LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

"เราเชื่อในเรื่อง Modern Mom เพราะคนท้องไม่ใช่คนป่วย " คุยกับ น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล ผู้ก่อตั้ง PregSkin สกินแคร์เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูก

“ตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว เวลาไปที่ห้างสรรพสินค้า น้ำหวานจะชอบเดินไปดูของในเซกชันที่มีเครื่องสำอางและสกินแคร์อย่างแรกเลย แล้วก็อยู่ในนั้นได้นานมาก เพราะเราอิน เราแฮปปี้ จนคุณพ่อคุณแม่ต้องบอกว่า ออกมาได้แล้ว ที่อยู่ได้นานๆ ไม่ใช่แค่มองว่าอันนั้นก็น่าใช้ อันนี้ก็น่าใช้ แต่เราชอบอ่านฉลาก ชอบดูว่าเขาทำอย่างไรให้มันดูน่าใช้ สารที่เขาใช้คืออะไร ผลิตที่ไหน

“เราเลยรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นว่า เราต้องเป็น formulator เพราะสนใจโปรดักต์พวกนี้แล้วก็ชอบการทำสูตร ชอบเรียนเลขกับวิทยาศาสตร์ด้วย” น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล ผู้ก่อตั้ง PregSkin แบรนด์สกินแคร์เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูกเล่าถึงจุดเริ่มต้นความสนใจของเธอในเรื่องโปรดักต์ที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง จนเป็นเหตุที่ทำให้เลือกเรียนปริญญาตรีด้านชีวเคมีที่มหาวิทยาลัย University of California, Los Angeles

แต่ความสนใจของเธอเริ่มเจาะจงมากยิ่งขึ้น เมื่อได้มาเรียนต่อปริญญาโท MBA ที่ MIT Sloan School of Management เมื่อต้องจับกลุ่มทำงานกับเพื่อนในวิชา New Enterprise แล้วมีคนพูดคำว่า ‘pregnancy’ ขึ้นมา

“พอเพื่อนพูดคำนี้มา มันเหมือนมีหลอดไฟขึ้นมาในหัวเลยว่า เอ๊ะ ทำไมไม่มีใครทำโปรดักต์สกินแคร์ที่เจาะกลุ่มนี้ เราเลยเริ่มรีเสิร์ชเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนั้น”

การรีเสิร์ชทำให้เธอค้นพบความจริงที่ว่า คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูกส่วนใหญ่มีทางเลือกหลักๆ อยู่เพียงไม่กี่ทาง ระหว่างการงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปเลยหรือการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อนแทน เพราะห่วงความปลอดภัยกับลูก กับคุณแม่อีกกลุ่มที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์เดิมต่อไป ทั้งที่ไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัยกับลูกจริงหรือเปล่า

“PregSkin เลยเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างคุณแม่สองกลุ่มนี้ ระหว่างเรื่องความปลอดภัยกับผลลัพธ์ที่ต้องการ เรามองว่าผลิตภัณฑ์ของเราต้องปลอดภัย ใช้แล้วได้ผล แล้วก็ให้ประสบการณ์ในการใช้ที่ดีด้วย ไม่ใช่ว่าปลอดภัยแต่แก้ปัญหาไม่ได้ หรือใช้บางอย่างแล้วแก้ปัญหาผิวหน้าได้จริง แต่ก็ต้องทนใช้เพราะไม่ชอบกลิ่น ทั้งๆ ที่สกินแคร์นี่เรื่องกลิ่นสำคัญมาก เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องสมดุลกัน”

แนวคิดนี้บวกกับการค้นคว้าข้อมูลอินไซต์ทำให้ได้เป็นคอนเซปต์ของแบรนด์ คือ ‘Beauty cannot be compromised.’ ซึ่งน้ำหวานอธิบายเรื่องนี้ว่า “เพราะเราเชื่อว่าการเป็นแม่ไม่ได้จำเป็นต้องเสียสละทุกอย่างในชีวิต สิ่งที่เขาต้องเสียสละก็คือการดูแลลูก นั่นคือเรื่องใหญ่ที่สุดแล้ว แต่คุณแม่ทุกคนไม่ได้จำเป็นต้องปล่อยตัว เลิกดูแลตัวเอง เลิกทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เราอยากจะลบกำแพงความเชื่อเก่าๆ เรื่องนี้ที่ว่าเป็นแม่แล้วต้องปล่อยตัวเพราะต้องดูแลลูกออกไป”

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่คนส่วนมากมักนึกถึงก็คือผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาท้องลาย แต่สำหรับ PregSkin โจทย์แรกคือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า เพราะปัญหาหลักอย่างหนึ่งของแม่ตั้งครรภ์คือปัญหาสิวนั่นเอง

“เราตั้งโจทย์เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าก่อนเลยค่ะ เพราะปัญหาหลักของคุณแม่อันดับหนึ่งคือเรื่องสิว ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ บางคนก็เจอปัญหาเรื่องผิวมัน รูขุมขนกว้างขึ้นด้วย เราก็มีเซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้”       

“อันดับต่อมาคือเรื่องผิวหมองคล้ำกับจุดด่างดำ เราก็มีครีมที่ดูแลคุณแม่ในเรื่องนี้ ส่วนอันดับสามคือเรื่องประสบการณ์เวลาใช้ เพราะเรามองว่ามันต้องได้ครบทั้งกลิ่น เท็กซ์เจอร์ แพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงบริการในการขาย ซึ่งเราให้ความสำคัญกับเรื่องบริการมาก เราเน้นการให้ความรู้ ไม่ได้เน้นฮาร์ดเซลส์”

คนที่คอยตอบคำถามของลูกค้านอกจากจะเป็นทีมงาน PregSkin แล้ว บางครั้งเจ้าของแบรนด์เองก็ช่วยเป็นคนตอบด้วยเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นใครตอบ สิ่งหนึ่งที่ตรงกันก็คือ ถ้าข้อมูลใดที่ไม่แน่ใจ ทาง PregSkin จะไปตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนจะตอบ เพื่อคัดกรองข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดมาเป็นความรู้ใหม่ให้แก่ลูกค้า        

ลูกค้าหลายรายไว้วางใจใน PregSkin ถึงขนาดว่า ปรึกษาว่าให้ช่วยแนะนำแบรนด์อื่นด้วย หรือถามว่าแบรนด์ที่ซื้อมาใช้ได้หรือเปล่า เวลาเจอคำถามแบบนี้ PregSkin ยังคงยึดวิธีการสื่อสารกับลูกค้าว่า เน้นให้ความรู้ แต่จะไม่พาดพิงแบรนด์อื่น        

“เราจะบอกว่าเราพูดถึงแบรนด์อื่นไม่ได้ แต่ที่เราให้ได้คือไกด์ไลน์ในการเลือก เราเน้นการให้ความรู้กับลูกค้ามากในเรื่องการเลือกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ปลอดภัยสำหรับเขา เพราะเราเชื่อว่า เราสอนให้คนตกปลาเป็นดีกว่าการเอาปลาไปให้เขาเลย”          

ความเป็นนักชีวเคมีที่เข้าใจเรื่องส่วนผสมต่างๆ ประกอบกับเคยทำงานทั้งในบริษัทเครื่องสำอางและบริษัทยาทำให้น้ำหวานบอกได้อย่างเต็มปากว่า ส่วนผสมทุกอย่างที่ใช้ใน PregSkin นั้น เธอเป็นคนคัดเลือกเองทั้งหมด ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานของยุโรปและผ่านการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่อเมริกา ซึ่งมีขั้นตอนการทดสอบที่ละเอียด         

“เราทำทุกอย่างเต็มที่มาก ถึงแม้ว่าตอนที่ทำเราจะไม่รู้ว่าแบรนด์เราจะประสบความสำเร็จไหม แต่ถ้าทำแล้ว เราต้องทำให้ดี ทำให้เกินร้อย นอกจากจะได้ของที่ดีแล้ว ถ้าถึงวันที่เราขยายสเกล ส่งไปขายต่างประเทศด้วย เราก็พร้อมเพราะเราทำโปรดักต์ที่ได้มาตรฐานสากลแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตอนที่สร้างแบรนด์ เราไม่ได้มองว่าจะเป็นแค่ local brand เท่านั้น”         

นอกจากความปลอดภัยและความรู้ที่ตั้งใจมอบให้กับลูกค้าแล้ว อีกเรื่องที่ PregSkin อยากให้ลูกค้าได้รับก็คือ ความสบายใจ     

“จริงๆ แบรนด์เราออกแบบมาเพื่อให้คุณแม่ไม่ต้องทำอะไรเลย เขาสามารถใช้ของเราได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวล สามารถเอาเวลาไปจัดการเรื่องอื่นๆ ได้ อย่างเรื่องฉลาก เอาเข้าจริงแล้วมันก็ไม่เพียงพอที่จะรู้จักโปรดักต์ขนาดนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าปริมาณแต่ละเจ้าเขาใส่แต่ละตัวกันแค่ไหน ซึ่งเราไม่รู้ว่าเจ้าอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับแบรนด์เรา คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูกสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ว่าจะปลอดภัยจริงไหม”          

ยกตัวอย่างส่วนผสมอย่างสารกลุ่มเรตินอยด์และวิตามินเอที่เป็นของต้องห้ามสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่เป็นเหมือน a must ในผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดรอยหมองคล้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ถูกทดแทนด้วยส่วนผสมที่ไม่คุ้นหูอย่าง Bidens Pilosa พืชดอกที่มีต้นกำเนิดทางอเมริกาใต้ ซึ่งน้ำหวานติดต่อกับซัพพลายเออร์ที่บราซิลโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ส่วนผสมที่ปลอดภัยและมาจากธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็ได้ผลลัพธ์ในการใช้เช่นเดียวกับเรตินอลที่เป็นส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้

 

เมื่อ PregSkin เชื่อมั่นว่า ‘Beauty cannot be compromised.’ จึงนำไปสู่คำถามที่ว่า นิยามความสวยในแบบของแบรนด์เพื่อคุณแม่เป็นแบบไหน        

“สำหรับ PregSkin เรานิยามว่าความสวยคือความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง แบรนด์ของเราไม่ได้ออกแบบแม่เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณแม่แต่ละคน แต่เราต้องเป็นเหมือนเพื่อนของคุณแม่ที่เข้าอกเข้าใจเขา อย่างเรื่องปัญหาสิว คนอื่นอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีปัญหานี้เพราะตั้งครรภ์ แต่เรารู้และเข้าใจ อีกอย่างหนึ่งเรื่องผู้หญิงกับความงามสัมพันธ์กัน ถ้าคุณแม่ขาดความมั่นใจก็จะไปกระทบกับสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของเขาได้ มันส่งผลต่อทุกอย่าง เขาอาจจะไม่อยากออกไปนอกบ้าน ไม่อยากเจอคน”     

“ลูกค้าหลายคนทักเข้ามาบอกเราว่า เครียด แต่ก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไมตอนนี้เป็น แล้วจะหายไหม เราเลยอยากเป็นเหมือนคนที่บอกว่า ฉันเข้าใจเธอนะ แล้วก็อยากให้เธอสบายใจและปลอดภัยด้วย อยากให้เขารู้สึกเหมือนกับเวลาใช้เคาน์เตอร์แบรนด์ ไม่ใช่ใช้เพราะต้องทนใช้ไปก่อนแล้วค่อยเลิกใช้ทีหลัง เพราะจริงๆ โปรดักต์ของเราถึงจะมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูก แต่ของของเราคนที่ไม่ท้องก็สามารถใช้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของแบรนด์ในการสื่อสารว่าใครๆ ก็ใช้ได้   “เพราะถ้าปลอดภัยกับกลุ่มคุณแม่ซึ่งเป็นกลุ่มที่เซนซิทีฟมากแล้ว ทุกคนก็สามารถใช้ได้ค่ะ”       

ดังนั้น การดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่ทุกคนจึงไม่ใช่แค่การดูแลภายนอกเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการดูแลจิตใจตัวเองด้วย          

“ความงามเป็นเรื่อง inside out สกินแคร์ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราไม่รักษาจิตใจของเรา เราไม่มั่นใจ เราเครียด ก็ส่งผลให้ดูหมองคล้ำ ไม่สดใสได้ พอเป็นแบบนั้นก็อาจจะเครียดเพราะว่าโทรมอีก มันกลับไปกลับมา เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรรักษาสมดุลในการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก      

“PregSkin สร้างขึ้นเพื่อให้คุณแม่มั่นใจ จะได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก พบปะผู้คน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ปกติ เพราะการที่คุณแม่อยู่บ้านอย่างเดียวก็ไม่ได้ส่งผลดีสักเท่าไร เรายังเชื่อในเรื่องของความเป็น modern mom เราไม่ได้มองว่าคนท้องคือคนป่วย ไม่ได้เชื่อว่าคุณแม่ต้องห้ามทำนู่นห้ามทำนี่ จะต้องอยู่บ้าน ต้องแต่งตัวแบบนี้เท่านั้น เรารู้สึกว่าคุณแม่ที่ท้องเขาก็ยังเป็นคนเดิม ไม่มีอะไรมาขัดขวางความสุขของเขาได้ถ้าเขาเชื่อมั่น”     

เพื่อส่งเสริมความมั่นใจในเรื่องนี้ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ที่ถูกต้อง PregSkin จึงพยายามทำคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์ประกอบด้วย เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ว่ากิจกรรมอะไรที่ยังทำได้ปกติและอะไรที่ควรเลี่ยง อย่างเช่นโยคะ ที่คุณแม่ยังออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ได้ เพียงแต่ต้องดเว้นบางท่า หรือถ้าเป็นคุณแม่ที่ชอบนวดอโรมาก็อาจจะต้องเลือกน้ำมันหอมระเหยที่ไม่ได้มีส่วนกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก

“น้ำหวานมองว่า คำว่า pregnancy หรือคำว่า motherhood ไม่ควรเป็นอะไรที่มาสกัดกั้นผู้หญิงไม่ให้ทำอะไรได้เต็มศักยภาพ แม้ว่าด้วยสรีระร่างกายอาจจะไม่ได้เหมือนเดิม 100% แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นแม่แล้วจะทำเรื่องต่างๆ ไม่ได้เหมือนเดิม เราเลยอยากให้คุณแม่ทุกคนได้เป็น modern mom ซึ่งในนิยามของน้ำหวานก็คือ มั่นใจและไม่กลัวที่จะใช้ชีวิต”        

อีกเรื่องที่เจ้าของแบรนด์เพื่อคุณแม่อยากฝากถึงคุณแม่ทุกคนก็คือ เรื่องของการเสพโซเชียลมีเดียในยุคโควิด-19      

“ด้วยความที่ยุคนี้ที่มีเรื่องโควิดด้วย ทำให้คำว่า แม่ มักจะมาพร้อมกับความกังวล ตอนท้องก็กลัวตัวเองติด ตอนคลอดลูกแล้ว ก็กลัวลูกติด ซึ่งการเสพโซเชียลมีเดียก็มีส่วน เพราะถ้าไม่เสพด้วยสติ ก็จะรับข่าวสารเข้ามาจนกลายเป็นพารานอยด์ไป ถ้าเป็นเพื่อนตัวเอง น้ำหวานก็จะบอกว่าเสพได้นะ ระวังตัวได้ แต่อย่าให้ถึงกับแพนิก เพราะจริงๆ แล้วความเครียดอันตรายมาก ทั้งต่อแม่และลูก”         

“เวลาพูดมันอาจจะดูพูดง่ายแต่ทำยาก แต่น้ำหวานก็ยังรู้สึกว่าเรื่อง peace of mind สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในยุคนี้”

Author

PANICHA IMSOMBOON

นักเขียนที่มีของสะสมเป็นมาสก์หน้า มีงานอดิเรกเป็นการลองสกินแคร์สารพัดยี่ห้อ และสนใจเขียนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงเพราะเชื่อว่าจะทำให้รู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นผ่านการเขียน

Related Stories

"เราเชื่อในเรื่อง Modern Mom เพราะคนท้องไม่ใช่คนป่วย " คุยกับ น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล ผู้ก่อตั้ง PregSkin สกินแคร์เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูก

beauty-style

"เราเชื่อในเรื่อง Modern Mom เพราะคนท้องไม่ใช่คนป่วย " คุยกับ น้ำหวาน-ภัทรมน เกิดลาภผล ผู้ก่อตั้ง PregSkin สกินแคร์เพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมลูก

MIRROR'sGuide