LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

แล้วตกลง MBTI เชื่อถือได้ไหม? เมื่อบุคลิกภาพของคนไม่มีทางมีแค่ 16 แบบ และการตัดสินคนจาก 4 ตัวอักษรอาจไม่เฮลตี้

ฉันเป็น INFJ เธอเป็น ENFP คนนั้นเป็น ENTJ คนนี้เป็น ISTP หนึ่งท็อปปิกสนทนาของคนในสังคมช่วงปีหลังๆ มานี้ ต้องมีการพูดถึงแบบทดสอบบุคลิกภาพ ‘MBTI’ กันอย่างแน่นอน (เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) ซึ่งตามรายงานของ The Myers Briggs Company พบว่า แต่ละปีมีผู้ทำแบบทดสอบออนไลน์ประมาณ 1.5 ล้านคน และมากกว่า 88% ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune 500 รวมทั้งมหาวิทยาลัยหลายร้อยแห่ง ใช้แบบทดสอบนี้ในการจ้างงาน และฝึกอบรม ซึ่งหมายความว่า MBTI กลายเป็นเครื่องมือที่ผู้คนใช้ตัดสินคนอื่นไปโดยปริยาย

นานาจิตตัง เราไม่อาจฟันธงความเชื่อ ความชอบของคนอื่นได้ แค่อยากตั้งคำถามขึ้นมาชวนคุยว่า อืมมม…มันน่าเชื่อถือ และสามารถมองคนได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนั้นเลยจริงดิ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่มี เครื่องมือทางจิตวิทยาก็ไม่แม่น แล้วบุคลิกภาพของคนเรามันจำกัดแค่ 16 ประเภท ตาม 4 ตัวอักษรอย่าง Sensing (S) หรือ Intuition (N), Extraversion (E) หรือ Introversion (I), Thinking (T) หรือ Feeling (F), และ Judging (J) หรือ Perceiving (P) เท่านั้นเองเหรอ ในเมื่อมนุษย์ช่างซับซ้อนมีหลายมิติเหลือเกิน

ต้นตำรับของผู้พัฒนา MBTI หรือ The Myers-Briggs Type Indicator ก็ไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา หรือมีการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบ แบบทดสอบนี้เกิดขึ้นช่วงทศวรรษที่ 1940 โดยคู่แม่ลูก แคทเธอรีน คุก บริกส์ (Katharine Cook Briggs) และ อิซาเบล บริกส์ ไมเออร์ส (Isabel Briggs Myers) ซึ่งต่อยอดชุดความคิดมาจากทฤษฎีของศาสตราจารย์คาร์ล ยุง (Carl Jung) เพื่อจำแนกให้ผู้คนรับรู้ถึงบุคลิกภาพ นิสัยลึกๆ ของคนนั้นๆ รวมไปถึงการตัดสินใจเรื่องต่างๆ

เป้าหมายของ MBTI ตามที่ สตีเฟน เบนนิง (Stephen Benning) ผู้อำนวยการ Psychophysiology of Emotion and Personality Laboratory ที่มหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส บอกคือ “การทดสอบของ MBTI ช่วยให้เราจัดระเบียบการรับรู้ในตัวเอง และประสบการณ์ของตนเองให้เป็นภาพรวมที่สอดคล้องกัน” กล่าวคือคำอธิบายของ MBTI ทำให้เราได้ย้อนสำรวจตัวเอง ว่าเราเป็นคนแบบไหน ซึ่งแน่นอน คนที่เคยได้ลองเล่นดู ก็มีทั้งคนที่รู้สึกว่า อู้หู ตรงไปไหมแม่ กับอีกฝั่งที่รู้สึกว่า ไม่เห็นจะตรง แถมผลลัพธ์ที่อธิบายตอนท้ายยังตื้นเขินเกินไป ถ้าคิดอีกแง่ในมุมเรา นั่นอาจจะหมายถึงเครื่องยืนยันว่าเราได้สำรวจตัวเองจริงๆ จนรู้ว่ามันตรง หรือไม่ตรง

“มากกว่าหนึ่งในสามของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงจาก 4 ไทป์ ที่ทำการทดสอบหลังจากผ่านไประยะเวลา 4 สัปดาห์ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นอีกว่าในช่วง 5 สัปดาห์ คนประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ จะได้รับผลลัพธ์ 4 ไทป์ที่แตกต่างไปจากเดิม ผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่าประเภท MBTI ก็ไม่ได้เสถียรอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป” เบนนิงชวนคิดตาม

สำหรับคนที่เล่นแล้วตรง ก็น่าตั้งคำถามเหมือนกันว่า มันตรงเพราะอะไร เพราะแบบทดสอบมีคุณภาพ หรือตรงเพราะคำอธิบายนั้นตรงใจคุณอยู่แล้ว หากเปรียบ MBTI เป็นการดูดวง เราจะพบทั้งหมอดูที่แม่น และไม่แม่น ซึ่งอาจเชื่อมโยงทางจิตวิทยากับ Barnum effect หรือปรากฏการณ์ที่เรารู้สึกว่าคำทำนาย หรือคำอธิบายมันเกิดมาเพื่อเราโดยเฉพาะ ทั้งๆ ที่ความจริงคำตอบนั้นมันอาจเป็นแค่คำอธิบายกว้างๆ ที่แค่บังเอิญตรงใจเราเท่านั้นเอง กลับกันถ้าบทสรุปออกมาแล้วไม่ตรงใจ เราก็จะคิดว่านี่มันไม่ตรงชัดๆ

การที่ผู้คนนำผล MBTI มาตัดสินคนนู้นคนนี้ ก่อนจะทำความรู้จัก หรือสนิทชิดเชื้อ เหมือนการตั้งการ์ดขึ้นไว้ก่อนเลยว่า ถ้าทำแบบนี้ คนนั้นจะต้องมีพฤติกรรมอย่างไร หรือแสดงนิสัยอย่างไร ซึ่งก็ดูจะเป็นความสัมพันธ์ หรือการเข้าสังคมที่อึดอัดไม่น้อย และไม่ต่างอะไรจากการตัดสินขาวดำ นิสัยที่ชอบ นิสัยที่ไม่ชอบ ของอีกคนไปด้วย โดยความเห็นจากศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยบร็อกในออนแทรีโออย่าง ไมเคิล แอชตัน (Michael Ashton) ที่กล่าวกับ WordsSideKick.com ก็ทำให้เรามองภาพได้ชัดขึ้น เขาบอกว่า “ผู้คนไม่ได้แบ่งออกเป็นคนสองประเภทอย่างเหมาะเจาะในมิติบุคลิกภาพใดๆ คือคนเรามันมีความแตกต่างหลายระดับ และหลายมิติ”

เช่นเดียวกับนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เจมี่ เลน เดอร์ริงเกอร์ (Jaime Lane Derringer) ที่เสนอมุมมองว่า หรือสิ่งที่เรากำลังพยายามจะเข้าใจตนเอง หรือผู้อื่นนั้น มันคือไอเดียของการแปะป้ายคนอื่นที่เป็นทางลัดเพื่อรู้จักพวกเขา เพราะ “แนวคิดในการรู้จักบุคคลจากคำเดียว หรือตัวย่ออักษรนั้นน่าดึงดูด เพราะหากถูกต้องก็ช่วยเราประหยัดเวลากันได้มาก แต่คนเรามันซับซ้อนกว่านั้นไหม และแน่นอนว่ามีคนมากกว่า 16 ประเภทบนโลกนี้แน่ๆ”

อย่างว่า คนมีอยู่หลายพันล้านคน จะมีบุคลิกภาพแค่ 16 แบบ ฟังดูก็ไม่สมเหตุสมผลแล้ว โอเค ยังไงก็ต้องมีคนที่ตรง และดูจะเข้ากับกล่องเหล่านั้นได้อย่างลงตัว แต่ยังไง คนที่ไม่ได้เข้ากับกล่องนั้นๆ ก็ไม่ควรถูกจับยัดเข้ากล่องทั้ง 16 เหมือนกัน เพราะสมมติคุณได้คะแนนกลางๆ ระหว่าง บุคลิกภาพแบบหนึ่ง กับอีกแบบหนึ่ง สุดท้ายคุณก็จะถูกปัดไปอยู่กับกล่องที่แบบทดสอบคาดว่าใกล้เคียงกับบุคลิกภาพ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนแบบนั้นก็ตาม กล่าวคือผลลัพธ์บุคลิกภาพของคนที่ได้คะแนนไม่ตรงกับกล่องใดเลย มันไม่มีคำอธิบายให้เห็นยังไงล่ะ

หากมองเป็นข้อดี MBTI ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบตัวตนของตัวเอง ให้เรามั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเอง และนำไปปรับใช้ได้ในการใช้ชีวิต แต่ถ้าบอกว่ามันสามารถตัดสินคนอื่นได้เลยไหม สำหรับเรา คิดว่ายัง แล้วทุกคนล่ะ คิดว่ายังไงกัน?

อ้างอิง:

https://www.discovermagazine.com/mind/the-problem-with-the-myers-briggs-personality-test 

https://www.livescience.com/65513-does-myers-briggs-personality-test-work.html 

Author

PATCHSITA PAIBULSIRI

Content Creator

Related Stories

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

life

“ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

MIRROR'sGuide