LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Gender-critical feminism ต่อสู้เพื่อผู้ที่ "เกิดเป็นหญิง" แต่กีดกันคนข้ามเพศ (!?)

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับเฟมินิสม์ที่หลายครั้งก็ดำเนินไปพร้อมกับการต่อสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ วันนี้เราจึงอยากชวนไปรู้จักอีกขั้วตรงข้าม นั่นคือ gender-critical feminism ที่ในการต่อสู้เพื่อคนกลุ่มหนึ่ง ก็กลับกีดกันคนอีกกลุ่มไปโดยปริยาย

กลุ่ม gender-critical มีหลักคิดว่า การขับเคลื่อนเพื่อผู้หญิงที่แท้จริงต้องต่อสู้กันบนพื้นฐานของเพศกำเนิด (Sex) เพราะผู้หญิงล้วนถูกกดทับจากการเกิดมามีร่างกายเป็นหญิง ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลี้ยงดูแบบผู้หญิง การถูกตัดสินด้วยสรีระที่เป็นหญิง เผชิญความเสี่ยงต่อการคุกคาม ข่มขืน รวมถึงการต้องทุกข์ทรมานกับประจำเดือน เต้านม จนถึงการคลอดลูก 

นั่นทำให้กลุ่ม gender-critical ไม่เชื่อในการต่อสู้บนพื้นฐานของ ‘gender’ หรือเพศสภาพ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นสิ่งที่ประกอบสร้างขึ้นมาในสังคมชายเป็นใหญ่ นั่นจึงทำให้การต่อสู้นี้ไม่นับรวมหญิงข้ามเพศเป็นผู้หญิง และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับข้อเรียกร้องของพวกเขา (หรือสำหรับ gender-critical บางคน บุคคลที่มีความหลากหลาย/ลื่นไหลทางเพศก็ด้วย)

วิธีคิดแบบ gender-critical จึงนับว่าเป็นภัยกับความก้าวหน้าเกี่ยวกับเพศอยู่ไม่น้อย และทำให้กลุ่มนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งนั่นคือ TERF ที่ย่อมาจาก Trans-Exclusionary Radical Feminist หรือเฟมินิสต์หัวรุนแรงที่กีดกันบุคคลข้ามเพศ 

อย่างไรก็ตาม ซูซานนา รัสติน (Susanna Rustin) นักข่าวจาก The Guardian ที่มองตัวเองเป็น gender-critical feminist เขียนอธิบายในบทความของเธอว่า กลุ่ม gender-critical ไม่ได้ต่อต้านบุคคลข้ามเพศ เพียงแต่ไม่สามารถละทิ้งการพูดถึงเพศกำเนิดได้ เนื่องจากเชื่อว่าหากสังคมขับเคลื่อนขบวนการเฟมินิสม์ผ่านมุมมองเพศสภาพสมัยใหม่ การพูดคุยเกี่ยวกับการกดขี่ผู้หญิงที่มีฐานมาจากเพศกำเนิดจะหายไป 

แต่ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนร่วมขบวนการ gender-critical บางคนก็มีวาทกรรมที่มองคนข้ามเพศอย่างสุดโต่ง เช่นมองว่าผู้หญิงข้ามเพศไม่ต่างอะไรกับ sexual predator หรือเป็นชายที่พยายามล่วงล้ำความปลอดภัยของผู้หญิง จากการเรียกร้องห้องน้ำแบบ gender neutral ที่ทุกเพศสามารถเข้าใช้ได้ทั้งหมด

หนึ่งในนักคิด gender-critical ที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง เจนิซ จี เรย์มอนด์ (Janice G. Raymond) กล่าวในหนังสือ The Transsexual Empire : The Making of a She-male ว่า “คนข้ามเพศทุกคนข่มขืนร่างผู้หญิงผ่านการลดรูปมันจากเพศหญิงจริงๆ ให้กลายเป็นเพียงของเทียม แล้วยึดร่างนั้นๆ ไว้เป็นของตัวเอง” ราวกับว่าผู้เขียนเชื่อว่ากลุ่มผู้หญิงข้ามเพศต้องการที่จะริบความเป็นหญิงออกจากมือของคนที่กำเนิดมามีอวัยวะเพศหญิง ซึ่งเป็นมุมมองที่ไม่ว่าจะมองจากทิศทางใดก็เป็นการกีดกันคนข้ามเพศอย่างรุนแรง 

และรายงานของเธอก็เคยถูกใช้อ้างอิงในการไม่บรรจุการผ่าตัดแปลงเพศให้เป็นส่วนหนึ่งของ health care ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1981 ทำให้คนที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ปลอดภัยได้ยากขึ้น ก่อนที่บทบัญญัตินี้จะถูกยกเลิกในปี 2014 แต่นั่นก็แสดงให้เห็นว่าวิธีคิดแบบนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้จริงและอันตรายด้วย

นั่นจึงทำให้แนวคิดของ gender-critical มีปัญหา อย่างหนึ่งคือ มันทำให้เราต้องเลือกระหว่างการเรียกร้องสิทธิสตรี และการเรียกร้องสิทธิคนข้ามเพศ ทั้งๆ ที่เราไม่จำเป็นต้องเลือกเลยด้วยซ้ำ เพราะคนที่ขับเคลื่อนมูฟเมนต์ที่เกี่ยวข้องกับเพศในปัจจุบัน ส่วนมากไม่ได้กล่าวว่าเพศกำเนิดเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ หรือ “พยายามแทนที่การถกเถียงเกี่ยวกับเพศกำเนิดด้วยเพศสภาพและอัตลักษณ์ทางเพศ” แต่แนวคิดการขับเคลื่อนเรื่องเพศในปัจจุบันนั้นพยายามมองหาหนทางการมองโลกของเพศให้กว้างขวาง และ inclusive มากขึ้นเสียมากกว่า

ประการถัดมา ลักษณะการกดขี่ที่ทั้งกลุ่มคนข้ามเพศและคนที่มีเพศกำเนิดเป็นผู้หญิงประสบนั้น แม้จะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็มีรูปแบบใกล้เคียงกัน และเกิดจากต้นตอเดียวกัน นั่นคือ การกดขี่เชิงระบบจากระบอบปิตาธิปไตย แล้วจะไม่ดีกว่าหรือหากทั้งสองกลุ่มสามารถร่วมมือในการต่อสู้ด้วยกัน แทนที่จะกีดกันและด้อยค่ากันและกัน?  

แนวทางการโต้เถียงของ gender-critical ผลักคนร่วมขบวนการออกทุกฝ่าย ด้วยฐานความเชื่อที่ว่า การเป็นผู้หญิงจำเป็นต้องผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตมากับร่างกายและอวัยวะเพศหญิง แต่ ณ ตอนนี้หลักคิดเพื่อความก้าวหน้าในปัจจุบันเชื่อว่าความเป็นหญิงนั้นมีมากกว่าเรื่องของชีววิทยาและอวัยวะเพศไปแล้ว

และแม้คนทุกกลุ่มไม่อาจรู้ว่าการเผชิญกับความเจ็บปวดของการมีอวัยวะเพศหญิงที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร เราเชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าอกเข้าใจ และสามารถร่วมมือกันในการจะเฉลิมฉลองมันได้โดยที่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องกันใครออกไป โดยเฉพาะในเวลาที่การร่วมมือท่ามกลางความแตกต่างคือหนทางสู่ความก้าวหน้าที่แท้จริงเช่นในเวลานี้

อ้างอิง : theguardian , theweek , transadvocate , humanrightspulse 

Related Stories

Maeve Wiley สาวแสบ เก๋า และห้าวหาญ แห่ง Sex Education

culture

Maeve Wiley สาวแสบ เก๋า และห้าวหาญ แห่ง Sex Education

BY MAN ON FILM 26 SEP 2021

MIRROR'sGuide