LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

‘ถ้วยอนามัย’ ไม่ง่าย แต่เชื่อว่าทุกคนจะทำได้ และจะเจอถ้วยที่ใช่ในที่สุด

ปั้น-ณพิช พลมณี คือคนที่เคยร้องไห้ในการลองใช้ถ้วยอนามัยเป็นครั้งแรก มาถึงตอนนี้เธอสามารถใส่และถอดได้อย่างคล่องแคล่ว เจอถ้วยอนามัยที่ใช่ หลังจากที่ลองมาหลายยี่ห้อ ใส่สบายจนบางครั้งลืมว่าใส่อยู่ ตัดปัญหาเรื่องเมนส์เลอะที่นอน ความระคายเคือง จนถึงปัญหาสุขภาพส่วนตัวที่เคยเกิดจากผ้าอนามัย แถมยังรู้สึกเป็นมิตรกับ ‘มิจิ’ ของตัวเองมากขึ้นด้วย 


เธอจึงตั้งใจสื่อสารอย่างจริงจัง เพื่อให้คำแนะนำสำหรับคนที่อยากลองใช้ถ้วยอนามัยให้สำเร็จ เราจึงชวนเธอมาพูดคุยสักเล็กน้อย ถึงคำถามเบสิกที่ควรรู้เมื่ออยากลองใช้ ก้าวผ่านความยากลำบากในช่วงสองสามเดือนแรกอย่างไร รวมถึงข้อดีของมัน (ทั้งสำหรับตัวเองและคนอื่น) ที่ทำให้คนที่ใช้ได้แล้วก็มักจะไม่กลับมาหาผ้าอนามัยอีก


Q

จุดเริ่มต้นในการใช้ถ้วยอนามัยคืออะไร

A

เราเป็นคนมีปัญหากับผ้าอนามัยมาตลอด เช่นความระคายเคืองหรือการเป็นแผลนิดๆ หน่อยๆ จากการเสียดสีของผ้าอนามัยตรงขาหนีบ นอกจากนี้ไม่ว่าจะใส่ผ้าอนามัยยาวแค่ไหนเวลานอนมันก็ยังเลอะอยู่ดี เคยนึกถึงแทมพอน (ผ้าอนามัยแบบสอด) พบว่ามันก็มีปัญหาคือพออยู่ข้างในนั้นมันก็ไม่ได้ดูดซับแค่เลือดประจำเดือน แต่ดูดซับของเหลวที่จำเป็นต้องมีไปด้วย เลยส่งผลให้มิจิแห้ง อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ 


เลยเริ่มมองว่าถ้วยอนามัยน่าสนใจ จากตอนนั้นถึงตอนนี้เรามีอยู่ 8 อันแล้ว เพราะเราอยากลองไปเรื่อยๆ บางคนก็งงว่ามีทำไมตั้ง 8 อัน ซึ่งถ้าให้แนะนำ เราว่ามีแค่อันเดียวหรือสองอันก็พอแล้วแหละ แต่เราแค่อยากลอง Explore ดู แล้วเราเป็นคนแพ้แพ็กเกจจิ้ง เห็นอะไรก็อยากซื้อไปหมด แต่ตอนนี้ไม่ซื้อแล้ว เพราะเราเจออันที่เราชอบแล้ว 



Q

จริงๆ แล้ว ถ้วยอนามัยมันใส่ยากไหม

A

สุดท้ายทุกคนจะเจอวิธีของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนจะถนัดไม่เหมือนกัน บางคนก็ถนัดท่ายกขาขึ้นข้างหนึ่ง หรือนั่งแบบสควอทแล้วสอดเข้าไปแนวตั้ง หรือหลายคนก็ใช้วิธีนั่งบนชักโครกแล้วสอดเข้าไปในแนวนอน สำหรับตัวถ้วยอนามัยเองเราสามารถพับได้หลายแบบ แล้วเวลาใส่เราก็สามารถหมุนมันนิดนึง หรือดันเข้าไปเพิ่มก็ได้ มันไม่มีสูตรสำเร็จสูตรเดียวสำหรับทุกคน อยู่ที่เราจะ Explore จนเจอวิธีที่ใช่




Q

ครั้งแรกที่เจ็บจนร้องไห้ เป็นเพราะอะไร

A

ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยใช้นิ้วสอดเข้าไปด้านในของตัวเองเลย ตอนนั้นที่ลองใช้ถ้วยอนามัยเลยเป็นการเอานิ้วเข้าไปครั้งแรก แล้วก็งงว่า เฮ้ย ทำไมข้างในมันเป็นแบบนี้ ทำไมมันเหมือนตันๆ เหมือนเจอก้อนอะไรสักอย่าง แล้วถ้วยจะเข้าไปยังไงวะ ตอนใส่ครั้งแรกมันคาอยู่อย่างนั้นแล้วมีตรงปลายโผล่ออกมา แล้วใช้ชีวิตไม่ได้ (หัวเราะ) จริงๆ มันต้องเข้าไปมิดเลย ไม่มีอะไรโผล่ออกมาเลย ก็พยายามกับมันอยู่นาน  


แล้วตอนถอดก็จินตนาการไม่ออกว่าจะเอาออกมายังไง ก็เลยใช้นิ้วคว้านดูแล้วเล็บเราก็ไปโดนข้างใน นั่นแหละที่ทำให้ร้องไห้ คือตัวถ้วยอนามัยไม่ได้สร้างความเจ็บนะ แต่เคสเราตอนครั้งแรกมันเจ็บเพราะเราไม่รู้ท่าที่ใช่นี่แหละ 



Q

จริงๆ แล้วต้องเอาออกยังไง

A

หลักการคือเมื่อเราพับก่อนเพื่อจะใส่เข้าไปข้างใน พอเราปล่อยให้มันคืนรูปเดิม ปากถ้วยจะยึดอยู่กับผนังช่องคลอดด้วยสุญญากาศ เวลาจะเอาออกเราเลยต้องบีบส่วนปลายถ้วยด้านล่างให้อากาศแทรกเข้าไป แล้วปากถ้วยจะคลายตัวออกจากช่องคลอด ก็ค่อยดึงออกมา ซึ่งทำให้ระดับความนิ่ม-ความแข็งของตัวถ้วยมันสำคัญ ถ้านิ่มเกินไป เราบีบตรงปลายยังไง ส่วนปากถ้วยก็จะคลายออกยากอยู่ดี แต่ถ้าแข็งเกินไป ตอนจะดึงออกส่วนขอบปากถ้วยก็อาจจะไปรั้งกับทางออก ก็ทำให้เจ็บได้ ดังนั้นต้องหาลักษณะถ้วยที่เข้ากับเราได้มากจริงๆ




Q

ส่วนตัวใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะใส่ได้คล่องแคล่ว

A

เราลองใช้ยี่ห้อสำหรับคนเริ่มต้นก่อน ก็ลองอยู่ประมาณ 3 รอบเดือนถึงจะคล่อง แล้วถึงไปเริ่มลองยี่ห้ออื่น ซึ่งเราไม่แนะนำให้ลองฝึกตอนไม่ได้มีเมนส์นะ เพราะเมนส์มันจะช่วยหล่อลื่นได้ประมาณหนึ่งทำให้ไม่เจ็บมาก แต่ถ้าลองฝึกตอนไม่มีเมนส์ของเหลวข้างในจะน้อยกว่ามันก็จะฝืดกว่า บางคนอาจจะเข็ดไปเลย 


ตอนฝึกใส่เดือนแรกมันคือความพิศวงจากการไม่รู้ว่าข้างในตัวเราเป็นยังไง เราควรเสียบนิ้วเข้าไปยังไง ใช้กี่นิ้ว และนึกภาพไม่ออกว่าถ้วยจะเข้าไปอยู่ในตัวเรายังไง พอเดือนที่สองเราเริ่มรู้แล้ว เพียงแต่เราต้องค้นหาท่าทางตอนใส่ที่สบายที่สุด เราลองวิธีพับหลายแบบ มีเกือบสิบแบบ เราก็ลองหมดนะ เพื่อจะรู้ว่าแบบไหนที่เข้าไปง่าย เข้าไปข้างในแล้วได้ผล พอดีกับมือเรา พอดีกับสรีระเรา เรื่องพวกนี้ต้องค้นหา เลยต้องใช้เวลาหน่อย




Q

ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน

A

ตอนนี้เราเจอถ้วยที่ไซส์พอดีแล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนระหว่างวันเลย แค่เปลี่ยนตอนอาบน้ำเช้าเย็นที่บ้านเท่านั้น เพราะจริงๆ เมนส์เราไม่ได้มาเยอะอย่างที่เราเข้าใจตอนที่ใส่ผ้าอนามัยนะ ด้วยความที่ในผ้าอนามัยมันจะมีตัวดูดซับที่มันจะพองตัวขึ้นเวลาเจอเมนส์ พอมาใช้ถ้วยแล้วรู้สึกว่าปริมาณมันไม่ได้ขนาดนั้นเลย จากที่คิดว่าตัวเองเมนส์มามาก แต่เอาจริงๆ เราเป็นคนเมนส์มากลางๆ ถ้วยขนาด 22 มิลลิลิตร ก็พอดีกับความจุที่เราต้องการแล้ว ถ้ามากกว่านี้อาจจะต้องใช้ 25 มิลลิลิตร แต่ถ้าคนมาน้อย 18 มิลลิลิตรก็เอาอยู่




Q

มีกรณีที่มันจะล้นออกมาไหม

A

ก็มี คือบางทีใส่ถ้วยอนามัยแล้วเราก็ลืมไปเลยว่าเราเป็นเมนส์อยู่จนลืมเปลี่ยน และด้วยความที่ไม่รู้สึกอะไรเลย เราจะรู้สึกอีกทีว่ามันเต็มก็ตอนที่มันไหลออกมาแล้ว เพราะขอบถ้วยมันจะมีรูเล็กๆ อยู่รอบๆ สำหรับระบายเวลาที่ถ้วยเต็ม


Q

หลายคนกังวลเรื่องความสะดวกสบายหรือเรื่องความสะอาดเวลาเปลี่ยน มันง่ายหรือยากลำบากยังไงบ้าง

A

สมมติเราอาบน้ำตอนเช้าแล้วจะใส่กลับเข้าไป เราก็ล้างที่อ่างล้างมือในห้องเรานี่แหละ หรือไม่ก็ใช้ที่ฉีดตูดล้าง เราใช้น้ำเปล่าล้างได้เลย ไม่ต้องใช้สบู่ และไม่จำเป็นต้องใช้ทิชชู่หรือทิชชู่เปียกมาเช็ดอีก เพราะส่วนตัวเรามีเป้าหมายว่าใช้มันแล้วเราก็อยากลดขยะ ถ้ายังใช้เหล่านั้นอยู่สุดท้ายมันก็ยังเป็นการสร้างขยะอยู่ดี



Q

ถ้ารอบเดือนหมดแล้ว จัดเก็บยังไง

A

ถ้ารอบเดือนหมดแล้วเราก็เอาถ้วยนี้ต้มในหม้อ 5 นาที แล้วเก็บไว้ในกล่องที่เขาให้มา พอจะเอามาใช้อีกทีก็เอาออกมาต้มใหม่ มีบางยี่ห้อที่เขามีเคสสำหรับใส่น้ำแล้วเข้าไมโครเวฟได้เลย ก็จะไม่ต้องใช้หม้อต้มที่คนร่วมบ้านอาจจะไม่สบายใจ หรือบางคนก็ใช้เครื่องสเตอริไลซ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กแล้วใส่ถ้วยอนามัยลงไปได้เลย มีหลายแบบให้เลือก



Q

 ถ้าต้องเปลี่ยนถ้วยอนามัยตอนอยู่นอกบ้าน มีความลำบากไหม

A

ปกติเราเปลี่ยนแต่ที่บ้าน แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ถ้าต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะก็ควรเป็นห้องที่มีสายฉีด เราจะพกแก้วน้ำพับได้ เอาน้ำใส่เข้าไปแล้วก็เขย่าๆ เพื่อล้างถ้วย แล้วก็เทน้ำนั้นทิ้ง ฉีดล้างถ้วยเพิ่มเติมแล้วค่อยใส่กลับเข้าไปใหม่ มันอาจจะมีไหลออกมาบ้างระหว่างเปลี่ยน แต่อยู่ในขั้นที่จัดการได้ มันไม่ได้สแปลชเลอะเทอะขนาดนั้น




Q

หลังใช้ถ้วยอนามัยแล้ว รู้สึกกับตัวเองเปลี่ยนไปมั้ย

A

เรารู้สึกเป็นมิตรกับร่างกายตัวเองมากขึ้น ไม่อายที่จะส่องกระจกดูว่าตรงนั้นของตัวเองเป็นยังไง แต่ก่อนรู้สึกว่าเราไม่ควรต้องไปยุ่งอะไรกับตรงนั้น แต่มาตอนนี้รู้สึกว่ามันก็คืออวัยวะหนึ่งของเรา อีกอย่างที่ดีขึ้นเลยคือสุขภาพ แต่ก่อนเราเคยมีปัญหาตกขาวมีกลิ่น ซึ่งน่าจะเกิดจากค่า ph ที่เปลี่ยนไปเพราะผ้าอนามัย พอมาตอนนี้ไม่มีปัญหานั้นอีกแล้ว 


แล้วเราเข้าใจผิดมาตลอดว่าเมนส์มีกลิ่นเหม็น แต่พอใช้ถ้วย ตอนถอดออกมาเราไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ยกเว้นว่าถ้าเอามาจ่อที่จมูก พอไปหาข้อมูลก็พบว่าที่มันเหม็นเพราะเลือดทำปฏิกิริยากับสำลี ตัวดูดซับ และอากาศ พอหมักหมมเป็นเวลานานเลยเกิดเป็นกลิ่นอับชื้นขึ้นมา  




Q

คนที่ไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อน จะใช้ยากไหม

A

 คิดว่าน่าจะยากอยู่ แต่เราก็เคยอ่านกระทู้ของคนที่ไม่เคยมีเซ็กซ์แล้วอยากใช้ถ้วยอนามัย เขาก็ฝึกใช้ได้สำเร็จนะ คือตัวถ้วยมันก็มีไซส์ที่ต่างกันออกไป มีบางยี่ห้อที่ทำไซส์ที่เล็กหน่อยสำหรับคนที่ยังไม่เคยมีเซ็กซ์ 


จริงๆ มันคือการทำความเข้าใจตรงนั้นของตัวเองนั่นแหละ บางคนไม่เคยมีเซ็กซ์แต่อาจจะเคยลองใช้นิ้วเข้าไปสำรวจ อย่างนั้นก็อาจจะง่ายขึ้นสำหรับเขาก็ได้ เพราะรู้ว่าข้างในเรามันเป็นแบบไหน ซึ่งมันจำเป็นต้องรู้หลบรู้หลีกหน่อย เคยเห็นคลิปฝรั่งบางคนที่ต่อเล็บยาวมากแต่เขาก็ใส่ถ้วยอนามัยได้ เพราะเขารู้จักสรีระของตัวเอง


หรือคนที่มีเซ็กซ์แล้วก็ตาม บางคนก็ยังกังวลว่ามันจะฝืด กลัวจะเจ็บ ไม่แน่ใจว่าเขานึกภาพจากตอนที่มีเซ็กซ์เวลาที่ไม่มีน้ำหล่อลื่นหรือเปล่า คือต้องบอกว่าพื้นผิวมันไม่เหมือนกันนะ มันถูกออกแบบมาให้ลื่นประมาณหนึ่ง แล้วเอาจริงๆ มันไม่ได้ใหญ่เลย ถ้าเทียบเรื่องขนาดแล้วจู๋ใหญ่กว่านะ (หัวเราะ) คือเรามองอาจคิดว่ามันใหญ่ แต่มันหยุ่นตัวได้ เข้าไปแล้วมันก็จะฟิตไปกับสรีระเราข้างใน แล้วก็อยู่ที่ไซส์ของมันด้วย หรือบางคนก็กังวลเรื่องตอนขับถ่าย ซึ่งมันไม่เกี่ยวเลย มันอยู่ในช่องคลอด เป็นคนละช่องทางกัน 



Q

สำหรับใครที่ยังไม่กล้าใช้ อยากให้ลองชักชวนเพิ่มอีกสักหน่อย

A

นอกจากข้อดีที่พูดไปแล้ว มันประหยัดด้วย ราคาถ้วยหนึ่งก็ราวๆ เกือบ 1 พัน แต่อายุการใช้งานมันได้เป็น 10 ปี ในระยะยาวจะราคาถูกกว่าการซื้อผ้าอนามัยทุกรอบเดือน ในกรณีที่บ้านเราไม่ได้มีสวัสดิการเรื่องนี้เนอะ ซึ่งจริงๆ มันควรเป็นของที่รัฐแจกฟรีด้วยซ้ำ 


และนอกจากเหตุผลเพื่อตัวเอง เราอาจมองเหตุผลเพื่อคนอื่นก็ได้ เราจะรบกวนคนอื่นน้อยลง เพราะขยะจากผ้าอนามัยพอไปถึงปลายทางแล้วมันจัดการยาก และมันไม่สามารถรีไซเคิลได้ มันคือพลาสติก สำลี สิ่งปนเปื้อน และหลายอย่าง มันไม่ต้องมีใครมาจัดการตรงนี้ให้เรา และอีกอย่างตอนนี้ผ้าอนามัยที่คนใช้ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ยังไม่ย่อยสลาย ก็น่าจะมีปริมาณเยอะมากพอแล้ว เราไม่ควรต้องเพิ่มขยะตรงนี้ไปอีก


ยิ่งกว่านั้นแบรนด์ถ้วยอนามัยเขาก็มักจะทำแคมเปญเพื่อสังคมกันอยู่แล้ว เขาก็รู้จักกลุ่มลูกค้าของเขา บางแบรนด์ก็จะแบ่งยอดขายส่วนหนึ่งไปช่วยผู้ยากไร้ หรือบางแบรนด์ก็จะบริจาคถ้วยแบบที่เราซื้อนี่แหละให้กับผู้หญิงในพื้นที่ขาดแคลน อะไรแบบนี้ ก็อาจทำให้บางคนสนใจได้มากขึ้นนะ 



Q

ให้กำลังใจคนที่ใส่ยังไงก็ใส่ไม่ได้สักหน่อย

A

เดือนแรกให้ถือว่าได้ลองทำความรู้จักตัวเอง มันอาจจะยังไม่สำเร็จหรอก เดือนที่สองเราค่อยลองใหม่ มันมีหลายสูตรให้เลือกสรร ถ้ากังวลเรื่องไหลเลอะ ลองใส่แผ่นแคร์ฟรีกันไว้ก็ได้ หรือบางคนอาจคิดว่าที่มันไหลออกมาแปลว่ามันเต็มแล้วเหรอ ซึ่งไม่ใช่เสมอไป บางทีมันอาจจะกางไม่หมด เลยมีช่องที่เลือดจะไหลออกมาได้ นั่นแปลว่าเราใส่ไม่สำเร็จ ก็ต้องลองใหม่ 


ถ้าใส่สำเร็จแล้วเรารับร้องว่าแห้งสบาย เหมือนไม่มีอะไรอยู่ในตัวเราเลย และสะอาด ไม่ต้องกังวลอะไรอีก เราจะใส่ชุดอะไรก็ได้ นอนแบบไม่ใส่กางเกงในก็ได้ หรือจะโยคะ ว่ายน้ำ ดำน้ำ ขี่ม้า เราทำได้หมดเลย แล้วมันจะมีถ้วยแบบที่ไม่มีก้าน ทำให้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ด้วย



Q

เท่าที่ดูแล้ว มองว่าแนวโน้มของคนไทยเกี่ยวกับถ้วยอนามัยเป็นยังไงบ้าง

A

มองว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเปิดใจกับมันด้วยความกลัวเป็นหลัก และเรายังมีความรู้เกี่ยวกับมันน้อย เอาจริงๆ ยังเคยเห็นบล็อกเกอร์คนหนึ่งที่แนะนำว่าเราต้องเหลือตรงปลายไว้ข้างนอกเพื่อให้เราดึงออกมาได้ง่ายอยู่เลย ซึ่งจริงๆ จุดประสงค์คือมันต้องใส่สบายเหมือนไม่มีอะไรอยู่ในร่างกาย การมีอะไรคาอยู่ตรงนั้นมันจะสบายได้ยังไง ดังนั้นเราเลยอยากสื่อสารเรื่องนี้ออกไปให้ได้มากที่สุด



Q

ทำไมคนส่วนใหญ่ยังมีมุมมองว่าเราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับอวัยวะเพศตัวเองมากนัก

A

บางคนอาจมีค่านิยมที่ว่าการสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับตรงนั้น มันเป็นเรื่องของคนหมกมุ่นหรือมีความต้องการทางเพศสูง ซึ่งจริงๆ ถึงจะหมกมุ่นหรือความต้องการสูงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดด้วยซ้ำนะ แต่เราดันมองมันเป็นภาพด้านลบ จนทำเราให้ไม่คิดจะใส่ใจกับอวัยวะเพศของตัวเอง บางทีมันเกิดปัญหาสุขภาพขึ้นมาถึงได้เริ่มใส่ใจ ทั้งที่ต่อให้ไม่ได้มีปัญหาอะไรเราก็ควรจะทำความรู้จักกับอวัยวะของตัวเองได้สิ พอลองใส่ถ้วยแล้วเราก็ได้ส่องกระจกเพื่อสำรวจตรงนั้นของตัวเอง เพื่อดูว่ารูเราอยู่ตรงนี้นะ ส่วนตรงนี้คือแคมนะ ตรงนี้คือคลิตอริส มันเหมือนปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวเองเหมือนกัน


เรื่องนึงที่ขำคือแม่ของเราเองเคยเข้าใจผิดว่าถ้วยอนามัยคือเซ็กซ์ทอย (หัวเราะ) ทั้งที่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความเสียวเลย ตอนใช้ก็ไม่ได้มีความรู้สึกแบบเซ็กชวลเลย เราว่ามันทำให้เราไม่ได้มองมิจิตัวเองเป็นพื้นที่สำหรับเซ็กซ์เท่านั้นด้วยแหละ


ใครสนใจอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ถ้วยอนามัย ติดตามได้ที่อินสตาแกรม napichp ทางไฮไลต์สตอรี่ หัวข้อ Menstrual cup








Related Stories

อิสรภาพและความเท่าเทียม 2 สิ่งสำคัญในความสัมพันธ์ที่เฮลธ์ตี้ ในมุมมองของ ไอติม พริษฐ์

videos

อิสรภาพและความเท่าเทียม 2 สิ่งสำคัญในความสัมพันธ์ที่เฮลธ์ตี้ ในมุมมองของ ไอติม พริษฐ์

BY MIRROR TEAM 27 SEP 2021

MIRROR'sGuide