LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

บ้างตีจนไม้หัก บ้างล่วงล้ำร่างกายลูก พ่อแม่กำลังเป็นเจ้าของชีวิตลูกเกินไปไหม

สำหรับหลายๆ ครอบครัว ความหวังดีเป็นหนึ่งสิ่งที่ผูกติดไว้กับแทบทุกการกระทำของผู้ใหญ่ ตั้งแต่งานที่พวกเขาทำเพื่อหาเลี้ยงลูก ความห่างเหินที่เกิดจากการทำงาน การลงโทษที่รุนแรงทั้งต่อกายและใจลูกหลาน อย่างการ #ตีจนไม้หัก ไปจนถึงการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวหรือกระทั่งร่างกายของลูก หลายครั้งการกระทำเหล่านี้ถูกแนบมาพร้อมกับความหวังดี และตามมาซึ่งการอะลุ่มอล่วยกันไป

ดูเหมือนว่าในการเลี้ยงลูกสักคน หลายบ้านยังคงโฟกัสกันแต่อะไรที่จับต้องได้อย่าง กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ป่วยไข้ เรียนเก่ง เป็นเด็กดี ฯลฯ ขณะที่ก็มีอะไรหลายอย่างที่ถูกละเลยไปเช่นกัน

ถ้าลองเข้าไปหาดูในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีเลี้ยงลูก เนื้อหาภาษาไทยเกือบทั้งหมดมักเป็นเรื่องสุขภาพร่างกายเด็ก หรือการเลี้ยงลูกยังไงให้เป็น “ลูกที่ดี” และ “เชื่อฟัง” หากจะเกี่ยวกับการรับรู้ของเด็กก็มักจะเป็นเรื่องวิธีการเลือกโรงเรียน หรือของที่ควรซื้อให้เด็กเล่นถ้าอยากได้ลูกฉลาด มีพัฒนาการดี

น้อยมากที่จะเกี่ยวข้องกับความเข้าใจถึงประเด็นต่างๆ อย่างเรื่องความเป็นส่วนตัว สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย หรือเรื่อง consent ที่ควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก 

ขณะที่ยังไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันหรือความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง หลายครอบครัวยังเลือกคิดแทนและจำกัดกรอบให้ลูกๆ (ภายใต้ความหวังดี) พ่อแม่โดยเฉพาะในแถบเอเชียมักไม่ค่อยมีคอนเซปต์ของความเป็นส่วนตัว บางบ้านไม่มีห้องนอนแยก และถึงแยกก็ไม่มีการเคาะประตูห้องก่อนเข้า และยังมีการมองว่าลูกเป็นเด็กเสมอ (Infantilization) ไม่ปล่อยให้ไปมีชีวิตของตัวเอง บางบ้านยังเลือกใช้วิธีให้ลูกจำคำสอนที่มาแบบสำเร็จรูป มากกว่าการให้ลูกทำความเข้าใจประเด็นต่างๆ ไปพร้อมๆ กับการเติบโต

ทำให้หลายๆ คน โดยเฉพาะเมื่อเป็นลูกผู้หญิง กว่าจะหลุดกรอบการเลี้ยงดูนี้ได้คือเมื่อตัวเองอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว และความรู้สึกที่ชีวิตไม่ได้เป็นของตัวเองนั้นซึมซับเข้าไปในตัวตนของเขาตั้งแต่เด็ก

โดยไม่รู้ตัว นี่คือผลจากการมองว่าชีวิตลูกเป็นของพ่อแม่ และพ่อแม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับลูกอย่างไรก็ได้ (และอีกครั้ง ภายใต้ความหวังดี)

เมื่อในครอบครัวไม่มีการพูดถึงคอนเซปต์ของสิทธิในร่างกายของตัวเอง การล่วงล้ำเนื้อตัวลูกในรูปแบบต่างๆ จนถึงการใช้ความรุนแรงอย่างการตีลูกจึงยังคงมีอยู่ หลายบ้านยังยึดถือสุภาษิตเก่าๆ อย่าง “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” และการโดนผู้ปกครองล่วงละเมิดทั้งทางกายและวาจาถูกมองว่าเป็นการสั่งสอนที่ได้ผล การแตะต้องแสดงความรักหลายครั้งไม่มีขอบเขต ซึ่งพ่อแม่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะกลายเป็นแผลใจของคนคนหนึ่งจนถึงปัจจุบันได้ มิหนำซ้ำมันยังสามารถซึมซับเข้าไปในใจจนโตว่ามันคือเรื่องไม่ผิดอีกด้วย

บางเสียงอาจจะบอกว่าเหตุที่เขาทำไปเป็นเพราะเอ็นดู ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรเลย อย่างนั้นแล้ว เจตนาดีที่กลับสร้างความเจ็บปวดให้เด็กเสียมากกว่า เราควรมองมันอย่างไรดี?

Author

TASSANA PUTTAPRASART

Content Creator

TAG

    Related Stories

    การจากไปของ Virgil Abloh  ดีไซเนอร์ Louis Vuitton และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White

    life

    การจากไปของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์ Louis Vuitton และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Off-White

    BY NATARAJ 29 NOV 2021

    MIRROR'sGuide