออก เพราะลึกๆ เราคาดหวังว่าเพื่อนจะอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม และนั่นทำให้ทุกสัญญาณของการจากลา ใช้ไม่ได้ผลกับมิตรภาพของเพื่อน เพราะเรามักเลี่ยงการพูดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบของเพื่อนเพื่อคงความสัมพันธ์ ต่างจากความสัมพันธ์แบบโรแมนติก ที่คนส่วนใหญ่มักมองเห็นข้อเสียของตัวเองและของเขา เก็บมาคิดอย่างหนัก และพร้อมเผื่อใจไว้บ้างว่าวันหนึ่งถ้าเลิกกัน (ถึงจะไม่อยาก) ฉันจะรับมือความเจ็บปวดยังไง หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องโทรไปร้องไห้กับเพื่อนสนิทสักคนหนึ่ง ที่อยู่ด้วยกันมาทุกจังหวะชีวิต

ยิ่งเมื่อโตขึ้น นิสัย ความคิดเห็นและวิธีมองโลกอาจยิ่งต่างกัน หลายคนเลือกเก็บงำความไม่ชอบของตัวเองไว้ ไม่เคยหยิบมาพูดกันจริงๆ จังๆ ปล่อยผ่านความท็อกซิกต่างๆ ด้วยคำว่า “เพื่อนกัน” จึงไม่แปลกที่ในวันหนึ่งจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เหนื่อยที่จะทนเพื่อนคนนี้ต่อ และอีกคนจึงเตรียมใจไม่ทันสำหรับความโดดเดี่ยว

การเลิกรากับเพื่อนสนิทโดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น ไม่ต่างกับการสูญเสียตัวตนบางอย่างไป ตามที่ แคโรไลน์ ฮันท์ (Caroline Hunt) ศาสตราจารย์ในสถาบันจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าว เพราะเป็นวัยที่พวกเขายังคงค้นหาตัวตนว่าพวกเขาเป็นใคร และแน่นอน เมื่อเพื่อนสนิทคนนั้น มีบทบาทในการช่วยสร้างความเป็นเราขึ้นมา บ้างอาจทำให้เราเป็นคนมั่นใจขึ้น ค้นพบอัตลักษณ์ หรือนำไปสู่การตั้งคำถามเพื่อพัฒนาตนเองว่า นิสัยของฉันแบบนี้ใช่ไหมที่คนจะชอบ แล้วแบบไหนบ้างที่คนไม่ชอบ

อย่างที่ฮันท์กล่าว เพื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเป็นเรา ดังนั้นหลายคนจึงไม่เคยไปถึงจุดที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า ฉันโอเคอยู่แล้ว ถ้าเพื่อนสนิท (คนที่มีส่วนในการเชปตัวตนเรา) จะเดินจากไป

“เรามักจะคิดว่าการเลิกคบเพื่อน จะเกิดขึ้นจากการหักหลังอย่างรุนแรง เพราะมันง่ายที่จะบอกว่านี่คือจุดที่มิตรภาพจะสิ้นสุดลง แต่บ่อยครั้ง การเลิกคบเพื่อนมักมาจากระยะทาง ความแตกต่างในไลฟ์สไตล์ หรือการเห็นเพื่อนปฏิบัติไม่ดีกับเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งการเลิกคบเพื่อนนี้สามารถสร้างความเจ็บปวดได้ เพราะไม่คาดคิด หรือไม่รู้จริงๆ ว่า การเลิกรากับเพื่อน หน้าตาเป็นยังไง”

มิเรียม เคอร์เมเยอร์ (Miriam Kirmayer) นักบำบัดโรคที่เชี่ยวชาญเรื่องมิตรภาพในวัยหนุ่มสาวและผู้ใหญ่กล่าวประโยคข้างต้น เธอคิดว่าเหตุผลหลักมาจาก การที่ผู้คนพูดถึงการเลิกคบเพื่อนน้อยกว่าการเลิกคบแฟน ทำให้เราไม่มีต้นแบบให้เห็นมากนักว่า อ๋อ ตอนนี้เราควรจะเลิกคบเพื่อนคนนี้แล้วนะ มันเป็นความสับสนที่สำหรับหลายคนแล้วยากมาก ยิ่งในกรณีที่คนจะ ‘รู้สึกผิด’ ถ้าจะออกจากชีวิตเพื่อนคนนั้น แม้ความสัมพันธ์ที่มีจะท็อกซิกก็ตาม

“คนที่เลิกคบเพื่อนสนิท จะรู้สึกเหมือนว่าที่ผ่านมาเขาเป็นคนเดียวที่ดิ้นรนเพื่อให้มิตรภาพนี้คงอยู่ต่อไป เลือกจะเก็บความไม่ชอบทั้งปวงไว้เป็นความลับ แทนที่จะแสวงหาการสนับสนุน หรือขอคำแนะนำจากเพื่อนคนอื่นๆ นั่นทำให้พวกเรารู้สึกโดดเดี่ยวเข้าไปอีก” เคอร์เมเยอร์ บอก

และหลายครั้งทีเดียว ที่คนไม่พูดสิ่งที่รู้สึกหรือสิ่งที่ต้องการออกไป เพื่อเลี่ยงความผิดหวัง ซึ่งนั่นมีแต่จะส่งผลเสีย มาร์นี เฟอร์แมน (Marni Feuerman) นักจิตอายุรเวทในฟลอริดา ก็คิดไม่ต่างจากเคอร์เมเยอร์ แต่เธอเสริมว่าเป็นเพราะ “เราไม่ต้องการแสดงความต้องการของเราออกไปให้พวกเขาปฏิเสธ เพื่อนที่ไม่รู้สึกว่าถูกตอบสนองความต้องการ ก็จะอยู่เงียบๆ และสุดท้ายการขาดการสื่อสารนั้นสามารถทำร้ายเพื่อนอีกคนได้มากพอๆ กับที่อีกฝ่ายต้องมานั่งสงสัยว่าตัวเองทำอะไรผิด”

คบกันมาตั้งนาน จะตัดฉึบความสัมพันธ์โดยไม่พูดอะไรสักคำ อาจทำให้บางคนรู้สึกเสียใจภายหลัง แอนเดรีย โบเนียร์ (Andrea Bonior) นักจิตวิทยาคลินิก แนะนำว่า หากยังอยากไปต่อกับมิตรภาพนี้ ลองซ่อมแซมมิตรภาพก่อนจะโบกมือลาก็ไม่เสียหาย แค่ลองพูดกับเขาตรงๆ ถึงปัญหาที่พบ ไม่แน่พวกเขาอาจจะเปลี่ยนแปลง และประคองความเป็นเพื่อนรักต่อไปได้เหมือนเดิม

กลับกัน โบเนียร์บอกว่าถ้ารู้สึกไปต่อไม่ติดแล้ว นี่อาจจะเป็นอีกครั้งที่ทำให้คุณได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในชีวิต คุณอาจสังเกตเห็นว่ามิตรภาพของคุณจบลงแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเจอแต่คนลักษณะเดิมๆ แสดงว่านั่นไม่ใช่ความผิดของคุณเลย ในทางกลับกันถ้าสุดท้ายคุณเองเป็นคนที่ทำให้ความสัมพันธ์มันพังลงเอง อาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะเริ่มต้นใหม่โดยเรียนรู้จากข้อผิดพลาดเหล่านั้น

เรารู้กันอยู่แล้วว่าการสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาเป็นหัวใจสำคัญต่อทุกความสัมพันธ์ แต่พอเอาเข้าจริง คงมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้คนที่อยู่ในสถานการณ์คับขันไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวเสียเพื่อน จนสะสมปัญหาไปเรื่อยๆ แล้วพังในที่สุด

เวลาคัดคนออกจากชีวิตเรา ขณะเดียวกันก็นำคนเข้ามาในชีวิตเราใหม่ได้เหมือนกัน แม้มิตรภาพเก่าๆ จะสิ้นสุดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น เก็บความทรงจำนั้นไว้ แล้วเปลี่ยนมันเป็นประสบการณ์ชีวิต เพื่อก้าวต่อไปอย่างสวยงามกันเถอะ สู้ๆ

อ้างอิง:

https://www.abc.net.au/everyday/why-friend-break-ups-can-be-worse-than-relationship-endings/11533668

https://time.com/5402304/friendship-breakups-worse-romantic/

https://www.womenshealthmag.com/life/a31159869/friendship-breakup/ 

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide