LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

เสียงจากผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง จากคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘แฟน’

Trigger Warnings : ความรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศ เลือด โรคซึมเศร้า

แฟน ผัว เมีย สามี ภรรยา คนรัก ฯลฯ ล้วนเป็นคำจำกัดความบุคคลในความสัมพันธ์รักใคร่ ทว่าในบางคู่ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยรัก แต่ระหว่างทาง ไปจนจบกลับเลวร้าย เต็มไปด้วยบาดแผลจากการโดนอีกฝ่ายตบ ตี เตะ ต่อย 

ผลสำรวจโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชี้ว่า ปี 2561 ไทยมีข่าวความรุนแรงในครอบครัวบนหนังสือพิมพ์ 623 ข่าว สามีเป็นผู้กระทำต่อภรรยา 73.3% และมีคู่แฟนที่ฝ่ายชายกระทำความรุนแรงต่อฝ่ายหญิง 58.2% นี่เป็นหลักฐานว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง ยังไม่นับว่านี่เป็นเพียงกรณีที่มีการรายงานข่าวเท่านั้น

‘เจ’ อายุ 26 ปี เคยถูกแฟนเก่าถึง 2 คนทำร้ายด้วยการเตะ ตบ จิกหัว บังคับให้มีเซ็กซ์ บางครั้งเธอถึงกับเลือดกบปาก เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้าที่กว่าจะดีขึ้นต้องใช้เวลารักษานานถึง 2 ปี ถึงแม้วันนี้ร่องรอยความเจ็บปวดจะไม่เหลือบนร่างกาย แต่ในใจยังเป็นแผลเป็นที่ยากจะลืม 

แน่นอนว่าเรื่องของเจไม่เคยเป็นข่าว ไม่ได้นับอยู่ในตัวเลขสถิติเช่นเดียวกับอีกหลายต่อหลายกรณี เราชวนเธอมาบอกเล่าเรื่องจริงอันเจ็บปวด และอยากให้คุณลองเปิดใจรับฟัง เผื่อเสียงของเธอจะช่วยย้ำคนในสังคมว่า แม้เป็นคนรักก็ ‘ไม่มีสิทธิ์’ ทำร้ายกัน

Q

ตอนคบกันแรกๆ แฟน (เก่า) คุณเป็นคนแบบไหน

A

แฟนคนแรก เขาเข้ามาจีบเราด้วยความชัดเจน พาเราไปหาครอบครัว พาไปรู้จักเพื่อน ลงทุกอย่างในโซเชียล ทำให้โลกรู้ว่าเราสำคัญกับเขามาก และเขาค่อนข้างจะตามใจเรา อยากไปไหนจะพาไปหมด อยากได้อะไรก็จะซื้อให้ อยากกินอะไรก็หามาให้กิน ดูแลเราดีทุกอย่าง

แฟนคนที่สอง เราคบกับเขาช่วงฝึกงานจนถึงเรียนจบ เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เจ้าระเบียบ เป็นคนพูดตรง ทำเหมือนจะไม่ตามใจเรา แต่สุดท้ายก็ตามใจอยู่ดี แล้วก็เป็นคนขี้หวงและขี้หึง อยากให้เราอยู่แต่บ้าน เพราะกลัวเราไปเจอคนที่ดีกว่า


Q

แม้การกระทำช่วงเริ่มต้นของเขาทั้งคู่จะดูรักคุณมาก แล้วเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายครั้งแรกเกิดขึ้นได้อย่างไร

A

แฟนคนแรก เขาให้เหตุผลว่า รับไม่ได้ที่ตอนเราโสดเราเคย One Night Stand ทั้งๆ ที่เราบอกเขาก่อนคบกันแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งตอนนั้นเขารับได้ เพราะนั่นคือสิทธิส่วนบุคคลของเรา ไม่ได้ผิดศีลธรรม เราบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่พอวันที่เขาจะทำร้ายเรา เขากลับบอกว่ารับไม่ได้ ด่าเราต่อหน้าแม่เขาว่าเราสำส่อน ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะนอนกับผู้ชายไปทั่ว และบอกเลิกเรา แต่เรารักมาก ไม่ยอมเลิก เขาก็เลยลงมือเตะและตบเรา

แฟนคนที่สอง เขาชอบตั้งกฎในการใช้ชีวิตคู่ เช่น มอบหน้าที่ให้เราปลุกเขาไปอาบน้ำทุกเช้า ซึ่งวันนั้นพอเราปลุกรอบแรกเขาไม่ยอมตื่น เราก็ปลุกไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะตื่น สุดท้ายพอตื่น เขาเดินตรงมาตบหน้าเลย


Q

ณ ขณะนั้น คุณดีลกับสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้าอย่างไร

A

แฟนคนแรก เราป้องกันตัวด้วยการถีบกลับ แต่กลายเป็นว่าเราเจ็บหนักกว่าเดิม เพราะเขาถีบกระดูกหลังเรา และสะโพกแรงมาก จนเรานอนหงายไม่ได้เลย สุดท้ายทำได้แค่ร้องไห้ กราบเท้าเขา ขอร้องให้เขาหยุด 

แฟนคนที่สองก็เหมือนกันค่ะ เราทำได้แค่ร้องไห้ เพราะพอเราเถียง ขึ้นเสียงโวยวาย หรือทนไม่ไหวจนกรี๊ดออกมา เราจะโดนหนักกว่าเดิม 

ช่วงนั้นร่างกายเราเต็มไปด้วยรอยจ้ำ ช้ำ เขียว คนอื่นผ่านมาเห็นจะถามว่าไปทำอะไรมา ซึ่งเราต้องโกหกว่าเดินชนโต๊ะ เดินชนนู่น ชนนี่ เพราะไม่กล้าบอกใครถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ใครมาชี้หน้าด่าว่าเราโง่ และกลัวคนอื่นมองแฟนเราไม่ดี เพราะเรารักเขามาก


Q

พอมีครั้งแรก ก็มีครั้งต่อๆ ไปที่เขาทำร้ายคุณ...ใช่ไหม

A

ใช่ค่ะ แฟนคนแรก เรานับจำนวนครั้งที่โดนทำร้ายไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่จะโดนเฉพาะเวลาที่เขาเจอหน้า หรือเดินผ่านคนคุยเก่าๆ ของเรา แม้กระทั่งการพาเราไปเจอเพื่อนเขา แล้วเพื่อนเขาแซวเรื่องอดีตที่เขาไม่ชอบเกี่ยวกับเรา พอกลับมาบ้าน เราก็จะโดนเขาด่าก่อน พอเขาโมโหมากๆ ก็จะเตะ และตบเหมือนเดิม พูดกับเราว่า "ถ้าไม่โอเคก็เลิกไปสิ"

แฟนคนที่สอง คบกันมาหนึ่งปีเต็ม แต่เราโดนทำร้ายเกือบทุกวัน ยกเว้นวันที่เขาอารมณ์ดี หรือไม่ได้ทำอะไรขัดใจเขา ส่วนใหญ่เราจะโดนจิกหัวกับตบ ครั้งที่หนักที่สุดเราจำได้เลยว่า ทำความสะอาดบ้านแล้วบังเอิญไปเจอของของแฟนเก่าเขาในห้องเก็บของ แล้วเราเดินไปถามเขาว่าเก็บไว้ทำไม เขาโมโหมาก จิกหัวเราแล้วลากเรากลับไปที่ห้องเก็บของ ตะโกนใส่ว่าเอาของชิ้นนั้นมาจากตรงไหน มึงเสือกทำไม เอาไปไว้ที่เดิมเดี๋ยวนี้ พอเราถามว่าทิ้งไปไม่ได้เหรอ ก็โดนตบหัวกระแทกกำแพง และเลือดกบปาก 

แล้วอย่างที่บอกแฟนคนนี้ชอบตั้งกฎให้เราทำตามมากมาย หนึ่งในกฎของเขาคือการมีเซ็กซ์ทุกวัน บ่อยครั้งที่เราไม่อยากมี ก็จะโดนบังคับ พอแสดงอาการไม่พอใจ เพราะไม่อยากจริงๆ จำได้เลยว่าโดนฉีกเสื้อจนขาด จิกหัวขึ้นมาถามว่าจะทำดีๆ ไหม แล้วก็ทุบหลังเรา บอกเราว่า "ทำตัวให้มันดีๆ อย่าขัดใจ ถ้าไม่อยากให้ทำ (ความรุนแรง)" อีกอย่างเราคบกับเขาคือไม่ได้ออกไปไหนเลย ห้ามเที่ยว ไปไหนต้องถ่ายรูปรายงานตลอดว่าอยู่กับใครบ้าง คุยกับใครในแชตต้องแคปให้ดูทั้งหมด และก่อนนอนจะเช็กโทรศัพท์ เหมือนเราอยู่ในลัทธิอะไรสักอย่าง เดือนหนึ่งกลับบ้านได้แค่สามวันเอง


Q

เคยลองคุยกันจริงจัง เพื่อบอกเขาตรงๆ ไหม ว่าไม่มี Consent และไม่โอเค

A

บอกตลอดเลยค่ะ เขาเหมือนจะฟัง แต่เวลาโมโห ก็โดนอยู่ดี


Q

ทำไมคุณถึงไม่ออกมาจากจุดนั้น หรือขอความช่วยเหลือจากใคร

A

ที่เราไม่ออกมาจากจุดนั้นสักทีเพราะเรารักเขา ไม่อยากให้ใครมองทั้งเขาและเราแย่ อีกอย่างการออกมาพูดว่าโดนทำร้ายเป็นเรื่องยากสำหรับเรา เรากลัวไม่มีใครช่วย กลัวคนอื่นรู้แล้วมองว่าโง่ ทำไมไม่ออกมาล่ะ ทนเองทำไม และกลัวที่สุดคือ กลัวคนไม่เชื่อเรื่องของเรา เพราะครั้งหนึ่งเราเคยลองขอความช่วยเหลือจากคนรอบตัว แต่สุดท้ายพวกเขาเลือกเชื่อคำพูดของฝั่งนั้นมากกว่าเหยื่ออย่างเรา และบางคนมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยว


Q

สุดท้ายคุณตัดสินใจเดินออกจากชีวิตพวกเขามาได้อย่างไร

A

คนแรก พอเราเจอแบบนั้นหนักขึ้นทุกวัน มันทำให้เราหมดรัก และคิดหาจังหวะที่จะออกจากชีวิตเขา พอเราเรียนจบ ต้องไปฝึกงาน เลยถือโอกาสออกมา แม้เขาจะยอมเลิกกับเรา แต่เขาเอาไปบอกคนอื่นว่าเราเลิกกับเขาเพราะเขาจน เราบอกเลิกเพราะไปหาคนรวย ใช้พื้นที่ของตัวเองสร้างความชอบธรรม ดราม่าลงเฟซบุ๊ก แซะทุกวัน เราเครียดมาก บางครั้งต้องหนีไปนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำตอนทำงานในออฟฟิศ จนแม่เราต้องไปคอมเมนต์ขอให้เขาหยุด เรื่องถึงจะจบ

ส่วนแฟนคนที่สอง เราเลิกกับเขาเพราะจับได้ว่าเขานอกใจ เพราะเราเคยยืนกรานกับเขาว่า ยอมได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องผู้หญิง ตอนนั้นเขาก็ขอร้องให้เราอยู่ต่อ บอกจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง แต่เราพยายามใจแข็ง เพราะเราไม่ไหวแล้วจริงๆ


Q

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในระยะเวลาติดกัน 2-3 ปี มันส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตคุณมากแค่ไหน

A

เราเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากขึ้นปีที่สองที่คบกับแฟนคนที่สอง ตอนนั้นเราจับได้ว่าเขานอกใจ เราเลยตัดสินใจกินยาเข้าไปกำหนึ่ง แต่เขาล้วงคอเราทัน และพากลับไปส่งที่บ้าน ตื่นเช้ามาเราตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ เพราะเคยดูซีรีส์เรื่อง ‘SOS skate ซึม ซ่าส์’ แล้วอาการของตัวละครมันเหมือนเราเลย สรุปหมอก็วินิจฉัยว่าเราเป็น


Q

ผ่านมาได้อย่างไร

A

เราขอบคุณเพื่อนคนหนึ่งที่สังเกตว่าเรามีอาการแปลกๆ และเปลี่ยนไป เลยเลือกโทรมาหาเรา ถามไถ่ทุกสิ่งกับเรา เพราะเป็นห่วงว่าเราจะเป็นอะไรไป นั่นทำให้เรากล้าที่จะเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง เพราะคนคนนี้เขาจริงใจที่จะอยู่ข้างๆ รับฟังโดยไม่ตัดสินเราเหมือนหลายๆ คนที่ผ่านมา 

ส่วนครอบครัว ตอนแรกเราไม่ได้บอกอะไรเลย แอบไปหาหมอซึมเศร้าเองคนเดียวโดยไม่ให้ใครรู้ แต่หมอที่รักษาเราเป็นคนโทรไปบอกที่บ้าน เพราะอาการเราหนักขึ้นทุกวัน ครอบครัวจึงต้องเป็นด่านสำคัญที่ต้องมารับฟังว่าเราไปเจออะไรมา ซึ่งพวกเขาก็เลือกที่จะอยู่ข้างเรา และอยากให้เราหาย อีกคนหนึ่งที่ทำให้เราผ่านมาได้คือแฟนคนที่สาม ซึ่งเป็นคนต่างชาติ เขาคอยวิดีโอคอลมาเฝ้าเราไปหาหมอ เพื่อให้เรารู้ว่ามีเขาอยู่ข้างๆ 

และที่ไม่พูดไม่ได้เลยคือการที่เรามีศิลปินที่ชื่นชอบเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งเราอยากขอบคุณพวกเขามาก คนแรกคือ Sasha Velour แดรกควีนที่เรารัก เป็นคนที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนเราตัดสินใจกินยาเกินขนาด แต่ยอมให้แฟนเก่าล้วงคอโดยดี เพราะอยากเจอ Sasha Velour สักครั้ง ไม่อยากตายไปแบบนี้ 

อีกคนคือ แจฮยอน วง NCT ช่วงที่เราเริ่มหาหมอ เขาทำให้เรามีความสุข เป็นรอยยิ้มให้ในวันที่เราเศร้า หมอยังบอกเลยค่ะว่าสีหน้าเราดีขึ้นเยอะตั้งแต่รู้จักแจฮยอน มีคนรอบตัวหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงติ่งใครสักคนได้มากขนาดนั้น แต่พอมารับรู้ว่าเราผ่านมาได้เพราะติ่ง เขาก็เข้าใจแล้วว่ามันช่วยให้เราดีขึ้นได้จริงๆ

สุดท้ายกว่าจะหาย เรารักษาโรคซึมเศร้ามาสองปีเต็ม แต่ภาพทุกอย่าง และความรู้สึก ณ เวลานั้น เราไม่เคยลืมเลยนะ เพียงแต่ว่าตอนนี้เรารู้สึกโตขึ้นเยอะ เหมือนเข้าใจชีวิตมากขึ้น และดีใจที่ออกมาได้


Q

ในฐานะเหยื่อจากความรุนแรง คุณมองเห็นปัญหาของสังคมไทยเกี่ยวกับความรุนแรงในคู่รักอย่างไร และคิดว่าควรจะผลักดันอะไรบ้างที่ทำให้ปัญหานี้ลดลง

A

เรารู้สึกว่าคนที่ออกมาพูดเรื่องราวเกี่ยวกับความรุนแรงที่ตัวเองเจอ เขากล้าหาญมาก เพราะถ้าพูดตรงๆ สังคมไทยยังมีความคิดโทษเหยื่อจากความรุนแรงอยู่ เวลาเราเข้าไปอ่านคอมเมนต์ตามคอนเทนต์ที่เขาเรียกร้องสิทธิเรื่องเหล่านี้ ต้องมีคนมาเขียนว่า สมควรโดนแล้ว ที่ถูกทำร้ายแบบนั้นเพราะไปทำอะไรเขาก่อนหรือเปล่า หรือข้อความมากมายที่โทษคนโดนกระทำมากกว่าผู้กระทำ มันทำให้หลายคนไม่กล้าออกมาพูดเรื่องของตัวเอง เพราะกลัวคนไม่เชื่อ และผลักไปเป็นเรื่องส่วนตัวของคู่รัก

และหากประเทศจะให้ความสำคัญกับเรื่องความรุนแรงมากขึ้น เราอยากให้เวลานำเสนอข่าว เลิกเซนเซอร์หน้าผู้กระทำผิด เพราะเราไม่รู้เลยว่าหลังจากเราโดนแล้ว ใครจะโดนเหมือนเราอีกบ้าง ผู้กระทำความผิดบางคนเขาเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ เราพิสูจน์จากประสบการณ์ที่เราเจอมาแล้ว ดังนั้น ทางที่ดีควรให้ข้อมูลชัดๆ กับประชาชน พวกเราจะได้ป้องกันตัวเองเบื้องต้นได้ อีกอย่างการดำเนินคดีทางกฎหมายตอนนี้บางทีก็ช่วยอะไรเหยื่อไม่ได้เลยค่ะ เช่น ถ้าเราอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ซึ่งลึกมากๆ ไม่มีรถประจำทาง ไม่มีรถให้เราใช้ เราจะหนีออกไปแจ้งความ หรือขอความช่วยเหลือยังไง มันยากไปหมด โทรติดก็ยาก บางทีก็มาช้า หรือแม้แต่ไม่มาเลยก็มี

ดังนั้นควรมีศูนย์ช่วยเหลือโดยตรงสำหรับความรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะในหลากหลายพื้นที่ แล้วก็อยากให้เจ้าหน้าที่มีการปรับทัศนคติก่อนมาทำงานด้วย เพราะเราเห็นหลายครั้งที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้คู่รักดีกันมากกว่าช่วยให้เหยื่อออกมาจากตรงนั้นได้


Q

อยากฝากอะไรถึง Abuser ที่เรียกตัวเองว่า ‘แฟน’ แต่กระทำความรุนแรงต่อเหยื่อ

A

ไม่มีใครสมควรโดนทำร้าย ไม่มีใครเป็นสมบัติของใคร คนรักสมควรได้รับความรัก ความเข้าใจ ไม่ใช่ความรุนแรง หยุดเถอะนะคะ อย่าทำให้เขาเจ็บอีกเลย คุณกำลังสร้างปมใหญ่ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ในอนาคตคุณอาจจะจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่คนที่โดนกระทำ เขาไม่มีวันลืมค่ะ มันจะติดอยู่ในความทรงจำเขาไปตลอดชีวิต อย่าทำให้ชีวิตของใครต้องเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลย


Q

สุดท้ายกว่าจะผ่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย วันนี้ที่เข้มแข็งมากพอ ในขณะที่ยังมีหลายคนกำลังตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในคู่รักเหมือนคุณในอดีต อยากบอกอะไรพวกเขา

A

เราเข้าใจนะคะว่ามันยาก ไม่ว่าจะเป็นการออกมาจากจุดนั้น หรือการออกมาพูดเรื่องของตัวเอง แต่เราเชื่อว่าอย่างน้อยจะมีสักคนพร้อมอยู่ข้างๆ และพร้อมรับฟังคุณ คนที่ทำร้ายเรา เขาจะไม่เปลี่ยนไปแน่นอน เขาจะเชื่อไปตลอดว่าเราทนได้ และในวันที่เรารักเขามากๆ อยากให้บอกตัวเองเหมือนกันว่าคนที่กล้าทำร้ายเราคือคนที่ไม่ได้รักเราจริง 

ทุกคนเป็นคนเก่ง ไม่ว่าใครจะทำลายความมั่นใจของคุณยังไง คนที่สมควรได้รับความรักจากคุณมากที่สุด คือคนที่คุณเดินไปหน้ากระจกแล้วเจอเขา รักตัวเองให้มากๆ เราและใครหลายคนเชื่อว่าคุณจะผ่านพ้นมันไปได้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ.



Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

Yang Li หญิงจีนผู้ล้อเลียนผู้ชาย จนสร้างข้อถกเถียงได้ทั่วประเทศ

life

Yang Li หญิงจีนผู้ล้อเลียนผู้ชาย จนสร้างข้อถกเถียงได้ทั่วประเทศ

BY MIRROR TEAM 21 OCT 2021

MIRROR'sGuide