LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ
LadyMirror รู้ทุกเรื่องของผู้หญิง | แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ บิวตี้ ความงาม และอื่นๆ

Maeve Wiley สาวแสบ เก๋า และห้าวหาญ แห่ง Sex Education

*บทความมีส่วนเปิดเผยเนื้อหาของซีรีส์ Sex Education

หลายคนกำลังพูดถึง Sex Education ซีซั่นที่ 3 ที่เพิ่งได้ลงฉายในเน็ตฟลิกซ์ ซีรีส์เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่ประสาเรื่องความรู้สึกของตัวเอง และยังอยู่กับธีมหลักนั่นคือ ‘เรื่องทางเพศ’ ไม่ว่าจะเพศศึกษา เพศวิถี และความหลากหลายในโลกยุคใหม่ 

หนึ่งในตัวละครหลักที่คนดูรักมากที่สุดคือ เมฟ (เอ็มมา แม็กคีย์) เด็กสาวหัวขบถที่ถูกตั้งแง่มาตั้งแต่ซีซั่นแรกว่าขวางโลก ไม่เป็นมิตร ไปจนถึงขั้นใจง่าย แต่เธอก็ไม่แยแสทั้งยังยืนกรานอยู่เนืองๆ ว่า เธอไม่จำเป็นต้องทำตัวเอาใจใครต่อใครเพื่อให้คนมารัก

ใจกลางของ Sex Education อยู่ที่ โอทิส (อาซา บัตเตอร์ฟีลด์) เด็กหนุ่มขี้เขินผู้ให้คำปรึกษาเรื่องทางเพศแก่เพื่อนๆ ด้วยความรู้ที่แอบครูพักลักจำมาจากแม่ (กิลเลียน แอนเดอร์สัน) นักบำบัดทางเพศชื่อดัง แม้ตัวเขาเองจะยังไม่ประสาเรื่องนี้นัก ทั้งยังหาวิธีรับมือความรู้สึกพลุ่งพล่านยามฮอร์โมนขึ้นลงของตัวเองไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะความรู้สึกที่เขามีต่อ เมฟ เพื่อนร่วมชั้นเรียนสาวหัวขบถที่ใครต่อใครพากันพูดถึงเธอว่าเป็นเด็กสาวใจง่าย ประหลาด และน่ากลัว หากแต่เมื่อโอทิสได้สัมผัส พูดคุยกับเธอจริงๆ เขากลับพบว่าคำนิยามเหล่านั้นห่างไกลจากสิ่งที่เธอเป็นอย่างน่าใจหาย

ตั้งแต่ซีซั่นแรก เมฟปรากฏตัวท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคำครหาว่าเธอ "กัดไข่อีตาไซมอน เฟอร์ฮาสเซิล ซะกระจุย" และ "ฉันก็ได้ยินมาว่าเธอนอนกับผู้ชาย 12 คน ในเวลาแค่ 10 นาที แค่เพื่อเอาชนะคำท้า" แถมยังเป็นที่รู้จักไปทั้งโรงเรียนจากฉายา 'นักกัดจู๋' ซึ่งเมฟหาได้แคร์ไม่ ตรงกันข้าม เธอมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องชวนหัว ไร้สาระ และไม่เปิดทางให้คำพูดเหล่านี้หรือใครคนใดมานิยาม กำหนดทิศทางของเธออย่างเด็ดขาด

ฉากจำแรกๆ ที่ซีรีส์พาคนดูทำความรู้จักกับเมฟไม่ใช่เรื่องคำบอกเล่าปากต่อปากของคนในโรงเรียนที่มีต่อเธอ แต่ยังรวมถึงภาพที่เมฟมักนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว ลิสต์หนังสือของเมฟก็เช่น

'A Room of One’s Own' ของนักเขียนหญิง เวอร์จิเนีย วูล์ฟ ที่ตั้งคำถามกับค่านิยม และวัฒนธรรมที่ตีกรอบความเป็นหญิงของยุควิกตอเรียน (จนทำให้เด็กหนุ่มที่เข้ามาจีบเธอต้องไปหาอ่านบ้าง และรีวิวหนังสือได้อย่างน่าประทับใจว่า "นี่มันยังกะ บียอนเซ่ ในยุคสมัยนั้นเลยนะ!""

The Bell Jar โดย ซิลเวีย แพลธ เล่าถึงความเจ็บปวดของเด็กสาวในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสังคมกำหนดให้พวกเธอมีหน้าที่แค่เป็นแม่และเมียเท่านั้น

Emma งานวรรณกรรมของ เจน อัสเตน-นักเขียนชาวอังกฤษเจ้าของงานดัง Pride and Prejudice,-ผู้ท้าทายค่านิยมและขนบที่ตีกรอบผู้หญิง ซึ่งเมฟระบุถึงเธอว่า "เป็นงานวรรณกรรมสตรีนิยมที่ถูกประเมินค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก"

Much Ado กับ Othello ของยอดกวี วิลเลียม เชกสเปียร์ ซึ่งเมฟบอกว่าทั้งสองเรื่องล้วนน่าสนใจเพราะ "ผู้หญิงจากงานประพันธ์เหล่านี้ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อยึดอำนาจมาจากคนที่พวกเธอแต่งงานด้วย" ฯลฯ

Sex Education บอกเล่าตัวตนของเมฟอย่างอ่อนโยนและมีหัวใจ ภายใต้ท่าทีกระด้างและขี้รำคาญ เธอเป็นเด็กสาวธรรมดาที่สนใจใคร่รู้เรื่องรอบตัวและออกจะโดดเดี่ยว อันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ต่างๆ ที่คนในสังคมรุมมอบให้ ความเปราะบางของเธอค่อยๆ ปรากฏเมื่อเธอติดต่อไปยังคลินิกเพื่อขอทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากท้องไม่พร้อม กับฉากชวนน้ำตาซึมเมื่อผู้หญิงเตียงข้างๆ เธอซึ่งมาทำแท้งเหมือนกัน บอกว่า "การไม่ต้องเป็นแม่เสียเลยมันดีกว่าการที่เป็นแม่แย่ๆ ให้เด็กสักคนนะ" และเป็นฉากที่เมฟเองเข้าใจดีเพราะเธอเองก็คิดเช่นนั้น ซึ่งหนังเล่าถึงฉากเหล่านี้ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ อบอุ่น และไม่ตัดสินทั้งเมฟหรือการกระทำของเธอ

อีกฉากที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้เด็ดขาด คือฉากที่ เอมี (เอมี ลู วูด) เพื่อนของเมฟที่เป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ เช้าวันหนึ่งขณะขึ้นรถบัสมาโรงเรียน เอมีถูกชายหนุ่มคุกคามทางเพศด้วยการช่วยตัวเองใส่เธอ (!!) และแม้แรกๆ เธอจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เอาเข้าจริงมันกลับส่งผลให้เธอหวาดกลัวการขึ้นรถบัสจนต้องเดินเท้าไปโรงเรียนทุกเช้าจนเหงื่อซ่ก และหวาดกลัวการถูกแตะเนื้อต้องตัวอย่างรุนแรงแม้จะจากแฟนหนุ่มของตัวเองก็ตามที 

นั่นทำให้เมฟฉุนจัดและผลักดันให้เอมีเข้าแจ้งความอย่างเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากนั้น เอมียังร่วมแบ่งปันประสบการณ์นี้ให้เหล่าเพื่อนนักเรียนผู้หญิงที่ถูกลงโทษระหว่างการกักตัวด้วยกัน จนเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศที่เรียบง่าย ทว่ามีหัวใจและทรงพลังอย่างมาก เมื่อเด็กผู้หญิงทุกคนรอบๆ ตัวเอมีต่างเล่าเหตุการณ์เมื่อพวกเธอตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศ และฝังแน่นอยู่ในความทรงจำส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวเองอย่างยากจะลบ 

นำมาสู่ฉากที่กล่าวกันว่าอบอุ่นและงดงามที่สุดของซีรีส์ เมื่อแก๊งเด็กสาว-นำทีมโดยเมฟ-รวมตัวกันมาขึ้นรถบัสไปโรงเรียนเป็นเพื่อนเอมีในเช้าวันถัดไป อันไม่เพียงแต่เป็นการรวมกลุ่มเพื่อ 'อยู่เป็นเพื่อน' เธอเท่านั้น แต่ยังเป็นฉากที่ตัวละครต่างแบ่งปันความรู้สึก ความเข้าอกเข้าใจในฐานะของคนที่เคยโดนคุกคามทางเพศโดยปราศจากคำพูด และนี่เองที่ทำให้มันเป็นฉาก 'เพื่อนหญิงพลังหญิง' ที่แข็งแกร่งมากที่สุดฉากหนึ่ง

และแม้ว่าในตลอดเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่ซีซั่นที่หนึ่งจนถึงซีซั่นล่าสุด เมฟจะมีความสับสนเรื่องความรู้สึกต่างๆ ของตัวเองที่มีต่อเด็กหนุ่มรอบๆ ตัว รวมทั้งโอทิส หากแต่ถ้าเป็นเรื่องความเป็นตัวเองและจุดยืนต่างๆ เมฟไม่เคยสับสนและไม่เคยสั่นคลอน เธอคือคนที่ยืดอกผึ่งผายใส่ทุกสายตาที่มองเข้ามาตั้งแต่ซีซั่นแรก และสบตากับทุกคนอย่างไม่เคอะเขินต่อสิ่งที่ตัวเองเป็นและตัวเองเชื่อ จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอเป็นตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งและเป็นที่รักของคนดูมากที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลของซีรีส์อันแสนอบอุ่นเรื่องนี้

Author

MAN ON FILM

Content Creator

Related Stories

ทำไมถึงเศร้า เครียด คิดมาก หลังมีเซ็กซ์? ‘PCD’ อาการใจดิ่งทั้งที่เราก็ consent และเซ็กซ์ก็ไม่ได้แย่

life

ทำไมถึงเศร้า เครียด คิดมาก หลังมีเซ็กซ์? ‘PCD’ อาการใจดิ่งทั้งที่เราก็ consent และเซ็กซ์ก็ไม่ได้แย่

MIRROR'sGuide