LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Clean Beauty อาจเป็นแค่การตลาดล้วนๆ

"clean beauty" กลายเป็นอีกเทรนด์ที่มาแรงในเวลานี้ มันคือโปรดักต์ที่นำเสนอตัวเองว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือมีจริยธรรมในการผลิต แน่นอนว่าผู้หญิงยุคใหม่หลายคนได้ยินคอนเซปต์แล้วก็อยากจะอุดหนุนซะเดี๋ยวนั้น เราเลยอยากชวนให้พิจารณาในมุมอื่นๆ เพิ่มอีกซักหน่อย เพราะสำหรับบางแบรนด์ (ย้ำว่าบางแบรนด์) คำว่า clean beauty อาจเป็นแค่การตลาดและไม่ได้ส่งผลดีกับผู้บริโภคทุกคนเสมอไป

ประเด็นแรกที่เราอยากเน้นเยอะหน่อยก็คือเรื่อง "ปราศจากสารอันตราย" ซึ่งในข้อนี้เราก็ควรต้องดูให้ชัด ว่าสารที่เขาว่าอันตรายนั้น มันอันตรายอย่างไร และอันตรายสำหรับทุกคนจริงมั้ย ขอยกตัวอย่างกรณีของสารเคมีที่ถูกเคลมว่าอันตรายอยู่บ่อยๆ นั่นก็คือพาราเบน

"พาราเบน" เป็นสารกันเสียชนิดหนึ่งที่ถูกใช้ในเครื่องสำอาง อาหาร และยา มาตั้งแต่ปี 1920s และได้รับการรับรองจากแพทย์ว่า "ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง" แต่เหตุที่พาราเบนเริ่มถูกมองเป็นตัวร้ายนั้นเป็นผลมาจากงานวิจัยบางชิ้น เช่นวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2017 ที่บอกว่าพาราเบนอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ในระยะยาวได้ หรืองานวิจัยที่บอกว่าพาราเบนอาจมีส่วนในการกระตุ้นมะเร็งเต้านม 

ต้องไม่ลืมว่า ตัวงานวิจัยเองก็ใช้คำว่า "อาจ" เพราะไม่มีเคสไหนที่ชี้ชัดได้ว่าพาราเบนเป็นต้นเหตุของโรคเหล่านั้นจริงๆ เพียงแต่บางเคสที่พบ มีการใช้พาราเบนเป็นหนึ่งในปัจจัยร่วมในระยะยาวเท่านั้น  จึงยังไม่มีกฎหมายของประเทศไหนที่แบนพาราเบนเลย อาจมีบ้างที่กำหนดปริมาณพาราเบนให้ใช้อยู่ในสัดส่วนที่ปลอดภัย ยิ่งกว่านั้นกฎหมายของบางประเทศอย่างเช่นญี่ปุ่น ก็อนุญาตให้ใช้สารกันเสียประเภทพาราเบนเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าพาราเบนเป็นสารกันเสียที่ได้ประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง

ที่น่าฉุกคิดคือบางแบรนด์พอเคลมว่าไม่ใช้พาราเบนแล้ว ก็เลยต้องเปลี่ยนไปใช้สารเคมีกันเสียตัวอื่นที่ยังไม่มีผลวิจัยรับรองแน่ชัด ซึ่งอาจส่งผลเสียตามมาโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้  หรือบางแบรนด์เลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อทดแทนสารกันเสีย อย่างเช่นสารสกัดเมล็ดองุ่น ซึ่งแน่นอนว่าปลอดภัย แต่ผลก็ไม่ทรงพลังเท่าพาราเบน อายุการใช้งานเลยจำเป็นต้องสั้นลงตามไปด้วย

ประเด็นต่อมาคือเรื่อง "การไม่ทดลองในสัตว์" ซึ่งเป็นที่พูดถึงกันมากในช่วงที่ผ่านมากับกระแส #saveralph ที่ว่าด้วยการรณรงค์ให้แบรนด์เครื่องสำอางยุติการทดลองในสัตว์ แน่นอนว่าเราเห็นด้วยกับการไม่ไปเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น แต่ยังไงก็อยากชี้ให้เห็นแง่มุมที่ว่า หากไม่ทดลองในสัตว์ เราก็ควรต้องได้รับข้อมูลประกอบอื่นๆ  เพื่อให้แน่ใจจริงๆ ว่าจะปลอดภัยหากใช้กับคน 

การทดลองในสัตว์ยังเป็นวิธีการันตีความปลอดภัยที่รัฐบาลบางประเทศเชื่อถือ อย่างเช่นประเทศจีน ที่เป็นตลาดใหญ่มากของหลายแบรนด์ จีนยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่จะขายในประเทศเขาต้องผ่านการทดลองในสัตว์มาแล้วเท่านั้น ทำให้หลายแบรนด์ไม่อาจแหกด่านข้อนี้ได้ จุดนี้นี่เองที่ทำให้เกิดความคิดของคนบางกลุ่มว่าประเด็น "การไม่ทดลองในสัตว์" อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้บางแบรนด์หยิบข้อนี้ไปใช้เป็นหัวใจสำคัญในการขาย ซึ่งในฐานะของผู้บริโภค หากอยากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทดลองในสัตว์ ก็ควรควรมองหาปัจจัยอื่นมาการันตีความปลอดภัยให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน

ส่วนอีกหนึ่งจุดขายยอดฮิตคือ "สารสกัดจากธรรมชาติ" ซึ่งจริงๆ แล้วสารที่มาจากธรรมชาติ 100% ก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ อย่างที่เราเห็นว่าก็มีคนที่แพ้นมวัว แพ้เกสรดอกไม้ หรือแพ้น้ำผึ้ง ฯลฯ ยิ่งกว่านั้นการโปรโมทข้อดีของสารจากธรรมชาติ ก็ทำให้คนแทบลืมไปว่าบางสารเคมีก็มีจุดแข็งของมัน 

ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเรื่องยาสีฟัน หลังจากได้ใช้ยาสีฟันที่เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ  100% ไปจนเกือบหมดหลอด แต่พอไปตรวจฟันประจำปี ปรากฏว่าฟันผุถึง 4 ซี่ คุณหมอเลยไล่ถามถึงพฤติกรรมต่างๆ สุดท้ายมาจบที่ว่าน่าจะเป็นเพราะใช้ยาสีฟันที่เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะไม่มีฟลูออไรด์ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันฟันผุโดยตรง สรุปเลยไปจบที่การอุดฟัน แล้วกลับมาใช้ยาสีฟันที่อัดแน่นด้วยฟลูออไรด์ตามเดิม

แล้วทีนี้เราควรปฏิเสธคลีนบิวตี้ไปเลยมั้ย? ก็ไม่ เพราะอันที่จริงแบรนด์ที่เขาเชื่อถือได้มันก็มี เทคนิคในการสังเกตว่าอันไหนเป็นคลีนบิวตี้ที่ไว้ใจได้เช่น สัญลักษณ์และตรารับรองจากสถาบันที่มั่นใจได้อย่าง Ecocert Cosmos หรือ The Soil Association รวมถึงการแจกแจงส่วนผสมต่างๆ บนฉลากอย่างชัดเจน 

เราเพียงแต่ชวนให้พิจารณาอีกทีเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อใช้โปรดักต์คลีนบิวตี้กัน ไม่อยากให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้โปรดักต์อย่างที่ใจคิด 

Author

TITIVALAI

Content Creator

Related Stories

Yang Li หญิงจีนผู้ล้อเลียนผู้ชาย จนสร้างข้อถกเถียงได้ทั่วประเทศ

life

Yang Li หญิงจีนผู้ล้อเลียนผู้ชาย จนสร้างข้อถกเถียงได้ทั่วประเทศ

BY MIRROR TEAM 21 OCT 2021

MIRROR'sGuide