LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

‘เรื่องผัวเมีย’ ข้ออ้างศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้คนไม่กล้าเข้าช่วยเหลือ เมื่อเจอใครถูกทำร้าย

“เรื่องผัวเมีย” ถูกใช้เป็นข้ออ้างในหลายสถานการณ์ความรุนแรง ตั้งแต่การทำร้ายร่างกายคู่รักในที่สาธารณะ หรือกระทั่งกรณีคุกคามทางเพศและการข่มขืน ซึ่งหลายครั้ง มันกลายเป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้คนอื่นๆ ไม่กล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพราะกลัวจะกลายเป็น ‘หมา’ เมื่อเขาคืนดีกัน


เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งพยายามข่มขืนเด็กนักเรียนอายุ 16 ปี ด้วยการฉุดกระชากและใช้มีดคัตเตอร์จี้คอ ซึ่งตามข่าว แม่ของเด็กระบุว่า “ลูกพยายามวิ่งหนีจนล้มแล้วถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตอนแรกก็ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะผู้ก่อเหตุตะโกนว่า เรื่องผัวเมีย” ยังดีที่ในที่สุดมีพลเมืองดีที่ตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ 


อีกกรณีที่กำลังเป็นที่พูดถึง เมื่อชายคนหนึ่งทำร้ายร่างกายแฟนบนถนนในคอนโดฯ ทั้งทุบตีและลากไปกับพื้น มีคนถ่ายคลิปเอาไว้ และหญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจเข้าไปช่วยห้ามปราม จนเกิดเป็นการถกเถียงทะเลาะวิวาท


แต่ในวันถัดมา คู่รักทั้งสองคนตัดสินใจฟ้องร้องคนที่เข้าไปช่วยเหลือภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA ด้วยเหตุที่ว่า ทำให้ฝ่ายหญิงที่ถูกทุบตีได้รับความเสียหาย และถูกย้ำแผลจากการที่คนเข้ามาดูคลิป ซึ่งว่ากันตามจริงก็เข้าใจได้ ในแง่ที่คงไม่มีใครอยากเห็นภาพที่ตัวเองถูกทำร้าย เผยแพร่อยู่บนอินเทอร์เน็ต แต่การเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ในภายหลัง ก็เป็นคนละเรื่องกับการยื่นมือเข้าข่วยเหลือเมื่อสถานการณ์เกิดขึ้นต่อหน้า


และแม้เหตุการณ์จะจบลงอย่างที่หลายคนเดาเอาไว้ ว่าสุดท้ายเขาก็อาจจะกลับไปคืนดีกัน ซึ่งการที่ใครสักคนหนึ่งจะตัดสินใจอยู่ในความสัมพันธ์ที่ toxic ต่อ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ 


แต่คงน่าเสียดาย หากกรณีเหล่านี้ จะลดโอกาสที่ใครสักคนจะกระโจนเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อเจอความรุนแรงต่อหน้า 


คงน่ากลัวไม่น้อยหากสังคมจะชินชากับภาพของคนรัก (หรือกระทั่งคนร้ายที่อ้างตัวเป็นคนรัก) ที่ใช้กำลังทำร้ายหรือบังคับขืนใจอีกฝ่าย โดยไม่มีใครทำอะไร นอกจากคาดหวังให้ตัวผู้ถูกกระทำลุกขึ้นสู้เอง ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ ด้วยปัจจัยในชีวิตคนที่ล้วนแตกต่างกัน 


ดังนั้น เราจึงขอเป็นอีกเสียงที่ชื่นชมใครก็ตามที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือคนที่ถูกกระทำความรุนแรง แม้ท้ายที่สุดผลจะออกมาตาลปัตร แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยยุติความรุนแรงได้หนึ่งครั้ง และไม่แน่ว่าครั้งอื่นๆ ถัดไป ในกรณีอื่น อาจมีคนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือและได้รับอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตก็เป็นได้


อ้างอิง


https://hilight.kapook.com/view/224364 


https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_7103440 






Author

SERENE

นักเขียนคนหนึ่ง

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide