bio | MIRROR Thailand
ไอเดียของ Live Music น่าจะเกิดขึ้นแทบจะทุกที่บนโลกแล้ว ตั้งแต่ในออฟฟิศ ยันในป่า และครั้งนี้รายการ Live Music สุดฮิตจะมีแผงผลไม้และตู้แช่ปลาสดเป็นแบ็กกราวด์! 

เพราะนี่คือ ‘Mercadito Concerts’ ซีรีส์ Live Music แบบใหม่ แบบสด จาก NPR Tiny Desk รายการทาง Youtube ส่วนหนึ่งของสำนักข่าว NPR อเมริกา ที่ชวนศิลปิน-นักร้องนักดนตรีแบบไม่สนว่าเบอร์เล็กเบอร์ใหญ่มาเล่นดนตรี Live Music ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2008 จนถึงตอนนี้ก็เข้าปีที่ 17 แล้ว 

ซีรีส์นี้เกิดมาจากไอเดียของ José Luis Aguilar Garcia ทายาทกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นชื่อ Fiesta Fresh Market & Carniceria ในเมืองนิวคาสเซิล รัฐเดลาแวร์ ที่คิดจะทำโชว์เล็กๆ เล่นกันแบบง่ายๆ ในซูเปอร์ฯ เพราะรู้สึกว่า ‘ดนตรี’ กับ ‘อาหาร’ มักเป็นอะไรที่ดึงผู้คนเข้าหากันได้เสมอ เขาเลยอยากจะทำอะไรบางอย่างที่ดึงเอาผู้คนที่รักทั้ง 2 สิ่งนี้ให้มาเจอกัน

José Luis Aguilar Garcia เคยมีโอกาสได้มาชม Live Music ในรายการ NPR Tiny Desk ที่วอชิงตัน ดีซี ด้วยตัวเอง เมื่อราวๆ 2-3 ปีก่อน และหลังจากนั้นวง Dariell Cano ซึ่งเป็นวงดูโอ้เม็กซิกัน-อเมริกันที่ร้องเพลงเป็นภาษาพื้นเมือง มีโอกาสเดินทางมาพักที่เดลาแวร์ José Luis Aguilar Garcia จึงชวนทั้งวงให้มาเล่นในซูเปอร์ฯ ของเขา พร้อมกับให้แต่งตัวเหมือนกับเป็นพนักงานคนหนึ่ง และเมื่อ Live ของพวกเขาครั้งนั้นถูกโพสต์ออกไป มันก็กลายเป็นไวรัลในโซเชียลฯ และเกิดเป็น Live Music ในซุปเปอร์อย่างที่เห็น

José Luis Aguilar Garcia ผู้ซึ่งเป็นชาวเมือง Puebla จากเม็กซิโกแท้ๆ บอกว่า พ่อของเขามีประสบการณ์ทำงานในซุปเปอร์ฯ มากว่า 20 ปี ก่อนจะมาเปิดกิจการเป็นของตัวเองเมื่อปี 2019 และเมื่อปีที่แล้ว เขาก็สานต่อกิจการของครอบครัวในฐานะทายาทวัย 28 เขาตั้งใจอยากใช้พื้นที่ของเขาช่วยสนับสนุนศิลปินเม็กซิกันรุ่นใหม่ที่อาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จัก ไม่ได้มีชื่อเสียง ได้ปล่อยของกันอย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจเหมือนเป็น ‘บ้าน’ ของพวกเขาเอง 

ส่วนผลพลอยได้ก็คือ หาก Live Music ซีรีส์นี้ไปได้สวย มันอาจช่วยดึงคนเข้ามาท่องเที่ยว และจับจ่ายซื้อของในเมืองนิวคาสเซิลได้ไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกันมันก็อาจเป็นการช่วยทำให้คนรู้จักวัฒนธรรมดนตรีของ เม็กซิกันมากขึ้นด้วย 

#npr #nprtinydesk #music #MIIRRORThailand

ไอเดียของ Live Music น่าจะเกิดขึ้นแทบจะทุกที่บนโลกแล้ว ตั้งแต่ในออฟฟิศ ยันในป่า และครั้งนี้รายการ Live Music สุดฮิตจะมีแผงผลไม้และตู้แช่ปลาสดเป็นแบ็กกราวด์! เพราะนี่คือ ‘Mercadito Concerts’ ซีรีส์ Live Music แบบใหม่ แบบสด จาก NPR Tiny Desk รายการทาง Youtube ส่วนหนึ่งของสำนักข่าว NPR อเมริกา ที่ชวนศิลปิน-นักร้องนักดนตรีแบบไม่สนว่าเบอร์เล็กเบอร์ใหญ่มาเล่นดนตรี Live Music ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2008 จนถึงตอนนี้ก็เข้าปีที่ 17 แล้ว ซีรีส์นี้เกิดมาจากไอเดียของ José Luis Aguilar Garcia ทายาทกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นชื่อ Fiesta Fresh Market & Carniceria ในเมืองนิวคาสเซิล รัฐเดลาแวร์ ที่คิดจะทำโชว์เล็กๆ เล่นกันแบบง่ายๆ ในซูเปอร์ฯ เพราะรู้สึกว่า ‘ดนตรี’ กับ ‘อาหาร’ มักเป็นอะไรที่ดึงผู้คนเข้าหากันได้เสมอ เขาเลยอยากจะทำอะไรบางอย่างที่ดึงเอาผู้คนที่รักทั้ง 2 สิ่งนี้ให้มาเจอกัน José Luis Aguilar Garcia เคยมีโอกาสได้มาชม Live Music ในรายการ NPR Tiny Desk ที่วอชิงตัน ดีซี ด้วยตัวเอง เมื่อราวๆ 2-3 ปีก่อน และหลังจากนั้นวง Dariell Cano ซึ่งเป็นวงดูโอ้เม็กซิกัน-อเมริกันที่ร้องเพลงเป็นภาษาพื้นเมือง มีโอกาสเดินทางมาพักที่เดลาแวร์ José Luis Aguilar Garcia จึงชวนทั้งวงให้มาเล่นในซูเปอร์ฯ ของเขา พร้อมกับให้แต่งตัวเหมือนกับเป็นพนักงานคนหนึ่ง และเมื่อ Live ของพวกเขาครั้งนั้นถูกโพสต์ออกไป มันก็กลายเป็นไวรัลในโซเชียลฯ และเกิดเป็น Live Music ในซุปเปอร์อย่างที่เห็น José Luis Aguilar Garcia ผู้ซึ่งเป็นชาวเมือง Puebla จากเม็กซิโกแท้ๆ บอกว่า พ่อของเขามีประสบการณ์ทำงานในซุปเปอร์ฯ มากว่า 20 ปี ก่อนจะมาเปิดกิจการเป็นของตัวเองเมื่อปี 2019 และเมื่อปีที่แล้ว เขาก็สานต่อกิจการของครอบครัวในฐานะทายาทวัย 28 เขาตั้งใจอยากใช้พื้นที่ของเขาช่วยสนับสนุนศิลปินเม็กซิกันรุ่นใหม่ที่อาจจะยังไม่ได้เป็นที่รู้จัก ไม่ได้มีชื่อเสียง ได้ปล่อยของกันอย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจเหมือนเป็น ‘บ้าน’ ของพวกเขาเอง ส่วนผลพลอยได้ก็คือ หาก Live Music ซีรีส์นี้ไปได้สวย มันอาจช่วยดึงคนเข้ามาท่องเที่ยว และจับจ่ายซื้อของในเมืองนิวคาสเซิลได้ไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกันมันก็อาจเป็นการช่วยทำให้คนรู้จักวัฒนธรรมดนตรีของ เม็กซิกันมากขึ้นด้วย #npr #nprtinydesk #music #MIIRRORThailand

ขณะที่ผู้ชายหลายคนสามารถจัดการตัวเองได้ เมื่อทักไปจีบใครสักคนหนึ่งแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของโลกและไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่ในกรณีนี้ ดูจะไม่ใช่อย่างนั้น

ใครที่ได้อ่านแชทซึ่งชายคนหนึ่งนามว่านาย ‘ยศกร’ ได้ส่งไปเพื่อคุกคามจิตใจของ ‘น้องทับทิม’ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้พิการตั้งแต่กำเนิด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี น่าจะรู้สึกเจ็บแค้นแทนไม่ต่างจากพ่อของน้องทับทิม เนื่องจากนายยศกรตั้งใจหยิบเอาความพิการของน้องทับทิมมาจี้จุดเพื่อสร้างบาดแผลให้กับเธอ โดยมีจุดเริ่มต้นเพียงเพราะ ‘จีบไม่ติด’ ซึ่งนับเป็นการกระทำที่บิดเบี้ยวและสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษที่มีในตัวนายยศกร

ข้อความของนายยศกรต้องการย้ำปมและทำลาย Self-Esteem ของน้องโดยตรง ทั้งยังนำคลิปน้องไปเผยแพร่ตามกลุ่มต่างๆ จนตัวน้องรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดพ่อของน้องทับทิมจึงบอกให้เธออันบล็อกเพื่อเก็บหลักฐาน และตั้งใจเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ขณะที่ทางด้านนายยศกรได้กล่าวในรายการยูทูบ ‘ปดทอล์ค’ ว่าที่ทำไปนั้นเพียงเพื่อ “ปั่นเฉยๆ” ทั้งยังกล่าวอีกว่า “ไม่เคยเห็นคนแขนขาด เลยอยากลองแกล้งดู” และตอบกลับพ่อของน้องทับทิมที่โฟนอินเข้ามาในรายการว่า “โม้”

ทั้งหมดนี้ ชวนให้เห็นถึงความเป็นชายที่เปราะบาง (Fragile Masculinity) และความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) ในตัวนายยศกร ที่เกิดอาการรับไม่ได้ที่ตนไม่ได้รับความสนใจ จึงเปลี่ยนความผิดหวังในตัวเองเป็นความโกรธแค้นอีกฝ่ายแทน โดยผู้ชายส่วนหนึ่งที่มีลักษณะเหล่านี้ อาจรู้สึกโกรธแค้นเมื่อถูกคนที่เขาคิดว่า ‘ด้อยกว่า’ ปฏิเสธ และน้องทับทิมซึ่งเป็นผู้หญิงพิการ จึงกลายเป็นเป้าโจมตี เพื่อให้เขาได้รู้สึกมีอำนาจเหนือกว่าอีกครั้ง เพราะสามารถบูลลี่และสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอได้ 

ที่สุดแล้ว กรณีนี้จึงน่าจะช่วยย้ำเตือนเราได้ว่า โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่สำหรับระบายความไม่มั่นใจหรือความผิดหวังในตัวเองด้วยการบ่อนทำลายชีวิตใคร

อ่านเนื้อหาในรูปแบบเว็บไซต์ได้ที่ลิงค์หน้า bio

#MIRRORThailand #น้องทับทิม #ยศกร #ความเป็นชายที่เปราะบาง

.
.
.

https://mirrorthailand.com/movinon/socialissues/103031

ขณะที่ผู้ชายหลายคนสามารถจัดการตัวเองได้ เมื่อทักไปจีบใครสักคนหนึ่งแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ เพราะนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของโลกและไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่ในกรณีนี้ ดูจะไม่ใช่อย่างนั้น ใครที่ได้อ่านแชทซึ่งชายคนหนึ่งนามว่านาย ‘ยศกร’ ได้ส่งไปเพื่อคุกคามจิตใจของ ‘น้องทับทิม’ อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นผู้พิการตั้งแต่กำเนิด เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี น่าจะรู้สึกเจ็บแค้นแทนไม่ต่างจากพ่อของน้องทับทิม เนื่องจากนายยศกรตั้งใจหยิบเอาความพิการของน้องทับทิมมาจี้จุดเพื่อสร้างบาดแผลให้กับเธอ โดยมีจุดเริ่มต้นเพียงเพราะ ‘จีบไม่ติด’ ซึ่งนับเป็นการกระทำที่บิดเบี้ยวและสะท้อนความเป็นชายที่เปราะบางและเป็นพิษที่มีในตัวนายยศกร ข้อความของนายยศกรต้องการย้ำปมและทำลาย Self-Esteem ของน้องโดยตรง ทั้งยังนำคลิปน้องไปเผยแพร่ตามกลุ่มต่างๆ จนตัวน้องรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดพ่อของน้องทับทิมจึงบอกให้เธออันบล็อกเพื่อเก็บหลักฐาน และตั้งใจเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะที่ทางด้านนายยศกรได้กล่าวในรายการยูทูบ ‘ปดทอล์ค’ ว่าที่ทำไปนั้นเพียงเพื่อ “ปั่นเฉยๆ” ทั้งยังกล่าวอีกว่า “ไม่เคยเห็นคนแขนขาด เลยอยากลองแกล้งดู” และตอบกลับพ่อของน้องทับทิมที่โฟนอินเข้ามาในรายการว่า “โม้” ทั้งหมดนี้ ชวนให้เห็นถึงความเป็นชายที่เปราะบาง (Fragile Masculinity) และความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) ในตัวนายยศกร ที่เกิดอาการรับไม่ได้ที่ตนไม่ได้รับความสนใจ จึงเปลี่ยนความผิดหวังในตัวเองเป็นความโกรธแค้นอีกฝ่ายแทน โดยผู้ชายส่วนหนึ่งที่มีลักษณะเหล่านี้ อาจรู้สึกโกรธแค้นเมื่อถูกคนที่เขาคิดว่า ‘ด้อยกว่า’ ปฏิเสธ และน้องทับทิมซึ่งเป็นผู้หญิงพิการ จึงกลายเป็นเป้าโจมตี เพื่อให้เขาได้รู้สึกมีอำนาจเหนือกว่าอีกครั้ง เพราะสามารถบูลลี่และสร้างความเจ็บปวดให้กับเธอได้ ที่สุดแล้ว กรณีนี้จึงน่าจะช่วยย้ำเตือนเราได้ว่า โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่สำหรับระบายความไม่มั่นใจหรือความผิดหวังในตัวเองด้วยการบ่อนทำลายชีวิตใคร อ่านเนื้อหาในรูปแบบเว็บไซต์ได้ที่ลิงค์หน้า bio #MIRRORThailand #น้องทับทิม #ยศกร #ความเป็นชายที่เปราะบาง . . . https://mirrorthailand.com/movinon/socialissues/103031

Narcissist ควรคบต่อหรือพอแค่นี้
ในความสัมพันธ์ที่ท็อกซิกหลายคนมักจะโยนคำถามสุดท้ายให้ผู้เชี่ยวชาญว่า ควรเลิกไหม หรือ ควรไปต่อหรือเปล่า ชวนรับฟังว่าทำไมคนตัดสินใจถึงต้องเป็นคุณ ไม่ใช่นักจิตวิทยา
.
วันนี้ Mirror Thailand และ แน็ต ภัคค์ทินัน นิโคลส์ นักจิตวิทยา นักบำบัดสุราและยาเสพติด จะมาชวนคุณเช็กความรู้สึกตัวเอง และเรียนรู้เทคนิคการรับมือที่จะช่วยรักษาใจเราให้แข็งแรงขึ้น
.
หมายเหตุ: คลิปวิดีโอนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายลักษณะของบุคลิกภาพแบบ Narcissist เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพทางจิตวิทยาไม่ใช่การแบ่งแยกแบบขาวดำ 100% แต่เป็นสเปกตรัมที่มีหลากหลายระดับ จึงควรระมัดระวังในการนำไปใช้ตีตราตนเองหรือผู้อื่น 
หากกำลังเผชิญปัญหาด้านจิตใจ ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม เนื่องจากข้อมูลในคลิปนี้ไม่สามารถทดแทนคำวินิจฉัยของจิตแพทย์และนักจิตวิทยาได้
.
#Narcissist #WomenHealth #WellnessJourney #MirrorThailand #Self

Narcissist ควรคบต่อหรือพอแค่นี้ ในความสัมพันธ์ที่ท็อกซิกหลายคนมักจะโยนคำถามสุดท้ายให้ผู้เชี่ยวชาญว่า ควรเลิกไหม หรือ ควรไปต่อหรือเปล่า ชวนรับฟังว่าทำไมคนตัดสินใจถึงต้องเป็นคุณ ไม่ใช่นักจิตวิทยา . วันนี้ Mirror Thailand และ แน็ต ภัคค์ทินัน นิโคลส์ นักจิตวิทยา นักบำบัดสุราและยาเสพติด จะมาชวนคุณเช็กความรู้สึกตัวเอง และเรียนรู้เทคนิคการรับมือที่จะช่วยรักษาใจเราให้แข็งแรงขึ้น . หมายเหตุ: คลิปวิดีโอนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายลักษณะของบุคลิกภาพแบบ Narcissist เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพทางจิตวิทยาไม่ใช่การแบ่งแยกแบบขาวดำ 100% แต่เป็นสเปกตรัมที่มีหลากหลายระดับ จึงควรระมัดระวังในการนำไปใช้ตีตราตนเองหรือผู้อื่น หากกำลังเผชิญปัญหาด้านจิตใจ ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม เนื่องจากข้อมูลในคลิปนี้ไม่สามารถทดแทนคำวินิจฉัยของจิตแพทย์และนักจิตวิทยาได้ . #Narcissist #WomenHealth #WellnessJourney #MirrorThailand #Self

หากถามถึงเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากมีลูก สำหรับผู้หญิงจำนวนหนึ่ง คำตอบคงมีนานัปการ ตั้งแต่เรื่องเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจและสังคมโลก 

และแม้การตัดสินใจจะมีลูกหรือไม่นั้นเป็นสิทธิของเจ้าของร่างกายนั้นๆ 100% แต่ในมุมมองของรัฐ การคลอดบุตรได้กลายเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะไม่มีลูกกันมากขึ้นจนทำให้อัตราการเกิดในหลายๆ ประเทศต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งรัสเซียเป็นอีกประเทศที่ต้องการผลักดันให้การตั้งครรภ์เป็นบรรทัดฐานทางสังคมมากกว่าที่จะเป็นทางเลือกส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว 

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขรัสเซียจะกระตุ้นให้แพทย์ที่ตรวจสุขภาพของผู้หญิง ส่งตัวผู้หญิงที่ระบุว่าไม่อยากมีลูกหรือไม่ได้มีแผนในการมีลูกไปหานักจิตวิทยาเพื่อ ‘สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการมีลูก’ 

ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัจจัยต่างๆ ในชีวิตผู้หญิงคนนั้นๆ ยังคงเหมือนเดิม สังคมและเศรษฐกิจยังคงเหมือนเดิม ลำพังการปรับทัศนคติ อาจไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากการสร้างความกดดันเพิ่มให้ผู้หญิงเท่านั้น

วิธีการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญในการเพิ่มอัตราการเกิดเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตประชากรที่กำลังดำเนินอยู่ของรัสเซีย ซึ่งมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำร่วมกับการลดลงของประชากรตามธรรมชาติ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ชายที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงกับสงครามในยูเครน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Rosstat) คาดการณ์ตามสมมติฐานพื้นฐานว่า ประชากรของรัสเซียจะลดลงจากประมาณ 146 ล้านคน เหลือต่ำกว่า 138.8 ล้านคนภายในปี 2046

และไม่เพียงแต่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีลูก มีการเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐสำหรับการเลี้ยงดูบุตรรัฐบาลยังพยายามทำให้การเข้าถึงการทำแท้งทำได้ยากขึ้นอีก มีความเข้มงวดในการเข้าถึงการทำแท้งและการให้คำปรึกษาก่อนการทำแท้ง ตลอดจนการส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่า ‘ค่านิยมการสร้างครอบครัวแบบดั้งเดิม’ พร้อมกับจำกัดการแสดงออกเรื่อง ‘การไม่มีลูก’ (child-free) ไปจนถึงกลุ่ม LGBTQ+ เรียกได้ว่าแคมเปญนี้กระทบต่อเสรีภาพของผู้คนมากมาย

ท้ายที่สุดแล้ว การพยายามแก้ปัญหาประชากรด้วยการกดทับสิทธิเสรีภาพและบีบบังคับทางจิตวิทยา จึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในจิตใจของผู้หญิง ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง

#MIRRORThailand #รัสเซีย #ChildFree

หากถามถึงเหตุผลที่ทำให้ไม่อยากมีลูก สำหรับผู้หญิงจำนวนหนึ่ง คำตอบคงมีนานัปการ ตั้งแต่เรื่องเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจและสังคมโลก และแม้การตัดสินใจจะมีลูกหรือไม่นั้นเป็นสิทธิของเจ้าของร่างกายนั้นๆ 100% แต่ในมุมมองของรัฐ การคลอดบุตรได้กลายเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะไม่มีลูกกันมากขึ้นจนทำให้อัตราการเกิดในหลายๆ ประเทศต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งรัสเซียเป็นอีกประเทศที่ต้องการผลักดันให้การตั้งครรภ์เป็นบรรทัดฐานทางสังคมมากกว่าที่จะเป็นทางเลือกส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขรัสเซียจะกระตุ้นให้แพทย์ที่ตรวจสุขภาพของผู้หญิง ส่งตัวผู้หญิงที่ระบุว่าไม่อยากมีลูกหรือไม่ได้มีแผนในการมีลูกไปหานักจิตวิทยาเพื่อ ‘สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการมีลูก’ ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัจจัยต่างๆ ในชีวิตผู้หญิงคนนั้นๆ ยังคงเหมือนเดิม สังคมและเศรษฐกิจยังคงเหมือนเดิม ลำพังการปรับทัศนคติ อาจไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากการสร้างความกดดันเพิ่มให้ผู้หญิงเท่านั้น วิธีการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญในการเพิ่มอัตราการเกิดเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตประชากรที่กำลังดำเนินอยู่ของรัสเซีย ซึ่งมาจากอัตราการเกิดที่ต่ำร่วมกับการลดลงของประชากรตามธรรมชาติ และอัตราการเสียชีวิตของผู้ชายที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมีความเชื่อมโยงกับสงครามในยูเครน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (Rosstat) คาดการณ์ตามสมมติฐานพื้นฐานว่า ประชากรของรัสเซียจะลดลงจากประมาณ 146 ล้านคน เหลือต่ำกว่า 138.8 ล้านคนภายในปี 2046 และไม่เพียงแต่สนับสนุนให้ผู้หญิงมีลูก มีการเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐสำหรับการเลี้ยงดูบุตรรัฐบาลยังพยายามทำให้การเข้าถึงการทำแท้งทำได้ยากขึ้นอีก มีความเข้มงวดในการเข้าถึงการทำแท้งและการให้คำปรึกษาก่อนการทำแท้ง ตลอดจนการส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่า ‘ค่านิยมการสร้างครอบครัวแบบดั้งเดิม’ พร้อมกับจำกัดการแสดงออกเรื่อง ‘การไม่มีลูก’ (child-free) ไปจนถึงกลุ่ม LGBTQ+ เรียกได้ว่าแคมเปญนี้กระทบต่อเสรีภาพของผู้คนมากมาย ท้ายที่สุดแล้ว การพยายามแก้ปัญหาประชากรด้วยการกดทับสิทธิเสรีภาพและบีบบังคับทางจิตวิทยา จึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในจิตใจของผู้หญิง ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง #MIRRORThailand #รัสเซีย #ChildFree

“ถ้าคุณรักคนคนหนึ่งมากๆ การที่เขาเดินจากไป เขาได้เลือกแล้วว่าเส้นทางนั้นมันดีกับตัวเขา มันทำให้เขาเป็นสุข และถ้าเรารักเขามากพอ เราก็คงอยากให้เขาเป็นสุขไม่ใช่เหรอ?”
.
รับฟังความคิดเห็นของ ศ.ดร. ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักความสัมพันธ์ กับคำแนะนำเมื่อต้องเผชิญกับการจากลา เพราะยิ่งยึดเยื้อ ยิ่งไม่ยอมให้ไป คนที่เจ็บที่สุดอาจเป็นตัวเราเอง ลองรวบรวมสติและกำลังทั้งหมดที่มี กลับมากอบกู้ใจตัวเอง และยอมรับความจริงที่ว่า ‘ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป’ เพื่อให้เราก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง
.
รับชมวิดีโอซีรีส์ทั้งหมดของ Modern Relationship ได้ทาง Youtube : MIRROR THAILAND
.
#MIRRORThailand #MODERNRELATIONSHIP #เมื่อความรักต้องเรียนรู้ #ความสัมพันธ์ #อยากมีแฟน

“ถ้าคุณรักคนคนหนึ่งมากๆ การที่เขาเดินจากไป เขาได้เลือกแล้วว่าเส้นทางนั้นมันดีกับตัวเขา มันทำให้เขาเป็นสุข และถ้าเรารักเขามากพอ เราก็คงอยากให้เขาเป็นสุขไม่ใช่เหรอ?” . รับฟังความคิดเห็นของ ศ.ดร. ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักความสัมพันธ์ กับคำแนะนำเมื่อต้องเผชิญกับการจากลา เพราะยิ่งยึดเยื้อ ยิ่งไม่ยอมให้ไป คนที่เจ็บที่สุดอาจเป็นตัวเราเอง ลองรวบรวมสติและกำลังทั้งหมดที่มี กลับมากอบกู้ใจตัวเอง และยอมรับความจริงที่ว่า ‘ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป’ เพื่อให้เราก้าวต่อไปได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง . รับชมวิดีโอซีรีส์ทั้งหมดของ Modern Relationship ได้ทาง Youtube : MIRROR THAILAND . #MIRRORThailand #MODERNRELATIONSHIP #เมื่อความรักต้องเรียนรู้ #ความสัมพันธ์ #อยากมีแฟน

“ตอนอ้วนก็โดนด่า พอผอมก็โดนด่า... สุดท้ายเลยรู้สึกว่า เป็นในแบบที่เราอยากเป็นดีกว่า” 
. 
จากจุดเปลี่ยนในวันที่น้ำหนักแตะ 90 กิโลกรัม จนร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องปฏิวัติตัวเอง สู่บทเรียนการรับมือกับ Body Shaming ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทางไหนก็หนีไม่พ้นคำตัดสิน 
.
‘URBOYTJ’ แชร์วิธีคิดที่ทำให้ชีวิตเบาลง คือการเลือก ‘ช่างแม่ง’ กับคำพูดคนที่ไม่รู้จัก แล้วหันมาโฟกัสที่การดูแลร่างกายและสุขภาพจิตของตัวเอง เพราะความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นตัวเอง Healthy ในเวอร์ชันที่เราพอใจที่สุด 
. 
รับชม ‘URBOYTJ’ ใน FIVE ME EP.30 ฉบับเต็มได้ทาง YouTube : Mirror Thailand 
. 
#URBOYTJ #FIVEMExURBOYTJ #FIVEME #MIRRORThailand

“ตอนอ้วนก็โดนด่า พอผอมก็โดนด่า... สุดท้ายเลยรู้สึกว่า เป็นในแบบที่เราอยากเป็นดีกว่า” . จากจุดเปลี่ยนในวันที่น้ำหนักแตะ 90 กิโลกรัม จนร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องปฏิวัติตัวเอง สู่บทเรียนการรับมือกับ Body Shaming ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปทางไหนก็หนีไม่พ้นคำตัดสิน . ‘URBOYTJ’ แชร์วิธีคิดที่ทำให้ชีวิตเบาลง คือการเลือก ‘ช่างแม่ง’ กับคำพูดคนที่ไม่รู้จัก แล้วหันมาโฟกัสที่การดูแลร่างกายและสุขภาพจิตของตัวเอง เพราะความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นตัวเอง Healthy ในเวอร์ชันที่เราพอใจที่สุด . รับชม ‘URBOYTJ’ ใน FIVE ME EP.30 ฉบับเต็มได้ทาง YouTube : Mirror Thailand . #URBOYTJ #FIVEMExURBOYTJ #FIVEME #MIRRORThailand

หน้าฟีดโซเชียลฯ เรียกได้ว่าครึกครื้นไปด้วยผู้คนที่ออกไปถ่ายรูปกับ ‘ดอกบัว’ ในแง่หนึ่งนี่ถือเป็นโมเมนต์น่าปลื้มใจไม่น้อย ที่เราได้เห็นเหล่าคนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยที่ถูกปรับและนำเสนอให้เข้ากับยุคสมัยของพวกเขา และทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้

เมื่อดอกบัวกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมี aesthetic บนภาพถ่าย และหลายคนก็พามันไปถ่ายรูปในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะวัดวาอาราม ตามท้องถนน ตรอกซอกซอย สะพาน จนถึงสวนสาธารณะ และพร้อมใจกันใส่แผ่นเสียงเพลงไทยต่างๆ ไปจนถึงเพลงลูกกรุง ก็ยิ่งทำให้ภาพความเป็นไทย ทั้งดอกไม้ไทย เพลงไทย และสถานที่ต่างๆ ของไทยถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ ดูเท่ ดูชิก ดูไม่เชย ซึ่งจะบอกว่ามันได้กลายเป็นพลังอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมองเห็นความสวยงามของความเป็นไทยมากขึ้นก็คงไม่ผิด

ทว่าอีกด้านบนโซเชียลฯ ก็มีการตั้งคำถามเมื่อปรากฏภาพดอกบัวที่ถูกทิ้งมากมายในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าดอกไม้จะยังสวยงามอยู่ก็ตาม ทำให้เกิดความคิดเห็นมากมายที่อยากให้คนให้คุณค่ามันมากกว่านี้ บ้างก็กังวลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะหากว่ากันตามตรงแล้ว แม้ดอกไม้จะเป็นขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่ก็ยังใช้เวลาในการย่อยสลาย ซึ่งระหว่างทางนั้นอาจทำให้เกิดก๊าซมีเทน ที่เป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก 

ถ้าพูดถึงความกังวลเรื่องขยะจากดอกไม้ นี่ก็อาจไม่ต่างจากดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่ถูกใช้แล้วทิ้ง เช่น ดอกไม้ที่ถูกใช้ในงานแต่งงาน ไปจนถึงดอกไม้ที่ใช้ทำพวงหรีด ซึ่งก็ดูเหมือนจะถูกใช้ในปริมาณมากกว่าดอกบัวที่เราเห็นตอนนี้เสียด้วยซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการรณรงค์ต่างๆ ตั้งแต่กระทงที่คนมองเห็นปัญหาขยะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หรือดอกไม้รับปริญญาที่บางคนเลือกที่จะไม่รับแล้ว กระทั่งพวงหรีดทางเลือกที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์หลังงานจบ เป็นต้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจดอกไม้จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะนั่นก็เป็นแหล่งรายได้ของพ่อค้าแม่ค้าที่สำคัญต่อปากท้อง แต่สิ่งที่เราอยากมุ่งเน้นให้คิดตาม คือการใช้ดอกไม้นั้นๆ อย่างมีประโยชน์มากขึ้น และให้ความสำคัญต่อการจัดการมันมากขึ้น 

🪷นำไปทำปุ๋ยที่ใช้ได้จริง หรือถ้าไม่อยากใช้เอง แค่คัดแยกขยะให้ถูก ก็เป็นประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่นำไปส่งต่อในโรงปุ๋ยแล้ว

🪷ถ่ายรูปเสร็จสามารถนำไปไหว้พระต่อได้ 

🪷กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะแทบทุกส่วนของบัวนั้นมีสรรพคุณสุดเริ่ด

🪷จนถึงกลายเป็นงานศิลปะต่างๆ ได้ด้วย!

มีอะไรน่าสนใจบ้าง อ่านต่อที่ลิ้งก์หน้า bio

#ดอกบัว #เทรนด์ดอกบัว #MIRRORThailand 
.
.
.
https://mirrorthailand.com/style/trends/103029

หน้าฟีดโซเชียลฯ เรียกได้ว่าครึกครื้นไปด้วยผู้คนที่ออกไปถ่ายรูปกับ ‘ดอกบัว’ ในแง่หนึ่งนี่ถือเป็นโมเมนต์น่าปลื้มใจไม่น้อย ที่เราได้เห็นเหล่าคนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าของกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยที่ถูกปรับและนำเสนอให้เข้ากับยุคสมัยของพวกเขา และทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้นในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เมื่อดอกบัวกลายเป็นสัญลักษณ์ของการมี aesthetic บนภาพถ่าย และหลายคนก็พามันไปถ่ายรูปในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะวัดวาอาราม ตามท้องถนน ตรอกซอกซอย สะพาน จนถึงสวนสาธารณะ และพร้อมใจกันใส่แผ่นเสียงเพลงไทยต่างๆ ไปจนถึงเพลงลูกกรุง ก็ยิ่งทำให้ภาพความเป็นไทย ทั้งดอกไม้ไทย เพลงไทย และสถานที่ต่างๆ ของไทยถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ ดูเท่ ดูชิก ดูไม่เชย ซึ่งจะบอกว่ามันได้กลายเป็นพลังอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมองเห็นความสวยงามของความเป็นไทยมากขึ้นก็คงไม่ผิด ทว่าอีกด้านบนโซเชียลฯ ก็มีการตั้งคำถามเมื่อปรากฏภาพดอกบัวที่ถูกทิ้งมากมายในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าดอกไม้จะยังสวยงามอยู่ก็ตาม ทำให้เกิดความคิดเห็นมากมายที่อยากให้คนให้คุณค่ามันมากกว่านี้ บ้างก็กังวลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะหากว่ากันตามตรงแล้ว แม้ดอกไม้จะเป็นขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่ก็ยังใช้เวลาในการย่อยสลาย ซึ่งระหว่างทางนั้นอาจทำให้เกิดก๊าซมีเทน ที่เป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก ถ้าพูดถึงความกังวลเรื่องขยะจากดอกไม้ นี่ก็อาจไม่ต่างจากดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่ถูกใช้แล้วทิ้ง เช่น ดอกไม้ที่ถูกใช้ในงานแต่งงาน ไปจนถึงดอกไม้ที่ใช้ทำพวงหรีด ซึ่งก็ดูเหมือนจะถูกใช้ในปริมาณมากกว่าดอกบัวที่เราเห็นตอนนี้เสียด้วยซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการรณรงค์ต่างๆ ตั้งแต่กระทงที่คนมองเห็นปัญหาขยะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หรือดอกไม้รับปริญญาที่บางคนเลือกที่จะไม่รับแล้ว กระทั่งพวงหรีดทางเลือกที่มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์หลังงานจบ เป็นต้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจดอกไม้จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะนั่นก็เป็นแหล่งรายได้ของพ่อค้าแม่ค้าที่สำคัญต่อปากท้อง แต่สิ่งที่เราอยากมุ่งเน้นให้คิดตาม คือการใช้ดอกไม้นั้นๆ อย่างมีประโยชน์มากขึ้น และให้ความสำคัญต่อการจัดการมันมากขึ้น 🪷นำไปทำปุ๋ยที่ใช้ได้จริง หรือถ้าไม่อยากใช้เอง แค่คัดแยกขยะให้ถูก ก็เป็นประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่นำไปส่งต่อในโรงปุ๋ยแล้ว 🪷ถ่ายรูปเสร็จสามารถนำไปไหว้พระต่อได้ 🪷กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะแทบทุกส่วนของบัวนั้นมีสรรพคุณสุดเริ่ด 🪷จนถึงกลายเป็นงานศิลปะต่างๆ ได้ด้วย! มีอะไรน่าสนใจบ้าง อ่านต่อที่ลิ้งก์หน้า bio #ดอกบัว #เทรนด์ดอกบัว #MIRRORThailand . . . https://mirrorthailand.com/style/trends/103029

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา นักแสดงสาว คริสติน-กุลสตรี มิชารัลสกี้ ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน โดยเธอระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งล่วงละเมิดด้วยการจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ และถ่ายภาพอวัยวะเพศของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการหายใจไม่ออกกลางดึกและต้องการรถพยาบาล

คริสตินระบุว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับประทานยาโคนาซีแปมเพื่อให้นอนหลับ แต่ในเวลาราว 3.00 น. เธอรู้สึกหายใจไม่ออก จึงโทรหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่รปภ.ประจำตึกที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหนึ่งคนได้เปิดประตูห้องเข้ามาและพยายามปลุกให้เธอได้สติ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง รปภ.จึงเป็นคนลงไปเปิดประตูให้

และในเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ในห้องกับเธอเพียงลำพัง ก็ได้ลงมือล่วงละเมิดเธอตามรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น โดยคริสตินระบุว่าเธอมีสติรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่สามารถขัดขืนได้

หลังจากเข้ารับการล้างท้องที่โรงพยาบาล เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม คริสตินกล่าวกับ MIRROR Thailand ว่ายังคงมีความกังวล เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เธอจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าน่าเป็นห่วงสำหรับผู้หญิงอีกหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว

“สิ่งนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะคนที่ขึ้นชื่อว่าหน่วยกู้ภัย กลายเป็นภัยซะเอง …ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงผู้หญิงหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว เพราะเวลาที่เขาต้องการความเหลือขึ้นมา มันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้ว”

เธอยังกล่าวอีกว่า

“เราคงจะไม่บอกให้ผู้หญิงระวังตัวมากขึ้นนะคะ แต่เราอยากฝากคำถามถึงผู้ชายที่ทำ ว่ามีความคิดในแง่มุมไหน ถึงได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของมนุษย์คนหนึ่งได้“

ท้ายที่สุดนี้คริสตินเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้อีกสักพักใหญ่ แต่เธอยืนยันว่าผู้กระทำจะต้องได้รับผลจากการกระทำของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

#MIRRORThailand #คริสตินกุลสตรี #กู้ภัย

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา นักแสดงสาว คริสติน-กุลสตรี มิชารัลสกี้ ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน โดยเธอระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งล่วงละเมิดด้วยการจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ และถ่ายภาพอวัยวะเพศของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการหายใจไม่ออกกลางดึกและต้องการรถพยาบาล คริสตินระบุว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับประทานยาโคนาซีแปมเพื่อให้นอนหลับ แต่ในเวลาราว 3.00 น. เธอรู้สึกหายใจไม่ออก จึงโทรหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่รปภ.ประจำตึกที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหนึ่งคนได้เปิดประตูห้องเข้ามาและพยายามปลุกให้เธอได้สติ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง รปภ.จึงเป็นคนลงไปเปิดประตูให้ และในเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ในห้องกับเธอเพียงลำพัง ก็ได้ลงมือล่วงละเมิดเธอตามรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น โดยคริสตินระบุว่าเธอมีสติรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังจากเข้ารับการล้างท้องที่โรงพยาบาล เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม คริสตินกล่าวกับ MIRROR Thailand ว่ายังคงมีความกังวล เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เธอจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าน่าเป็นห่วงสำหรับผู้หญิงอีกหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว “สิ่งนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะคนที่ขึ้นชื่อว่าหน่วยกู้ภัย กลายเป็นภัยซะเอง …ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงผู้หญิงหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว เพราะเวลาที่เขาต้องการความเหลือขึ้นมา มันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้ว” เธอยังกล่าวอีกว่า “เราคงจะไม่บอกให้ผู้หญิงระวังตัวมากขึ้นนะคะ แต่เราอยากฝากคำถามถึงผู้ชายที่ทำ ว่ามีความคิดในแง่มุมไหน ถึงได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของมนุษย์คนหนึ่งได้“ ท้ายที่สุดนี้คริสตินเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้อีกสักพักใหญ่ แต่เธอยืนยันว่าผู้กระทำจะต้องได้รับผลจากการกระทำของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น #MIRRORThailand #คริสตินกุลสตรี #กู้ภัย

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา นักแสดงสาว คริสติน-กุลสตรี มิชารัลสกี้ ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน โดยเธอระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งล่วงละเมิดด้วยการจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ และถ่ายภาพอวัยวะเพศของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการหายใจไม่ออกกลางดึกและต้องการรถพยาบาล

คริสตินระบุว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับประทานยาโคนาซีแปมเพื่อให้นอนหลับ แต่ในเวลาราว 3.00 น. เธอรู้สึกหายใจไม่ออก จึงโทรหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่รปภ.ประจำตึกที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหนึ่งคนได้เปิดประตูห้องเข้ามาและพยายามปลุกให้เธอได้สติ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง รปภ.จึงเป็นคนลงไปเปิดประตูให้

และในเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ในห้องกับเธอเพียงลำพัง ก็ได้ลงมือล่วงละเมิดเธอตามรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น โดยคริสตินระบุว่าเธอมีสติรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่สามารถขัดขืนได้

หลังจากเข้ารับการล้างท้องที่โรงพยาบาล เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม คริสตินกล่าวกับ MIRROR Thailand ว่ายังคงมีความกังวล เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เธอจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าน่าเป็นห่วงสำหรับผู้หญิงอีกหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว

“สิ่งนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะคนที่ขึ้นชื่อว่าหน่วยกู้ภัย กลายเป็นภัยซะเอง …ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงผู้หญิงหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว เพราะเวลาที่เขาต้องการความเหลือขึ้นมา มันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้ว”

เธอยังกล่าวอีกว่า

“เราคงจะไม่บอกให้ผู้หญิงระวังตัวมากขึ้นนะคะ แต่เราอยากฝากคำถามถึงผู้ชายที่ทำ ว่ามีความคิดในแง่มุมไหน ถึงได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของมนุษย์คนหนึ่งได้“

ท้ายที่สุดนี้คริสตินเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้อีกสักพักใหญ่ แต่เธอยืนยันว่าผู้กระทำจะต้องได้รับผลจากการกระทำของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

#MIRRORThailand #คริสตินกุลสตรี #กู้ภัย

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา นักแสดงสาว คริสติน-กุลสตรี มิชารัลสกี้ ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน โดยเธอระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งล่วงละเมิดด้วยการจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ และถ่ายภาพอวัยวะเพศของเธอ หลังจากที่เธอมีอาการหายใจไม่ออกกลางดึกและต้องการรถพยาบาล คริสตินระบุว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและได้รับประทานยาโคนาซีแปมเพื่อให้นอนหลับ แต่ในเวลาราว 3.00 น. เธอรู้สึกหายใจไม่ออก จึงโทรหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นเจ้าหน้าที่รปภ.ประจำตึกที่เธออาศัยอยู่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหนึ่งคนได้เปิดประตูห้องเข้ามาและพยายามปลุกให้เธอได้สติ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง รปภ.จึงเป็นคนลงไปเปิดประตูให้ และในเวลาที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ในห้องกับเธอเพียงลำพัง ก็ได้ลงมือล่วงละเมิดเธอตามรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น โดยคริสตินระบุว่าเธอมีสติรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่ไม่สามารถขัดขืนได้ หลังจากเข้ารับการล้างท้องที่โรงพยาบาล เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม คริสตินกล่าวกับ MIRROR Thailand ว่ายังคงมีความกังวล เนื่องจากช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เธอจำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นนับว่าน่าเป็นห่วงสำหรับผู้หญิงอีกหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว “สิ่งนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะคนที่ขึ้นชื่อว่าหน่วยกู้ภัย กลายเป็นภัยซะเอง …ตอนนี้ค่อนข้างเป็นห่วงผู้หญิงหลายคนที่อาศัยอยู่คนเดียว เพราะเวลาที่เขาต้องการความเหลือขึ้นมา มันอาจจะไม่ปลอดภัยแล้ว” เธอยังกล่าวอีกว่า “เราคงจะไม่บอกให้ผู้หญิงระวังตัวมากขึ้นนะคะ แต่เราอยากฝากคำถามถึงผู้ชายที่ทำ ว่ามีความคิดในแง่มุมไหน ถึงได้ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของมนุษย์คนหนึ่งได้“ ท้ายที่สุดนี้คริสตินเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้อีกสักพักใหญ่ แต่เธอยืนยันว่าผู้กระทำจะต้องได้รับผลจากการกระทำของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น #MIRRORThailand #คริสตินกุลสตรี #กู้ภัย

คุณช่วยตัวเองครั้งล่าสุดเมื่อไหร่นะ? ถ้าเพิ่งไม่นานมานี้ก็ถือว่าดีเลยล่ะ แต่ถ้านานจนจำไม่ได้แล้ว ลองกลับเข้าวงการสักหน่อยมั้ย? เพราะการช่วยตัวเองสำหรับผู้หญิงนั้นดีต่อจิตใจและร่างกายหลายประการทีเดียว แต่หลายคนอาจจะละเลยหรือคิดว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น และพานปล่อยให้น้องจิ๋มเหงาไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะถ้าพูดถึงเรื่องการช่วยตัวเองแล้ว สำหรับคนมีจู๋นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ หากแต่สำหรับคนมีจิ๋มกลับเป็นเรื่องที่บางคนไม่ค่อยอยากทำหรือกระทั่งอยากพูดถึง ทั้งที่การช่วยตัวเองของคนมีจิ๋มก็ควรเป็นเรื่องปกติไม่ต่างกัน โอกาสนี้เราเลยอยากชวนไปดูว่าสำหรับผู้หญิงนั้น การช่วยตัวเองมีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง 

ตราบใดที่เราทำมันอย่างพอดี ไม่มากเกินจนส่งผลต่อชีวิตประจำวันแต่ก็ไม่น้อยเกินจนชีวิตห่อเหี่ยว และถ้าถามว่าเท่าไหร่ถึงจะพอดี คำตอบของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน และเป็นตัวคุณเองนั่นแหละที่สามารถลอง explore และหาคำตอบให้ตัวเองได้ ภายใต้ความสุข ความรู้สึกปลอดภัย และสุขอนามัยของตัวคุณเอง 

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คืนนี้ลองดูนะคะ 

#MIRRORThailand #ช่วยตัวเอง #ความสุขทางเพศ

https://mirrorthailand.com/self/sex/103028

คุณช่วยตัวเองครั้งล่าสุดเมื่อไหร่นะ? ถ้าเพิ่งไม่นานมานี้ก็ถือว่าดีเลยล่ะ แต่ถ้านานจนจำไม่ได้แล้ว ลองกลับเข้าวงการสักหน่อยมั้ย? เพราะการช่วยตัวเองสำหรับผู้หญิงนั้นดีต่อจิตใจและร่างกายหลายประการทีเดียว แต่หลายคนอาจจะละเลยหรือคิดว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น และพานปล่อยให้น้องจิ๋มเหงาไปโดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าพูดถึงเรื่องการช่วยตัวเองแล้ว สำหรับคนมีจู๋นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ หากแต่สำหรับคนมีจิ๋มกลับเป็นเรื่องที่บางคนไม่ค่อยอยากทำหรือกระทั่งอยากพูดถึง ทั้งที่การช่วยตัวเองของคนมีจิ๋มก็ควรเป็นเรื่องปกติไม่ต่างกัน โอกาสนี้เราเลยอยากชวนไปดูว่าสำหรับผู้หญิงนั้น การช่วยตัวเองมีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง ตราบใดที่เราทำมันอย่างพอดี ไม่มากเกินจนส่งผลต่อชีวิตประจำวันแต่ก็ไม่น้อยเกินจนชีวิตห่อเหี่ยว และถ้าถามว่าเท่าไหร่ถึงจะพอดี คำตอบของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน และเป็นตัวคุณเองนั่นแหละที่สามารถลอง explore และหาคำตอบให้ตัวเองได้ ภายใต้ความสุข ความรู้สึกปลอดภัย และสุขอนามัยของตัวคุณเอง ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ คืนนี้ลองดูนะคะ #MIRRORThailand #ช่วยตัวเอง #ความสุขทางเพศ https://mirrorthailand.com/self/sex/103028