LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Jessica Chastain นักแสดงผู้ถามถึงความเท่าเทียมในฮอลลีวูด

ปี 2015 เว็บไซต์ The Hollywood Reporter ตีพิมพ์บทความยาวเหยียดที่เขียนขึ้นโดย เจสสิกา เชสแทน นักแสดงสาวผู้เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงในฐานะนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมสองครั้งจาก The Help (2011) และ Zero Dark Thirty (2012) เนื้อความนั้นบอกเล่า และตั้งคำถามถึงการทลายมายาคติเรื่องเพศในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

"ฉันอยากมั่นใจว่าฉันกำลังสร้างพื้นที่แห่งความหลากหลายขึ้นมาในอุตสาหกรรมนี้ อยากทำงานกับทุกๆ คนที่มีพรสวรรค์ แต่ฉันก็รู้ดีว่ายังมีบางคนที่ต้องทำงานหนักมากกว่าคนอื่นเพื่อจะประสบความสำเร็จในวงการนี้" 

นี่เป็นบางเสี้ยวบางตอนจากบทความดังกล่าว และความหลากหลายที่เชสแทนมุ่งมั่นจะไปให้ถึงนั้นก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องเพศ แต่ยังเป็นเรื่องของความหลากหลายทางเชื้อชาติและประเด็นอื่นๆ ที่ยังเป็น 'ส่วนน้อย' ในฮอลลีวูด 

ย้อนกลับไปเมื่อทศวรรษก่อน The Help หนังที่พูดถึงเรื่องคนใช้ผิวดำในครอบครัวของคนขาว และส่งเชสแทนชิงสมทบหญิงจากออสการ์นั้น เธอได้แสดงร่วมกันกับ อ็อกตาเวียร์ สเปนเซอร์ (คว้านำหญิงจากเรื่องนี้) นักแสดงผิวดำที่รับบทเป็นคนรับใช้ในเรื่อง และเชสแทนก็สนิทสนมกับสเปนเซอร์จนนั่งคุยกันนอกกองถึงเรื่องสัพเพเหระ รวมถึงเรื่องค่าตัวในฐานะนักแสดงซึ่งทั้งสองต่างรู้ดีว่า โดยทั่วไปแล้ว นักแสดงหญิงในฮอลลีวูดนั้นได้ค่าตอบแทนน้อยกว่านักแสดงชายเสมอ... หากแต่ที่เชสแทนไม่เคยรู้ และได้รู้จากสเปนเซอร์ในวันนั้น คือนักแสดงผิวสีต่างๆ -ทั้งผิวดำ น้ำตาลหรือคนเอเชีย- ได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าคนขาว

"ฉันก็เล่าเรื่องของฉันไปเรื่อย คุยเรื่องตัวเลข แล้วเจสสิกาก็เงียบไปเลย ก่อนจะบอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ ว่าค่าแรงของผู้หญิงผิวสีมันมีแค่นี้" สเปนเซอร์เล่า ขณะที่เชสแทนนั้นบอกว่า "ฉันห่วงค่าเหนื่อยของอ็อกตาเวียมากกว่าค่าเหนื่อยของฉันเองเสียอีก เพราะชีวิตฉันง่ายกว่าเธอมาก ฉันจึงห่วงเธอมากกว่าตัวเอง ทำงานเท่ากันก็ต้องได้ค่าเหนื่อยเท่ากันสิ!" 

ทั้งนี้ ตามสถิติของสถาบันนโยบายเศรษฐกิจ (The Economic Policy Institute-EPI) สหรัฐฯ เทียบกันกับผู้ชายที่ได้ค่าแรง 1 เหรียญฯ ผู้หญิงจะได้ค่าแรง 83 เซ็นต์ (ห่างกัน 17 เซ็นต์) แค่เมื่อเป็นผู้หญิงผิวดำและละติน จะได้เพียง 65 เซ็นต์และ 59 เซ็นต์ตามลำดับเท่านั้น ซึ่งค่าแรงในฮอลลีวูดเองก็ไม่ต่างกันจากสถิตินี้ อันเป็นเหตุให้เชสแทนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประเด็นค่าแรงและพื้นที่ของความหลากหลายมาอย่างยาวนาน 

"ถ้าคุณเงียบก็เท่ากับว่าคุณเลือกปฏิบัติ" เธอบอก "ดังนั้น หากคุณประสบความสำเร็จในพื้นที่ซึ่งมีความไม่เท่าเทียมอยู่ คุณก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกปฏิบัตินั้นด้วยก็ได้ ฉันทราบมาว่านักแสดงหญิงผิวสีนั้นได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่านักแสดงหญิงที่เป็นคนขาวมาก แต่ที่ฉันไม่ทราบคือนักแสดงมือดีระดับอ็อกตาเวีย -ที่ทั้งคว้าออสการ์ และเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงมาแล้วสองครั้ง- ก็ยังได้รับค่าแรงน้อยกว่าที่ควร"

นอกจากนี้ เชสแทนยังเรียกร้องและผลักดันพื้นที่ให้แก่คนทำหนังผู้หญิงด้วย โดยเธอพยายามร่วมงานกับผู้กำกับหญิงให้ได้อย่างน้อยปีละหนึ่งเรื่อง "ฉันไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อคนทำหนังผู้ชายนะคะ เพราะฉันก็ร่วมงานกับคนทำหนังชายอยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยสักครั้งในหนึ่งปี ฉันก็พยายามร่วมงานกับคนทำหนังหญิงให้ได้ และยิ่งคนเราทำแบบนี้กันมากขึ้น ตั้งคำถามว่าเราจะมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ฉันว่านี่ก็เป็นวิธีในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนี้แล้วละค่ะ"

"สิ่งที่แยกระหว่างคนทำหนังชายกับหญิงออกจากกันคือโอกาสเท่านั้นเอง" เธอบอก "บางคนก็บอกว่าผู้หญิงกำกับบางอย่างไม่ได้เพราะแบบนั้น หรือผู้ชายกำกับบางอย่างไม่ได้เพราะแบบนี้ ฉันว่าไม่จริงหรอก ดูอย่าง แคธริน บิเกโลว์ (กำกับ Zero Dark Thirty) สิ เธอทำหนังแอ็กชั่นได้เยี่ยมจะตาย หรือแอนโทนี มิงเกลลา ที่ก็ทำหนังโรมานซ์ได้อย่างงดงามและอ่อนไหวอย่างที่สุด ดังนั้นสำหรับฉันแล้ว เพศจึงไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปแบบการกำกับหนังของใครเลย"

นอกจากนี้ ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2017 ซึ่งเธอรับหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เชสแทนก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ดูหนังรวดเดียว 20 เรื่องตลอดสิบวันเต็ม และฉันชอบหนังเหล่านั้นมากๆ แต่พ้นไปจากสิ่งนี้คือ ฉันรู้สึกว่าสังคมมองผู้หญิงในแบบเดียวกับที่ตัวละครหญิงในหนังถูกเล่าออกมานั่นแหละ" 

"ฉันหวังว่าเมื่อมันมีหนังที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเล่าเรื่องบ้าง จะเป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่เราได้เจอในชีวิตประจำวันจริงๆ เป็นคนที่มีจุดยืน มีทัศนคติของตัวเอง ไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบของผู้ชายรอบๆ พวกเธอเท่านั้น" เธอว่า "ฉันไม่มีปัญหานะว่าตัวละครหญิงนั้นมันจะมีบทบาทเล็กจิ๋วแค่ไหน แต่อยากให้เธอได้มีส่วนร่วมในการเดินทางของหนังด้วย เพราะบางครั้งตัวละครเหล่านี้ก็เป็นแค่ไม้ประดับให้เรื่องราวของผู้ชาย ฉันไม่ว่าอะไรเลยหากจะต้องแสดงเป็นตัวละครหญิงบทเล็กๆ แต่สนใจว่าเรื่องราวนั้นมันเกี่ยวพันกับเธออย่างไร ฉันจะแสดงเธอในฉากจบให้ต่างจากตอนต้นเรื่องอย่างไร หากไม่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลสักอย่าง เพราะเธอจะเป็นได้แค่ไม้ประดับ"

โดยเชสแทนลงทุนเปิดบริษัทโปรดักชั่น Freckle Films ที่เน้นเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงเข้ามาร่วมงานในสายผลิตมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา สตูดิโอของเชสแทนมีหนังฟอร์มใหญ่ออกฉายแล้วทั้งสิ้นสามเรื่อง คือ Ava (2020), The Eyes of Tammy Faye (2021) และ The 355 (2022) โดยมีเธอเป็นนักแสดงนำทั้งสามเรื่อง

 Photo by Axelle/Bauer-Griffin/FilmMagic 

Author

MAN ON FILM

Content Creator

TAG

    Related Stories

    “ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

    life

    “ถ่ายรูปไปฝากให้เพื่อนน้ำลายไหล” ไม่มีเจตนาคุกคามทางเพศจริงๆ ใช่ไหม จากกฎหมายห้ามแอบถ่ายในเกาหลีใต้ ถึงกรณีอธิการ ม.ดัง แอบถ่ายแอร์โฮสเตส

    MIRROR'sGuide